Page 168 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 168
160
โลกเรานี้ เป็นไปได้ที่คนจองหองจะได้รับเกียรติ แต่รางวัลในโลกนี้ไม่มีความหมายอะไร เมื่อเปรียบกับ
โทษตลอดชั่วนิรันดร
ชาวฟาริสีและคนเก็บภาษี (ลก 18:9-14 เทียบ มธ 6:1; 21:31; 23:28)
9 สำหรับบางคนที่ไว้ใจในตัวเองว่าเป็นคนชอบธรรม และได้ดูหมิ่นคนอื่นนั้น พระองค์ตรัสคำอุปมานี้
ิ
ว่า มีสองคนขึ้นไปอธิษฐานในบรเวณพระวิหาร คนหนึ่งเป็นพวกฟาริสีและคนหนึ่งเป็นพวกเก็บภาษี 11
10
คนฟาริสีนั้นยืนนึกในใจของตน อธิษฐานว่า ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์โมทนาขอบพระคุณของพระองค์ ที่
ข้าพระองค์ไม่เหมือนคนอื่น ซึ่งเป็นคนโลภ คนอธรรม และคนล่วงประเวณี และไม่เหมือนคนเก็บภาษีคนนี้
12 ในสัปดาห์หนึ่งข้าพระองค์ถืออดอาหารสองหน และของสารพัดซึ่งข้าพระองค์หาได้ข้าพระองค์ได้เอาสิบ
13
ชักหนึ่งมาถวาย ฝ่ายคนเก็บภาษีนั้นยืนอยู่แต่ไกล ไม่แหงนดูฟ้า แต่ตีอกของตนว่า ข้าแต่พระเจ้า ขอทรง
14
โปรดพระเมตตาแก่ข้าพระองค์ผู้เป็นคนบาปเถิด เราบอกท่านทั้งหลายว่า คนนี้แหละเมื่อกลับลงไปยัง
บ้านของตนก็นับว่าชอบธรรม มิใช่อีกคนหนึ่งนั้น เพราะว่าทุกคนที่ยกตัวขึ้นจะต้องถูกเหยียดลง แต่ทุกคน
ที่ได้ถ่อมตัวลงจะต้องถูกยกขึ้น
พระเยซูเจ้าได้ทรงเล่าอุปมาเรื่องนี้เพื่อจะสอนผู้ที่ฟังพระวาจาของพระองค์ว่า ฤทธิ์กุศลความ
้
สุภาพนั้นเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดในการติดต่อกับพระเป็นเจ้า พระเป็นเจาทรงมีพระทัยอารีอันปราศจาก
ขอบเขต แต่พระองค์ก็ทรงไว้ซึ่งความยุติธรรมที่สุดด้วย พระองค์ได้ทรงประทานทั้งวิญญาณและร่างกาย
ให้แก่มนุษย์เป็นของกำนัล ถ้าหากว่ามนุษย์ลืมความจริงข้อนี้ โดยคิดว่า อะไรที่มีเกียรติและที่ดีงาม
็
ทั้งหลายที่เขาทำก็มาจากเขาเองทั้งนั้น เขาก็เป็นคนที่ไม่ซื่อตรง ความจองหองพองขนของมนุษย์เราก็เปน
ความไม่ซื่อตรงนี่เอง การที่พระเยซูเจ้ายกตัวอย่างโดยพูดถึงฟาริสีและคนเก็บภาษีนับว่าเหมาะอย่างยิ่ง
และผู้ฟังพระวาจาทั้งหลายย่อมเข้าใจได้ดี ชาวฟาริสเป็นพวกนักบุญในสมัยนั้น อย่างน้อยตามความนึกคิด
ี
้
ของเขา พวกเขาประมาทคนอื่นๆ ทั้งหลาย พวกเขาเท่านั้นที่ถือพระบัญญัติของพระเป็นเจาอย่างซื่อสัตย์
พวกเขาเชื่อมั่นว่า พวกเขาจะมีส่วนร่วมในอาณาจักรสวรรค์ คนอื่นๆ เป็นคนบาป และเป็นผู้ที่พระเปน
็
เจ้าไม่ทรงโปรดปราน ตรงกันข้าม คนเก็บภาษีในสมัยนั้น ใครๆ ก็ถือว่าเป็นคนบาปโดยเปิดเผย ทั้งนี้ก็
เพราะว่าในการเก็บภาษีตามจังหวัดต่างๆ ในประเทศปาเลสไตน์นั้น ทางรัฐบาลกรุงโรมเปิดโอกาสให้มีการ
ประมูล ถ้าหากใครประมูลได้ก็ทำหน้าที่เก็บภาษีในแคว้นนั้นๆ โดยพยายามหากำไรให้มากที่สุดเพื่อหาเงิน
เข้ากระเป๋าตัวเอง และในหลายๆ กรณี เนื่องจากชาวบ้านเป็นคนธรรมดาไม่มีความรู้เกี่ยวกับการเสียภาษี
พวกคนเก็บภาษีจึงหาทางรีดนาทาเร้น และเก็บภาษีสูงๆ เป็นการเอาเปรียบและขูดเลือดขูดเนื้อประชาชน
อนึ่ง ในจำพวกคนเก็บภาษีนี้ มีหลายคนที่เป็นชาวยิว และใครๆ ก็เกลียดเขาทั้งนั้น เพราะสาเหตุดังกล่าว
ื่
และในฐานะที่เขาเป็นเครองมือของพวกโรมัน ซึ่งเป็นคนต่างชาติต่างศาสนาด้วย ใคร ๆ ก็ถือว่าคนเก็บ
ภาษีเป็นผู้ที่ทรยศต่อชาติ ต่อศาสนา โดยร่วมมือกับชาวโรมันซึ่งปกครองชาวยิวอยู่ในสมัยนั้น
พระอาจารยเจ้าทรงเล่าวาทั้งฟาริสีและคนเก็บภาษีต่างก็ขึ้นไปภาวนาในพระวิหารที่กรุงเยรูซาเล็ม
์
่
้
พระองค์บรรยายถึงคำภาวนาของพวกเขา และพระองค์ได้ตรัสกับเราว่า พระเป็นเจามีความเห็นอย่างไร
เกี่ยวกับพวกเขา ชาวฟาริสียืนอธิษฐานภาวนา คำภาวนาของฟาริสีเป็นคำภาวนาของคนสู่รู้ จองหอง คิด
ว่าตัวเองได้ประกอบคุณงามความดีต่างๆ ตามภายนอกแล้ว และประมาทคนอื่นๆ ซึ่งเขาคิดว่าคงไม่มีคุณ
งามความดีอะไร และไม่เหมือนกับเขา ข้าแต่พระเจ้า ข้าพเจ้าขอบพระคุณพระองค์ที่ข้าพเจ้าไม่เป็น
เหมือนมนุษย์คนอื่น การขอบพระคุณพระเป็นเจ้าเพราะได้ประพฤติตนเป็นคนดี เป็นการภาวนาที่คู่ควร
แก่คำสรรเสริญ ถ้าหากวาผู้ภาวนานั้นเป็นคนจริงใจ แต่เราทราบว่าคำภาวนาของฟาริสีผู้นี้ไม่มีความ
่

