Page 169 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 169

161

              จริงใจเลย  เพราะเหตุว่าเขาคิดว่าเขาเป็นคนดี  และเขาได้ประมาทผู้อื่น  เพราะฉะนั้น  ความหมายที่
              แท้จริงของคำภาวนาของเขาก็คือ ข้าแต่พระเป็นเจ้า พระองค์ควรจะขอบคุณที่มีนักบุญองค์หนึ่งเหมือนกับ

              ลูก  ส่วนคนอื่นๆ นั้นเป็นแต่เพียงคนบาปทั้งหลาย  ทำไมพระองค์ยังคงทนอยู่ได้  โดยไม่ลงโทษเขา
              ที่เป็นคนขโมย อยุติธรรม ล่วงประเวณี  ความอยุติธรรมและความผิดต่อความบริสุทธิ์เป็นบาปที่ผิดต่อพระ

                                  ้
              บัญญัติของพระเป็นเจา  และในสมัยนั้นก็เหมือนในสมัยนี้  ที่มีผู้ทำบาปชนิดนี้มากมาย  แต่ว่าบาปที่น่า
              กลัวมากกว่าบาปทั้งสองประการก็คือ  บาปจองหอง  ซึ่งเป็นบาปที่ปีศาจและอาดัมได้ทำ  คนที่ฉ้อโกงและ
                                                                          ้
              คนที่คบชู้อาจจะยอมรับผิดและอาจจะขอสมาโทษจากพระเป็นเจาและพระองค์จะทรงเมตตา  มหาโจรที่
                                                                                                     ้
              ถูกตรึงกางเขนพร้อมกับพระองค์และมารีย์ ชาวมักดาเลนา  ต่างก็ได้รับอภัยโทษจากพระเป็นเจา  แต่ว่า
              คนที่จองหองไม่สามารถที่จะถ่อมตนขออภัยโทษจากพระได้ง่ายๆ  พระเป็นเจาทรงพร้อมที่จะอภัยบาปทุก
                                                                                     ้
              ชนิด  แต่ว่าไม่ใช่ว่าคนบาปทุกคนจะขออภัยบาปจากพระองค์ เหมือนคนเก็บภาษีคนนี้  ตามความนึกคิด
              ของฟาริสี  คนเก็บภาษีเป็นผู้ฉ้อโกง  เป็นคนคบชู้  เลวกว่าเสียอีก  เป็นคนถือนอกลู่นอกทาง  เพราะว่า

              เขาได้ช่วยทำงานเพื่อชาวโรมันที่เป็นคนต่างศาสนา  คำตัดสินของเขาออกจะรุนแรงมากทีเดียว ข้าพเจ้าจำ
              ศีลอดอาหารสัปดาห์และสองวัน  หลังจากที่เขาคิดว่า  เขาไม่มีบาป  ไม่มีข้อบกพร่องที่เพื่อนมนุษย์ร่วม

                                     ิ่
              โลกแทบทุกคนมี  เขาก็เรมบรรยายถึงคุณธรรมที่ดีๆ ของเขาซึ่งพระเป็นเจ้าควรจะรู้คุณ  โมเสสได้เคย
                                    ี
              บัญญัติไว้ให้จำศีลเพียงปละครั้งเท่านั้น  คือวันขอสมาโทษพร้อมๆ กัน  แต่ชาวฟาริสีได้กำหนดกันเองให้จำ
              ศีลหลายครั้งต่อปี  อย่างไรก็ตาม  การถือศีลอดอาหารก็หาได้เป็นคุณธรรมหรือสมจะถือว่าเป็นบุญกุศลก็
              หาไม่  ถ้าหากผู้จำศีลโอ้อวดเพราะว่าได้จำศีล  พระเยซูเจ้าเองได้ทรงประนามด้วยถ้อยคำที่รุนแรงมากใน

              พระวรสาร  บันทึกโดยนักบุญมัทธิว บทที่ 23 และในบทที่ 6 พระองค์ได้ตรัสกับสานุศิษย์ของพระองค์ว่า
              “เมื่อท่านทั้งหลายจำศีลอดอาหาร จงอย่าทำหน้าเศร้าหมองเหมือนบรรดาคนหน้าซื่อใจคด เขาทำหน้า

              หมองคล้ำ เพื่อแสดงให้ผู้คนรู้ว่าเขากำลังจำศีลอดอาหาร เราบอกความจริงแก่ท่านว่า เขาได้รับบำเหน็จ

              ของเขาแล้ว ส่วนท่าน เมื่อจำศีลอดอาหาร จงล้างหน้า ใช้น้ำมันหอมใส่ศีรษะ เพื่อไม่แสดงให้ผู้คนรู้ว่าท่าน
              กำลังจำศีลอดอาหาร แต่ให้พระบิดาของท่าน ผู้สถิตอยู่ทั่วทุกแห่งทรงทราบ และพระบิดาของท่านผู้ทรง

              หยั่งรู้ทุกสิ่ง ก็จะประทานบำเหน็จให้ท่าน” และถวายหนึ่งในสิบ  ตามกฎหมาย ชาวยิวทุกคนจะต้องถวาย
              หนึ่งส่วนสิบของผลิตผลของตนที่ได้รับจากที่ดินและฝูงสัตว์  เพื่อทำนุบำรุงพระวิหารและเพื่อศาสนกิจ  แต่

              ชาวฟาริสีก็ได้ขยายความรวมเป็นว่า  จะต้องถวายหนึ่งในสิบของทรัพย์สมบัติทั้งหมด  แล้วก็ภาคภูมิใจ
              และโอ้อวดที่ได้ทำดังนั้น ส่วนคนเก็บภาษี  ตรงกันข้ามเขายอมรับว่าเขาได้ทำผิด  เขารู้ว่าเขาไม่มีอะไรที่

              จะต้องโอ้อวด  แต่ว่าเขาควรจะต้องอับอาย  และเขารู้สึกเช่นนั้นจริงๆ เขาไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นเวลา
              ภาวนา ได้แต่ข้อนอก การทุบอกเป็นเครื่องหมายภายนอกแสดงถึงการเป็นทุกข์เสียใจเพราะบาปที่ได้

              กระทำ  ชาวยวในสมัยนั้นมักจะแสดงเช่นนี้เสมอ  นักบุญลูกา  เล่าวา  ฝูงชนที่ได้เห็นพระเยซูเจ้าถูกตรึง
                                                                            ่
                           ิ
              กางเขนพร้อมกับเหตุการณ์มหัศจรรย์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น  ได้กลับเข้าไปในนครเยรูซาเล็ม ต่างก็ทุบอกตัวเอง
              ทั้งนี้เพราะพวกเขามีความรู้สึกว่า  บรรดาหัวหน้าและพวกเขาเองได้กระทำผิดอย่างมหันต์ ข้าแต่พระเจ้า

              โปรดทรงพระกรุณาต่อข้าพเจ้าคนบาปด้วยเถิด  เป็นคำภาวนาที่แท้จริงและที่ออกมาจากจิตใจจริงๆ  เขา
              ยอมสารภาพว่าเขาได้ทำบาป เขาได้รับอภัยโทษจากพระเป็นเจ้า เพราะพระองค์เป็นผู้เมตตาอันปราศจาก

              ขอบเขต  เพราะฉะนั้น  เขาจึงภาวนาวิงวอนขอพระเมตตาด้วยความสุภาพและจากใจจริง เราบอกท่าน
              ทั้งหลายว่า พระอาจารย์เจ้าได้ตรัสถึงผลแห่งคำภาวนาของทั้งสองคน  คนเก็บภาษีได้รับพระเมตตาจาก

              พระเป็นเจ้า  ทั้งนี้  เพราะเขาเสียใจในความผิดของเขาอย่างแท้จริงส่วนอีกคนหนึ่ง ตรงข้าม ฟาริสีกลับ
              บ้านพร้อมกับบาปของตนตามเดิม  เพราะความจองหองและเขาไม่ได้รับพระเมตตาจากพระเป็นเจ้า
   164   165   166   167   168   169   170   171   172   173   174