Page 170 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 170
162
เพราะเขาไม่ต้องการ ยิ่งกว่านั้น เขาได้ทำบาปเพิ่มขึ้นอีกประการหนึ่งด้วย คือ การตัดสินเพื่อนบ้านโดย
เบาความและโดยปราศจากความรัก ผู้ใดที่ยกตนขึ้น พระเยซูเจ้าได้ทรงให้เหตุผลว่า ทำไมคำภาวนาของฟา
ริสีจึงไม่ได้รับการสนองตอบอะไรเลย และคำภาวนาใดๆ ก็ตามที่มีลักษณะดังกล่าวก็จะไม่เกิดผลอันใดเลย
เหตุผลนั้นก็คือ ความจองหอง ฟาริสียกตัวเองราวกับว่าเขาเป็นคนที่พระเป็นเจ้าควรจะรู้จักคุณค่าของ
เขา แทนที่เขาจะคิดว่าการที่เขาสามารถทำอะไรดีนั้นก็เพราะพระเป็นเจ้าได้ทรงโปรดประทานพละกำลัง
และน้ำใจแก่เขา เพราะเหตุนี้แหละเขาจึงต้องตกต่ำ และคลุกคลีกับบาปของเขา ถ้าหากเขาจะได้ประกอบ
กรรมต่างๆ ด้วยความสุภาพ แน่นอนเขาก็จะได้เป็นผู้ที่พระเป็นเจ้าทรงโปรดปราน ตรงกันข้าม ถ้าหาก
เราหันมาดูคนเก็บภาษีเราจะเห็นว่าเขาเป็นผู้ที่มีใจสุภาพอย่างแท้จริง เขายอมรับว่าเขาเป็นคนบาป และ
ได้ขอสมาโทษจากพระองค์ด้วยความสุภาพ เขามีกำลังใจที่จะเข้าไปพึ่งพระเมตตาของพระเป็นเจ้า พระ
บิดาผู้ทรงพระทัยเมตตาอารี และเขาก็ได้รับอภัยโทษ ชายคนนี้กลับไปบ้านกลายเป็นคนชอบธรรม
คุณลักษณะของการภาวนาที่แท้จริง
พระเยซูเจ้าพระอาจารย์ของเราทรงภาวนาบ่อยๆ ในฐานะที่เป็นพระเป็นเจ้า พระองค์ไม่จำเป็น
จะต้องภาวนา เพราะพระองค์ทรงฤทธิ์ทุกประการ แต่ในฐานะที่เป็นมนุษย์ พระองค์มีพระประสงค์จะ
ภาวนาเพื่อเรา พระองค์ได้ทรงบังเกิดเป็นมนุษย์ก็เพื่อจะได้กอบกู้เรา ให้พ้นจากการเป็นทาสของปีศาจ
และนำเรากลับไปหาพระบิดาเจ้าสวรรค์ ตั้งแต่ทรงสมภพจนสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน พระองค์ได้ทรงใช้
ธรรมชาติมนุษย์ของพระองค์เพื่อไถ่กู้มนุษยชาติ การภาวนาเป็นวิธีหนึ่งที่พระองค์ได้ทรงใช้เพื่อระงับดับ
พระพิโรธของพระบิดาเจ้า และเพื่อให้พระองค์ทรงโปรดปรานและประทานพระหรรษทานให้แก่
มนุษยชาติ สาเหตุประการที่สองที่พระองค์ภาวนาก็คือ เพื่อจะได้วางแบบฉบับให้แก่เรา เพราะเรา
จำเป็นต้องภาวนาถึงพระเป็นเจ้าเพื่อนมัสการ สรรเสริญ ขอบพระคุณ ขอสมาโทษ และขอพระหรรษ
ทานที่เราต้องการจากพระองค์ ตัวอย่างอันดีงามของพระองค์บังเกิดผล เพราะเมื่อบรรดาสานุศิษย์ได้
สังเกตว่า พระองค์ได้ทรงภาวนาด้วยความเลื่อมใสศรัทธาและร้อนรน พวกเขาก็อยากเอาแบบฉบับของ
พระองค์ และได้ขอให้พระองค์ทรงสอนให้พวกเขาภาวนา พระองค์จึงได้ทรงสอนให้เขาภาวนาบท” ข้า
แต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย” มิใช่แต่แบบฉบับแห่งการภาวนาและบทภาวนาที่พระองค์ได้ทรงแต่งไว้
เพื่อให้พวกเขารู้จักภาวนาเท่านั้น พระองค์ยังได้สอนพวกเขามากมายเกี่ยวกับการภาวนา เป็นต้น
คุณลักษณะต่างๆ ที่จำเป็นของคำภาวนา อุปมาทั้งสี่เรื่องนี้เป็นพระองค์เองที่ได้ตรัสสอนเพื่อให้เรารู้จัก
ภาวนา อุปมาเรื่องบิดากับบุตร ต้องการสอนเราว่า เราจำจะต้องมีความไว้วางใจในฐานะเป็นบุคคลต่อ
ี
พระเป็นเจ้า ส่วนเรื่องที่สอง พระองค์ทรงสอนให้เราภาวนาด้วยความพากเพยรโดยไม่หยุดหย่อน แม้ว่าดู
เหมือนว่าพระเป็นเจาจะไม่ทรงใยดีกับคำภาวนาของเรา เมื่อเราวิงวอนขอความช่วยเหลือทั้งฝ่ายกายหรือ
้
ฝ่ายวิญญาณก็ตาม และในอุปมาเรื่องต่อไป พระองค์ยังได้ทรงสอนเราว่า เราจะต้องภาวนาให้ทุกๆ คน
แม้เขาจะเป็นศัตรูของเราก็ตาม
คำอธิษฐานภาวนาที่ได้ผล (ลก 11:11-13 เทียบ มธ 7:7-11, ยน 14:13-14)
12
11 มีผู้ใดในพวกท่านที่เป็นบิดา ถ้าบุตรขอปลาจะเอางูให้เขาแทนหรือ หรือถ้าขอไข่ จะเอาแมง
ป่องให้เขาหรือ เพราะฉะนั้นถ้าท่านทั้งหลายเองผู้เป็นคนบาปยังรู้จักให้ของดีแก่บุตรของตน ยิ่งกว่านั้น
13
สักเท่าใด พระบิดาผู้ทรงสถิตในสวรรค์ จะทรงประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์แก่ผู้ที่ขอต่อพระองค์
อุปมาสั้นๆ เรื่องนี้ นักบุญมัทธิวได้ใส่ไว้ในภาคบทเทศน์บนภูเขา แต่นักบุญลูกาใส่ไว้หลังจาก
อุปมาเรื่องเพื่อนที่ไม่รู้กาลเทศะ ทั้งในพระวรสารตามคำเล่าของนักบุญมัทธิวและนักบุญลูกา พระเยซูเจ้า

