Page 167 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 167
159
การเลือกที่นั่งในงานเลี้ยง (ลก 14:7-11 เทียบ มธ 23:6)
7 ฝ่ายพระองค์ เมื่อทรงเห็นคนทั้งหลายที่รับเชิญนั้นได้เลือกเอาที่นั่งอันมีเกียรติ พระองค์จึงตรัสคำ
8
เปรียบแก่เขาว่า เมื่อผู้ใดเชิญท่านไปในการเลี้ยงสมรส อย่านั่งในที่อันมีเกียรติ เกลือกว่าเขาได้เชิญคนมียศ
มากกว่าท่านอีก และเจ้าภาพที่ได้เชิญท่านทั้งสองนั้นจะมาพูดกับท่านว่า จงให้ที่นั่งแก่ท่านผู้นี้เถิด แล้ว
9
10
ท่านจะต้องเลื่อนลงมาที่ต่ำ ได้รับความอดสู แต่เมื่อท่านได้รับเชิญแล้ว จงไปนั่งในที่ต่ำก่อน เพื่อว่าเมื่อ
ท่านเจ้าภาพมาพูดกับท่านว่า สหายเอย เชิญเลื่อนไปนั่งในที่อันมีเกียรติ แล้วท่านจะได้เกียรติต่อหน้าคน
๋
11
ทั้งหลายที่ร่วมโต๊ะด้วยกันนั้น เพราะว่าทุกคนที่ได้ยกตัวขึ้นจะต้องถูกเหยียดลง และผู้ที่ถ่อมตัวลงนั้นจะ
ได้รับการยกขึ้น
พระเยซูเจ้าทรงเล่าอุปมาในโอกาสที่พระองค์รับเชิญไปทานอาหารที่บ้านฟาริสี และในโอกาสนั้น
มีฟาริสีมากมายถูกเชิญไปทานเลี้ยงด้วย จุดประสงค์ในการเชื้อเชิญพระเยซูเจ้าก็เพื่อจะคอยจับผิดเวลาที่
พระองค์ทรงทำหรือพูดอะไรที่เขาพอจะถือเป็นข้อมูลเพื่อกล่าวหาพระองค์ได้ วันนั้นเป็นวันสับบาโต
ชาวฟาริสีได้จัดให้ผู้ป่วยเป็นโรคท้องมานเข้าไปในห้องอาหาร พวกเขาคิดว่า พวกเขาคงจะทำให้พระเยซู
เจ้าต้องอับอายขายหน้าไม่วิธีใดก็วิธีหนึ่งใน 3 วิธีต่อไปนี้ คือ 1) ถ้าหากว่าพระองค์ทรงรักษาคนป่วย เขา
ก็จะกล่าวหาว่าพระองค์ละเมิดวันสับบาโต ซึ่งเป็นวันศักดิ์สิทธิ์ และห้ามทำงานในวันนั้น 2) ถ้าหากว่า
พระองค์ไม่ได้ทรงรักษา พวกเขาก็จะกล่าวหาว่าพระองค์ไร้ความเมตตาปราณีต่อคนป่วย ซึ่งพระองค์เคย
สอนเสมอวาให้รักษาคนยากจน คนป่วย และคนที่ต้องการความช่วยเหลือจากเรา 3) ถ้าหากว่าพระองค์
่
ู
ไม่ทรงสามารถรักษาคนป่วยซึ่งพวกเขาคงจะคิดในรปนี้มากกว่า เพราะในสมัยนั้น โรคท้องมาน ใครๆ ก็ถือ
ว่าเป็นโรคที่ไม่มีใครรักษาให้หายได้ และเขาก็จะกล่าวหาพระองค์ได้ว่า พระองค์เป็นผู้ที่หลอกลวงโลก แต่
ว่าแผนการของพวกเขาล้มเหลวหมด เพราะว่าพระอาจารยเจ้าได้ทรงรักษาผู้ป่วยให้หาย และพระองค์ยัง
์
ได้แสดงให้พวกเขาเห็นว่าพระองค์ทรงทราบถึงแผนการชั่วร้ายของพวกเขาด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อจะได้พิสูจน์ว่า
พระองค์ทรงเป็นพระเป็นเจ้า เพราะมีอำนาจเหมือนพระเป็นเจ้า ความจองหองเป็นพยศชั่วที่เด่นชัดของ
ชาวฟาริสี ที่จริงเพราะความจองหองนี่แหละที่เขาตั้งตัวเป็นศัตรูกับพระองค์ แม้แต่ในการทานเลี้ยง
ธรรมดาแท้ๆ แต่ละคนก็อยากนั่งในที่ที่มีเกียรติสูง เช่น นั่งใกล้เจ้าภาพ เป็นต้น พระองค์จึงถือโอกาสเลา
่
อุปมาง่ายๆ เพื่อสะกิดใจพวกเขา เมื่อมีใครเชิญท่านไปในงานมงคลสมรส อย่าไปนั่งที่ที่มีเกียรติ ถ้าจะพูด
ในสมัยนี้ก็คือ จงอย่านั่งในที่มีเกียรติที่สุด นอกจากว่าเราจะเป็นแขกที่สำคัญที่สุด และได้รับเชื้อเชิญเป็น
พิเศษจากเจ้าภาพ เพราะบางทีอาจจะมีคนที่มีเกียรติสูงกว่า สมมุติว่า เราไปนั่งในที่ที่มีเกียรติสูงที่สุด
โดยที่เจ้าภาพไม่ได้เชิญ ถ้าหากแขกที่มีเกียรติสูงกว่าเรามา และเราถูกเชิญให้ไปนั่งที่อื่น เราก็คงจะต้อง
รู้สึกอับอายขายหน้าเป็นของธรรมดา ยิ่งกว่านั้น บางทีที่อื่นๆ ก็มีแขกนั่งอยู่แล้ว บางทีเราจะต้องนั่งในที่
ที่มีเกียรติน้อยที่สุด แต่ว่าจงไปนั่งในที่สุดท้าย ถ้าหากว่าเจ้าภาพไม่ได้เชิญให้เรานั่งในที่โต๊ะที่ม้านั่ง แต่ว่า
เราจะต้องเลือกเอง ก็ให้เราเลือกที่ที่มีเกียรติน้อยที่สุด และถ้าหากเจ้าภาพมาเห็นเราเช่นนั้น เขาอาจจะ
เชิญเราให้ไปนั่งในที่ที่มีเกียรติมากกว่า และเราก็จะได้รับเกียรติท่ามกลางแขกเหรื่อทั้งหลาย เพราะทุกคน
ที่ยกตนขึ้นจะถูกกดให้ต่ำลง นี่เป็นข้อสรุปของอุปมา คนจองหองจะได้รับความอับอายขายหน้าทั้งในโลก
นี้และในโลกหน้า ชาวฟาริสีผู้จองหองพยายามที่จะทำให้พระเยซูเจ้าต้องอับอายขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล
โดยพาคนเจ็บมาหาพระองค์ในวันสับบาโต แต่ชาวฟาริสีเองกลับต้องอับอายขายหน้า ในอุปมา พระองค์
ได้แสดงให้เห็นว่า ความจองหองของพวกเขานั้นจะทำให้เขาต้องอับอายขายหน้าต่อหน้าบรรดาแขกผู้มี
เกียรติทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชีวิตหน้า คนที่จองหองจะต้องถูกปราบให้ต่ำลงอย่างแน่นอน ใน

