Page 40 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 40
32
ชื่อเป็นเพียงบัญญัติเรียกกันเท่านั้น” เขาเริ่มรู้สึกเฉยๆ ในเรื่องชื่อยิ่งขึ้น เขาได้เดินทางออกจากเมืองไป ใน
่
ระหว่างทางพบคนหลงทางคนหนึ่ง จึงถามชื่อ ทราบว่าชื่อ ปันถกะ(นายชำนาญทาง) จึงถามวา “ขนาดชื่อ
ชำนาญทางยังหลงทางอยู่หรือ ?” คนหลงทางจึงตอบว่า “จะชื่อชำนาญทางหรือไม่ชำนาญทาง ก็มีโอกาส
หลงทางได้เท่ากัน เพราะชื่อเป็นบัญญัติสำหรับเรียกกันเท่านั้น” เขาจึงวางเฉยในเรื่องชื่อ เดินทางกลับไป
พบอาจารย์ แล้วเล่าเรื่องที่ตนพบเห็นมาให้ฟัง และขอให้ชื่อนายบาปเช่นเดิม อาจารย์จึงกล่าวคาถานี้ว่า
“เพระเห็นคนชื่อเป็นได้ตายไป หญิงชื่อรวยกลับตกยาก และคนชื่อว่านักเดินทางแต่กลับหลงทางอยู่ในป่า
นายปาปกะจึงได้กลับมา”
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: ชื่อนั้นไม่ใช่สิ่งสำคัญ ๛
การไว้วางใจ (วิสสาสโภชนชาดก)
๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า ประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภการบริโภคปัจจัย 4 ที่หมู่ญาติ
ถวาย ด้วยความไว้วางใจ โดยไม่พิจารณาของหมู่ภิกษุ ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธกว่า... กาลครั้งหนึ่งนาน
มาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นเศรษฐีคนหนึ่ง มีสมบัติมาก ในเมืองพาราณสี เขามีโคอยู่ฝูงหนึ่ง ในฤดูทำนา
ได้มอบให้คนเลยงโคคนหนึ่ง ต้อนฝูงโคไปตั้งคอกเลี้ยงโคอยู่ในป่า และให้นำน้ำนมโคมามอบให้ตนตามเวลา
ี้
ก็แลในที่ไม่ไกลจากคอกโคนั้น มีราชสีห์ตัวหนึ่งอาศัยอยู่ ด้วยความกลัวราชสีห์ ฝูงโคจึงซูบผอม น้ำนมก็ไม่
เข้มข้นเหมือนเดิม วันหนึ่ง คนเลี้ยงโค นำน้ำนมโคมามอบให้เศรษฐี ๆ เห็นแล้วจึงถามว่า “ทำไม น้ำนมโค
ถึงใส” เขาจึงเล่าเรื่องนั้นให้เศรษฐีฟังว่า “มีราชสีห์ตัวนั้น ติดพันแม่เนื้อตัวหนึ่งจึงไม่หนีไปไหน” เศรษฐีจึง
่
แนะนำวา “เจ้า จงจับแม่เนื้อนั้น ให้จงได้ ทายาพิษที่ขนของมัน ตั้งแต่หน้าขนผากมันขึ้นไปหลาย ๆ ครั้ง
กักไว้ สัก 2-3 วัน แล้วค่อยปล่อยมันไป” เขาได้ทำเช่นนั้น ราชสีห์เห็นแม่เนื้อนั้น ก็เลียตามตัวด้วยความ
สิเนหา ได้ถึงความสิ้นชีวิตไป คนเลี้ยงโค ได้นำหนังของราชสีห์ไปมอบใหเศรษฐีๆ จึงกล่าวว่าขึ้นชื่อว่าความ
้
เสน่หาในพวกอื่นไม่ควรกระทำ ราชสีห์เพราะอาศัยความติดพันด้วยอำนาจกิเลส เลีียสรีระของแม่เนื้อ
สิ้นชีวิตแล้วกล่าวคาถานี้ว่า “บุคคล ไม่ควรไว้วางใจ ในผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกัน แม้ผู้ที่คุ้นเคยกันแล้ว ก็ไม่ควร
ไว้วางใจ ภัย ย่อมมีมาจากผู้ที่คุ้นเคยกัน เหมือนภัยของราชสีห์เกิดจากแม่เนื้อ”
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน ๛
คนที่เหมาะสมกับเหตุการณ์ (มหาสารชาดก)
๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า ประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภพระอานนทเถระ เรื่องมีอยู่ว่า
ครั้งนั้น พระสนมของพระเจ้าโกศล มีความประสงค์จะศึกษาธรรมะ จึงขอโอกาสพระราชา นิมนต์พระสงฆ์
รูปหนึ่งเข้ามาสอนธรรมะในพระราชวัง พระราชาทรงเห็นดีด้วย จึงกราบทูลแด่พระพุทธเจ้า พระพุทธองค์
จึงจัดส่งพระอานนทเถระเข้าไปแสดงธรรมในพระราชวัง ต่อมาวันหนึ่ง พระจุฬามณีของพระราชาเกิดสูญ
หาย พระราชาจึงรับสั่งให้อำมาตย์ตรวจค้นผู้คนในพระราชวังทั้งหมด แต่ก็ไม่พบ ทำให้ผู้คนเกิดความ
เดือดร้อน วันนั้น พระเถระเข้าไปพระราชวัง พบเห็นความผิดปกติของพระสนม ซึ่งทุกวันพอเห็นพระเถระ
มา จะพากันร่าเริงยินดี ตั้งใจเรียนธรรม แต่วันนั้น กลับดูเหงาหงอย ซึมเซา จึงถามดู เมื่อทราบความแล้ว
่
จึงขอเข้าเฝ้าพระราชา และให้คำแนะนำวา “อุบายที่จะไม่ทำให้มหาชนลำบาก แล้วให้เขานำพระจุฬามณ ี
มาคืน พอมีอยู่ โดยใช้บิณฑทาน กล่าวคือ พระองค์สงสัยคนเท่าใด ก็จับคนเท่านั้น แล้วให้ฟ่อนฟางหรือ
ก้อนดินไปคนละก้อน บอกให้นำมาโยนทิ้งไว้ที่ห้องหนึ่ง คนที่ถือเอาพระจุฬามณีไป ก็จักซุกมากับฟ่อนฟาง
หรือก้อนดินนั้นนำมาโยนไว้ แล้วให้อำมาตย์ตรวจค้นดู วันแรกถ้ายังไม่พบ ก็พึงให้ทำเช่นนี้สัก 3 วัน ผู้คน
ส่วนใหญ่ก็จะไม่พลอยลำบากด้วย” พระราชารับสั่งให้ทำเช่นนั้นตลอด 3 วัน ไม่มีใครนำแก้วจุฬามณีมาคืน

