Page 75 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 75

67

              นี้ก็ทนฟังไม่ได้ พากันเอามือปิดหูแล้วพูดว่า “พอละ..พอละ..ท่านหยุดพูดได้แล้ว พวกเราไม่อยากฟังสิ่งที่ไม่
              ควรจะฟัง” ว่าแล้วก็พากันวิ่งหนีเข้าป่าไป

              ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง:  แม้แต่สัตว์เดรัจฉานยังไม่อยากจะฟังสิ่งที่ไร้สาระ
                                                  และกิเลสตัณหาของชาวมนุษย์ ๛


                                             คดีหนูกินผาลเหล็ก (กูฏวาณิชชาดก)

              ๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวันเมืองสาวัตถี ทรงปรารภพ่อค้าโกงชาวเมืองสาวัตถีคนหนึ่ง
              ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นอำมาตย์ผู้วินิจฉัยคดีประจำ

                                      ี
              ราชสำนักในเมืองพาราณส สมัยนั้นมีพ่อค้า 2 คนคือพ่อค้าบ้านนอกกับพ่อค้าชาวเมืองเป็นเพื่อนสนิทกัน
              วันหนึ่ง พ่อค้าบ้านนอกได้ฝากผาลไถเหล็กประมาณ 500 อันไว้กับพ่อค้าชาวเมือง เมื่อถึงฤดูทำนาแล้วจะ

              มารับคืน พ่อค้าชาวเมืองคิดไม่ซื่อได้ขายผาลเหล็กทั้งหมดไปนำเงินมาใช้แล้วเอาขี้หนูมาโรยไว้บริเวณเก็บ
              ผาลเหล็กนั้น เมื่อเวลาผ่านไปหลายเดือนถึงฤดูทำนาพ่อค้าบ้านนอกมาขอรับผาลเหล็กคืน เขาจึงพูดด้วย

                                     ๋
              เสียงละห้อยวา “เพื่อนเอย เราเสียใจจริงๆ ผาลเหล็กของท่านถูกหนูกินหมดแล้ว ทิ้งแต่ขี้หนูไว้เป็นอนุสรณ์
                          ่
              เท่านั้น แล้วเราจะทำอย่างไรละทีนี้ นั่นเห็นไหม” พร้อมกับชี้ให้ดูขี้หนู พ่อค้าบ้านนอกคิดไม่ถึงว่าจะถูก
              เพื่อนโกงซึ่ง ๆ หน้า จึงคิดหาวิธีแก้เผ็ดคืนได้อย่างหนึ่ง ในเย็นของวันนั้นได้อาสาพาลูกชายของพ่อค้า

              ชาวเมืองนั้นไปอาบน้ำที่ท่าน้ำ อาบน้ำเสร็จแล้วขากลับก็ได้แวะที่บ้านเพื่อนคนหนึ่งพร้อมกับมอบเด็กฝาก
              ไว้กับเพื่อนคนนั้น พูดกำชับว่า “ท่านอย่าให้ใครเห็นเด็กคนนี้นะ ใครจะมาขอรับคืนก็อย่าให้ไปเด็ดขาด

              นอกจากเราคนเดียวเท่านั้น” ว่าแล้วก็กลับไปบ้านพ่อค้าชาวเมืองพร้อมกับคร่ำครวญให้เขาฟังว่า “เพื่อน
                                                                                                            ู่
              เอ๋ย…เราขอแสดงความเสยใจต่อท่านจริงๆ ลูกชายของท่านนะสิ ขณะที่เราลงเล่นน้ำในแม่น้ำ เขานั่งอยริม
                                     ี
              ฝั่งน้ำ ถูกเหยี่ยวตัวหนึ่งโฉบเอาไปกินเสียแล้ว สุดปัญญาที่เราจะช่วยได้จริงๆละเพื่อน ทีนี้จะทำอย่างไรดี
              ละ” พ่อค้าชาวเมืองไม่เชื่อว่าเด็กที่โตขนาดนี้แล้วจะถูกเหยี่ยวโฉบเอาไปได้ ด้วยความโกรธจึงชี้หน้าพ่อค้า

              บ้านนอกพร้อมกับพูดว่า “อ้ายโจรชั่ว…เจ้าต้องติดคุกแน่นอน เราจะไปแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้า “ว่าแล้ว
              ก็ไปแจ้งความ พ่อค้าบานนอกก็พูดตอบว่า “เชิญตามสบายเลยเพื่อน จะเอาอย่างนั้นก็ได้” แล้วก็เดิน
                                  ้
              ตามหลังเขาไปที่ศาล พ่อค้าชาวเมืองแจ้งความกับอำมาตย์โพธิสัตว์ว่า “นายท่าน พ่อค้าคนนี้นำลูกชายของ
                                                                                     ี่
              ผมไปอาบน้ำที่ท่าน้ำด้วย แต่เมื่อกลับถึงบ้าน กลับบอกผมว่าลูกชายผมถูกเหยยวโฉบไปกินเสียแล้ว มันจะ
              เป็นไปได้อย่างไร เด็กโตขนาดนี้แล้ว มันต้องฆ่าลูกชายผมแน่เลย” อำมาตย์จึงถามพ่อค้าบ้านนอกว่า “จริง

              หรือไม่ ที่ท่านนำเด็กไปอาบน้ำแล้วถูกเหยี่ยวโฉบเอาไปนะ” เขาตอบว่า “เป็นความจริงครับท่าน”
                           ่
              อำมาตย์ถามวา “ไม่น่าเชื่อที่เหยี่ยวจะโฉบเอาเด็กที่โตขนาดนี้ไปได้” เขาก็เรียนให้ทราบว่า  “นายท่าน…
              ถ้าเหยี่ยวไม่สามารถนำเด็กที่โตขนาดนี้บินไปได้ แล้วหนูจะสามารถกินผาลเหล็กไปได้อย่างไร” พระ

              โพธิสัตว์จึงถามว่า “นี่พ่อคุณ..มันเรื่องอะไรกันแน่” พ่อค้าบ้านนอกจึงเรียนให้ทราบว่า “นายท่าน…ผมได้

              ฝากผาลเหล็กจำนวน 500 อันไว้ที่บ้านพ่อค้าคนนี้ วันนี้ผมมาขอรับคืน เขาบอกว่าหนูได้กินผาลเหล็กไป
              หมดแล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้ ถ้าหนูกินผาลเหล็กได้ เหยี่ยวก็สามารถนำเด็กไปได้เช่นกันละขอรับ ถ้าหนูกินผาล

              เหล็กไม่ได้ เหยี่ยวก็ไม่สามารถนำเด็กไปได้ละขอรับ ขอท่านจงตัดสินคดีด้วยเถิด” อำมาตย์โพธิสัตว์พอ
              ทราบว่าพ่อค้าคนนี้กำลังแก้ลำพ่อค้าคนโกง จึงกล่าวชมเชยเป็นคาถาว่า “ท่านได้คิดอุบายตอบอุบายดีแล้ว

              ได้คิดโกงตอบผู้โกงท่านดีแล้ว ถ้าหนูทั้งหลายพึงกินผาลได้ เหตุไฉนเหยี่ยวทั้งหลายจะเฉี่ยวเด็กไปไม่ได้เล่า
              บุคคลที่โกงตอบคนโกงมีอยู่มากในโลก ผู้ที่ล่อล่วงตอบคนล่อลวงก็มีอยเหมือนกัน ท่านผู้มีบุตรหายจงให ้
                                                                              ู่
              ผาลแก่เขาเถิด ท่านผู้มีผาลหายก็คืนบุตรมาให้เขาเถิด” พ่อค้าบ้านนอกพูดว่า “ถ้าเขาคืนผาลเหล็กแก่ผม
   70   71   72   73   74   75   76   77   78   79   80