Page 70 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 70

62

              ประทับบัลลังก์ตัดสินคดีเอง พอเห็นหน้านายคามณิจันท์ก็จำได้ จึงตรัสถามว่า “ลุงคามณิจันท์ ท่านไปอยู่ที่
                                ี
              ไหนมา “นายคามณจันท์กราบทูลว่า “ขอเดชะพระอาญาไม่พ้นเกล้า ข้าพระองค์ไปอยู่บ้านนอกทำกสิกร
              รมพระเจ้าข้า จึงได้เกิดคดีโคกับท่านนี้ขึ้น” พระราชกุมารจึงไตร่สวนจนทราบความแล้วตรัสถามเจ้าของโค
              ว่า “เมื่อโคเข้าบ้าน ท่านเห็นหรือไม่” เจ้าของโคทูลว่า “ไม่เห็น พระเจ้าข้า “พระองค์จึงตรัสถามย้ำอีกว่า

                                                          ้
              “ไม่เห็นแน่นะ” เขาจึงทูลใหม่ว่า “เห็นอยู่พระเจาข้า” พระองค์จึงตัดสินคดีว่า “ลุงคามณิจันท์ เพราะท่าน
              ไม่เอ่ยปากมอบโคแก่เจ้าของ จึงปรับสินไหมท่าน 24 กหาปณะ แต่ชายคนนี้พูดมุสา ทั้งที่เห็นอยู่กลับบอก
                                                                         ้
              ว่าไม่เห็น ท่านจงควักนัยน์ตาของพวกเขาสองผัวเมียเสีย” ชายเจาของโครีบกรูเข้าไปหมอบลงแทบเท้านาย
              คามณิจันท์พูดว่า “ท่านลุง เงินค่าโคขอยกให้ท่านก็แล้วกัน และเงินเหล่านี้ขอมอบให้ท่านอีก ขออย่าได้

              ควักนัยน์ตาของพวกข้าพเจ้าเลย” มอบเงินให้แล้วก็กลับบ้านไป คดีที่ 2 พระราชกุมารทราบเรื่องแล้วตรัส

                                     ั
              ถามว่า “เมื่อนายคามณิจนท์ไม่ได้ฆ่าลูกของท่าน ท่านจะทำอย่างไรละ” ชายคนนั้นจึงทูลว่า “ข้าพระองค์
              ต้องการลูกคืนเท่านั้นแหละ พระเจ้าข้า “พระองค์จึงตัดสินคดีว่า “ถ้าเช่นนั้น ลงคามณิจันท์จงนำภรรยา
                                                                                      ุ
              ของเขาไปอยู่ด้วย เมื่อมีลูกแล้วค่อยคืนเขาไปก็แล้วกัน” ชายคนนั้นก็หมอบลงแทบเท้าของนายคามณิจันท์
              อ้อนวอนว่า “ท่านลุง…อย่าได้ทำลายครอบครัวผมเลยนะครับ” มอบเงินให้แล้วก็กลับบ้านไป  คดีที่ 3 พระ

              ราชกุมารทราบเรองแล้วตรัสถามว่า “ท่านเป็นคนบอกให้นายคามณิจันท์ขว้างม้าใช่หรือไม่” ครั้งแรกเขา
                              ื่
              บอกปฏิเสธเมื่อพระองค์ตรัสถามเป็นครงที่สองจึงทูลความจริง พระองค์จึงตัดสินคดีว่า “ชายคนนี้พูดมุสา
                                                  ั้
              ลุงคามณิจันท์จงตัดลิ้นของเขาเสีย แล้วจ่ายค่าขาม้าเขาไป 1,000 กหาปณะ” ชายเจาของม้าหมอบลงแทบ
                                                                                           ้
                                     ิ
              เท้านายคามณิจันณ์ขอชีวตพร้อมมอบเงินให้แล้วก็กลับบ้านไป คดีที่ 4 เมื่อพระราชกุมารทราบเรื่องแล้ว
              ตรัสถามว่า “เมื่อเขาตกลงมาทับบิดาของท่านตายโดยไม่เจตนาเช่นนี้ ท่านจะให้ทำอย่างไรละ” ลูกชายช่าง
              สานจึงทูลว่า “ข้าพระองค์ขอเพียงบิดาคืนมาเท่านั้น พระเจ้าข้า “พระองค์จึงตัดสินคดีว่า “ลุงคามณิจันท์

              เมื่อเขาต้องการบิดาของเขาคืน คนตายไปแล้วย่อมฟื้นคืนมาไม่ได้ ท่านจงรับมารดาของเขามาเป็นภรรยาก็

              แล้วกัน” บุตรช่างสานจึงหมอบลงแทบเท้าของนายคามณิจันท์อ้อนวอนว่า “ท่านลุง…อย่าได้ทำลาย
              ครอบครัวผมเลยนะครับ” มอบเงินให้แล้วก็กลับบ้านไป นายคามณิจันท์ชนะคดีความจึงมีความยินดีเบิก

              บานใจกราบทูลว่า “ขอเดชะ ยังมีสาส์นฝากมาถวายพระองค์อีก 10 เรื่อง พระเจ้าข้า “พระราชกุมารจึง
              รับสั่งให้บอกสาส์นนั้นมาทีละเรื่อง สาส์นที่ 1 นายบ้านส่วยคนหนึ่งทูลถามว่า “เดิมทีเขาเป็นคนรูปงาม มี

                                                            ็
              ทรัพย์สมบัติมาก ไม่มีโรคภัยเบียดเบียน แต่บัดนี้เปนคนทุกข์ยาก ซูบผอมเป็นโรค เป็นเพราะเหตุไร พระ
              เจ้าข้า “พระราชกุมารตรัสว่า “นายบ้านส่วยคนนั้นเดิมเป็นคนมีศีลธรรม ตัดสินคดีโดยธรรม จึงเป็นที่รัก

              ของทุกคน เขาจึงมีทรัพย์สมบัติมาก ต่อมาเขาเห็นแก่สินบน ตัดสินคดีโดยไม่เป็นธรรม จึงเป็นคนทุกข์ยาก
              เข็ญใจ มีโรคภัยเบียดเบียน บอกให้เขากลับมาเป็นคนมีศีลธรรมอีก เขาก็จะเป็นคนมั่งมีเหมือนเดิม” สาส์น

              ที่ 2 หญิงคณิกานางหนึ่งทูลถามว่า “เมื่อก่อนได้ค่าจ้างมาก แต่มาบัดนี้ไม่ได้แม้แต่หมากพลูมวนเดียว ไม่มี
              ใครมาเที่ยวเลยเป็นเพราะเหตุไร” พระราชกุมารตรัสว่า “เมื่อก่อนนางรับค่าจางจากชายคนหนึ่งแล้วจะไม่
                                                                                     ้
                                                                           ั
              รับจากคนอื่นอีก (เป็นไปตามลำดับ) นางจึงมีค่าจ้างมาก บัดนี้นางรบค่าจ้างจากคนแรกแล้วกลับไปนอนกับ
              คนหลัง ค่าจ้างจึงไม่ค่อยจะมี ถ้านางกลับไปปฏิบัติตามเดิมไม่เห็นแก่ได้ นางก็จะเป็นคนมีค่าจ้าง
              เหมือนเดิม” สาส์นที่ 3 หญิงสาวนางหนึ่งทูลถามว่า “นางไม่สามารถอยู่ในบ้านของสามีและบิดามารดาได้

              เป็นเพราะเหตุไร” พระราชกุมารตรัสว่า “ในระหว่างบ้านของสามีและบิดามารดาของสาวนางนั้น มีบ้าน
              ของชายคนรักของเธออยู่หลังหนึ่ง เธอจึงไม่สามารถอยู่ในบ้านสามีได้ บอกสามีว่าจะกลับไปเยี่ยมบิดา

              มารดาก็แอบไปอยู่บ้านชายชู้ 2-3 วัน ไปบ้านบิดามารดาก็บอกว่าจะไปบ้านสามี แล้วก็แอบอยู่บ้านชายชู้
              2-3 วัน ท่านลุงคามณิจันท์จงบอกให้เธอทราบว่า พระราชกำหนดกฎหมายมีอยู่ ถ้าเธอไม่อยู่ที่บ้านสามีอีก
   65   66   67   68   69   70   71   72   73   74   75