Page 73 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 73
65
วัยรุ่นวุ่นรัก (วีณาถูณชาดก)
๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวันเมืองสาวัตถี ทรงปรารภลูกสาวเศรษฐีชาวเมืองสาวัตถีคน
หนึ่งที่หอบผ้าหนีตามชายค่อมไป ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์
เกิดเป็นเศรษฐี มีลูกสาวกำลังเป็นวัยรุ่นอยู่คนหนึ่ง นางเห็นเครื่องสักการะที่เขาจัดทำให้โคอุสภราช
่
(หัวหน้าโค)ในบ้านของตนแล้วถามพี่เลี้ยงว่า “พี่..โคตัวนี้เป็นอะไร เขาถึงประดับถึงเพียงนี้” พี่เลี้ยงตอบวา
“นายหญิง..เขาเรียกโคอุสภราชจ้า “นางคิดว่า “โคที่ได้รับยกย่องว่าเป็นใหญ่ จะมีโหนกที่หลัง ถ้าเช่นนั้น
ชายผู้เป็นใหญ่ ก็คงจะมีโหนกขึ้นกลางหลังเช่นกัน” วันหนึ่งเมื่อเห็นชายหลังค่อมคนหนึ่งระหว่างทางจึง
็
่
เข้าใจวา “ชายคนนี้เป็นบุรุษอุสภราช เราควรจะเปนภรรยาของเขา “จึงใช้พี่เลี้ยงไปบอกเขาให้ไปรออย ู่
่
ปากทางลูกสาวเศรษฐีจะไปด้วย นางได้ห่อสิ่งของมีค่าหนีตามชายค่อมนั้นไป เศรษฐีพอทราบวาลูกสาวหนี
่
ตามชายค่อมไป ก็ออกติดตามเพื่อนำกลับมาบ้าน ฝายลูกสาวเศรษฐีกับชายค่อมเดินทางกันทั้งคืนไม่ได้
พักผ่อน ชายค่อมถูกความหนาวเหน็บตลอดคืนรุ่งแจ้งโรคเก่าได้กำเริบขึ้น เดินต่อไปไม่ได้ จึงแวะลงข้าง
ทางนอนขดตัวอยู่ เศรษฐีและคณะตามมาทันเห็นลูกสาวนั่งอยู่ข้างๆชายค่อมนั้น จึงเข้าไปสนทนาด้วยและ
พูดว่า “ลูกรัก เรื่องนี้เจาคิดคนเดียวไม่ได้นะ ชายค่อมผู้โง่เขลานี้จะนำทางเป็นที่พึ่งของเจ้าไม่ได้แน่ ลูกรัก
้
เจ้าไม่สมควรจะไปกับชายค่อมผู้นี้ดอกนะ” ลูกสาวตอบเป็นคาถาว่า “ลูกเข้าใจว่าชายค่อมเป็นคนองอาจ
จึงได้รักใคร่เขา เขานอนตัวคดอยู่อย่างนี้ ดุจคันพิณที่สายขาด” เศรษฐีได้นำลกสาวกลับคืนบ้านของตน
ู
และให้แต่งงานกับลูกชายเศรษฐีชาวเมืองในเวลาต่อมา
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: วัยรุ่นปัจจุบันมักจะทำตามใจตนเอง ควรถือนิทานเรื่องนี้เป็นตัวอย่าง
ลูกที่ดีควรยึดถือคำพูดของพ่อแม่เป็นเกณฑ์ ๛
ลิงสองพี่น้อง (จุลลนันทิยชาดก)
๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเวฬุวันเมืองราชคฤห์ ทรงปรารภพระเทวทัตผู้ชั่วช้า ได้ตรัสอดีต
นิทานมาสาธก ว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นลิงชื่อนันทิยะอาศัยอยในป่าหิมพานต์ มี
ู่
ลิงน้องชายชื่อจุลลนันทิยะ มีลิงบริวารอยู่ประมาณ 84,000 ตัว ปรนนิบัติลิงมารดาตาบอดอยู่ ด้วยภารกิจ
ต้องดูแลเลี้ยงดูลิงลูกน้อง ลิงสองพี่น้องจึงต้องแอบซ่อนมารดาไว้ที่พุ่มไม้แห่งหนึ่ง แล้วพวกตนก็ออก
แสวงหาอาหาร พอได้อาหารก็จะมอบให้ลิงตัวหนึ่งนำไปมอบให้มารดาของตน แต่ลิงตัวนั้นก็ได้กินอาหาร
ไปเสียในระหว่างทาง เวลาผ่านไปหลายวันลิงมารดาไม่ได้กินอาหารจึงมีร่างกายซูบผอมเหลือแต่หนังหุ้ม
่
กระดูก เมื่อลิงทั้งสองกลับมาหามารดาในวันหนึ่งก็ต้องตกใจถามมารดาวา “แม่จ๋า ลูกส่งผลไม้อร่อยมาให้
แม่ไม่ได้กินหรือ” แม่ตอบว่า “ลูกเอ๋ย แม่ไม่เคยได้รับอะไรเลย” ลิงนันทิยะคิดว่า “ถ้าเราปกครองฝูงลิงอยู่
เช่นนี้ แม่เราต้องตายแน่” จึงพูดกับลิงจุลลนันทิยะว่า “นี่น้องชาย พี่จะมอบให้เจ้าปกครองฝูงลิงเจ้าจะว่า
อย่างไร พี่จะขออยู่เลี้ยงแม่เอง” ลิงจุลลนันทิยะตอบว่า “พี่ชาย ผมก็ไม่อยากปกครองฝูงลิง จะขออยู่เลยง
ี้
แม่เช่นกัน” ทั้งสองจึงพามารดาหนีไปอยู่ที่ต้นไทรใกล้ชายป่าต้นหนึ่งตั้งแต่วันนั้น สมัยนั้น มีชายหนุ่มคน
หนึ่ง เรยนจบศิลปะทุกอย่างจากสำนักอาจารย์ทิศาปาโมกข์ เมืองตักกสิลาแล้วจึงอำลาอาจารย์กลับบ้าน
ี
อาจารย์ทราบว่าเขามีนิสัยหยาบกระด้างจึงให้โอวาทเขาว่า “นี่พ่อหนุ่ม เธอนะเป็นคนค่อนข้างกระด้างนะ
อย่าทำกรรมชั่วนะ แล้วจะไม่เดือดร้อน” ชายหนุ่มกราบลาอาจารย์แล้วกลับบ้านที่เมืองพาราณสี ไม่นานก็
แต่งงานมีครอบครัว คิดไม่ออกว่าจะเลี้ยงชีพด้วยอะไรดีจึงตกลงใจเป็นนายพรานธนูล่าสัตว์เลยงชีพ ขาย
ี้
บ้าง กินเองบ้าง ได้พอเลี้ยงครอบครัว วันหนึ่งเขาเข้าป่าหาล่าสัตว์ตามปกติ ปรากฏว่าทั้งวันไม่พบสัตว์อะไร
สักตัวเดียว กำลังจะเดินทางกลับบ้าน ผ่านมาทางต้นไทรพอดีเห็นลิงชราตาบอดบนต้นไทรนั้นก็ตัดสินใจจะ

