Page 79 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 79
71
ไปบวชละ” ภรรยาบอกว่า “พี่..ฉันท้องแล้วนะ เมื่อฉันคลอดลูกแล้วพี่ค่อยบวชเถิด” เขาจึงอยู่ต่อจนนาง
่
คลอดลูกแล้วจึงพูดอำลานางอีกว่า “น้อง..พี่จะออกบวชแล้วนะ ขอให้เธอดูแลลูกน้อยนะ” นางขอร้องวา
“พี่..ขอให้ลูกหย่านมก่อนเถอะ พี่ค่อยไป” ต่อมาอีกสองสามเดือนภรรยาก็ตั้งครรภ์อีก เขาคิดว่า “ถ้าขืน
เรามัวแต่อำลานางอยู่เช่นนี้ก็คงจะไม่ได้บวชหรอก เราต้องหนีไปบวชในคืนนี้ละ” พอถึงเวลาเที่ยงคืนก็แอบ
็
หนีออกจากบ้านไปบวชเปนฤๅษีบำเพ็ญเพียรอยู่ที่ป่าแห่งหนึ่ง วันหนึ่ง ฤๅษีนั้นขณะนั่งบำเพ็ญเพียรได้รำลึก
ถึงชีวิตของตนเอง จึงเปล่งอุทานเป็นคาถาว่า “นักปราชญ์ไม่กล่าวเครื่องผูกที่ทำด้วยเหล็ก ทำด้วยไม้ และ
ทำด้วยหญ้าปล้องวาเป็นเครื่องผูกที่มั่นคง ส่วนความกำหนัดยินดีในแก้วมณีและต่างหูก็ดี ความห่วงใยใน
่
่
บุตรและภรรยาก็ดี, นักปราชญ์กล่าวเครื่องผูกที่ประกอบด้วยกิเลสนั่นวาเป็นเครืองผูกที่มั่นคง ทำให้สัตว์
ื่
ตกต่ำ ย่อหย่อนแก้ได้ยาก นักปราชญ์ทั้งหลายตัดเครองผูกนั้นได้ขาด หมดความห่วงใย ละกามสุข หลีก
ออกไปได้” ฤๅษีบำเพ็ญเพียรอยู่เช่นนี้จนสิ้นชีวิตไปเกิดที่พรหมโลกในที่สุด
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: เรือนจำ (เครื่องผูก) ที่แท้จริงของมนุษย์คือ ลูกภรรยา สามี
และทรัพย์สินศฤงคาร ๛
ตำราเลือกลูกเขย (สาธุศีลชาดก)
๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภพราหมณ์เลือกลูกเขยคนหนึ่ง ได้
ั้
ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า ...กาลครงหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นอาจารย์ทิศาปาโมกข์ ในเมือง
ตักกสิลา มีพราหมณ์คนหนึ่งมีลูกสาว 4 คน แต่ละคนมีรูปร่างสวยงามเป็นที่หมายปองของชายหนุ่มทั่วไป
็
ในบรรดาชายหนุ่มที่มาจีบลูกสาวของพราหมณ์นั้นมีชายหนุ่ม 4 คนที่เข้าตาของพราหมณ์ คือ คนที่ 1 เปน
คนรูปหล่อ คนที่ 2 มีอายุมากแต่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ คนที่ 3 เป็นลูกชายเศรษฐีตระกูลดี คนที่ 4 เป็นคนมี
ศีลธรรม พราหมณ์คิดหนักใจว่าจะเลือกใครเป็นลูกเขยดี เพราะทั้ง 4 คน ก็มีความดีแตกต่างกันไป เขาจึง
ตัดสินใจไปปรึกษาอาจารย์ทิศาปาโมกข์ว่า “ท่านอาจารย์ครับ ผมมีเรื่องกลุ้มใจมาปรึกษาอาจารย์ คือมี
ชายหนุ่มอยู่ 4 คน คือ 1 คนรูปหล่อ 2 คนอายุมาก 3 คนมีชาติสูง 4 คนมีศีล มาจีบลูกสาวผม ผมคิดไม่ตก
ว่าจะเลือกใครดี ถ้าอาจารย์เป็นผมจะเลือกเอาคนไหน” พระโพธิสัตว์พูดตอบว่า “พราหมณ์..คนไม่มีศีลถึง
มีรูปสมบัติก็น่าตำหนิ ดังนั้น รูปสมบัตินี้ไม่ใช่สิ่งสำคัญ ถ้าฉันเป็นพราหมณ์นะ ฉันจะเลือกคนมีศีลเป็น
ลูกเขย” แล้วกล่าวเป็นคาถาว่า “ร่างกายก็มีประโยชน์ ข้าพเจ้าขอทำความนอบน้อมต่อท่านผู้เจริญวัย
ชาติสูงก็มีประโยชน์ แต่ข้าพเจ้าชอบใจศีล” พราหมณ์ฟังแล้วชอบใจ พอกลับไปถึงบ้านจึงตัดสินในยกลูก
สาวทั้ง 4 คน ให้แก่คนผู้มีศีลไป
ื่
ข้อคิดที่ได้จากเรอง: ผู้มีศีลธรรมเป็นต่อ รูปหล่อเป็นรอง ๛
ผู้ใหญ่บ้านทวงหนี้ไม่ถูกเวลา (คหปติชาดก)
๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภภิกษุผู้กระสันอยากสึกรูปหนึ่ง
ตรัสให้โอวาทว่า “ภิกษุ..ขึ้นชื่อว่ามาตุคามดูแลไม่ไหว ทำความชั่วแล้วยังลวงสามีด้วยอุบายอย่างใดอย่าง
หนึ่งอีก” แล้วได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดในตระกูลคหบดีใน
แคว้นกาสี มีภรรยาผู้ทุศีลคนหนึ่งชอบคบชู้กับผู้ใหญ่บ้านเป็นประจำ พระโพธิสัตว์ก็พอทราบระแคะระคาย
ื
อยู่บ้างจึงเฝ้าสบดูอยู่ ในฤดูทำนาของปีหนึ่ง หลังจากดำนาเสร็จแล้ว ข้าวยังไม่ทันตั้งท้อง ก็เกิดฝนแล้งขึ้น
ชาวบ้านเดือดร้อนกันทั้งหมู่บ้านเพราะไม่มีอาหารจะกิน จึงได้ตกลงกันซื้อวัวของผู้ใหญ่บ้านตัวหนึ่งเพื่อ
นำมาฆ่าแบ่งเนื้อปันกัน เมื่อเกี่ยวข้าวเสร็จแล้วถึงจะนำข้าวเปลือกมอบให้ผู้ใหญ่บ้านเป็นค่าเนื้อในอีกสอง
ู้
เดือนข้างหน้า อยู่มาวันหนึ่ง ขณะที่พระโพธิสัตว์ออกไปนา ผใหญ่บ้านได้แอบย่องเข้าไปหาภรรยาของพระ

