Page 76 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 76
68
่
ผมก็จะคืนลูกชายแก่เขาเหมือนกันละขอรับ” อำมาตย์จึงถามพ่อค้าชาวเมืองวาจะคืนผาลเหล็กแก่เขาไหม
พ่อค้าชาวเมืองยินยอมตามนั้น คนทั้งสองจึงคืนผาลเหล็กและลูกชายแก่กัน ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไป
ตามยถากรรม
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: เพื่อนที่ดีย่อมซื่อสัตย์ต่อกันทั้งต่อหน้าและลับหลัง ๛
เต่าตายเพราะปาก (กัจฉปชาดก)
๏ ในสมัยหนึ่งพระพุทธเจ้าประทับอยู่วันเชตวัน เมืองสาวัตถีทรงปรารภพระโกกาลิกะผู้เดือดร้อนเพราะ
ปาก ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นอำมาตย์ผู้สอนธรรมแก่
พระเจ้าพรหมทัต ผู้ครองเมืองพาราณสี โดยปกติพระราชาเป็นคนพูดมาก อำมาตย์พยายามหาอุบายกล่าว
ตักเตือนพระองค์อยู่แต่ก็ยังหาไม่ได้ สมัยนั้นที่สระแห่งหนึ่งในป่าหิมพานต์มีเต่าตัวหนึ่งอาศัยอยู่ มันเป็น
เพื่อนกันกับลูกหงส์ 2 ตัว วันหนึ่ง ลูกหงส์ได้มาเยี่ยมเต่าและชักชวนมันไปเที่ยวที่ถ้ำทองด้วย โดยให้เต่า
คาบไม้ตรงกลางแล้วหงส์จะคาบปลายทั้งสองข้างบินไป ก่อนไปได้ตกลงกับเต่าว่า “สหาย ท่านต้องอดทน
ไม่พูดอะไรกับใครจนกว่าจะถึงถ้ำของเรานะ มิเช่นนั้นท่านจะร่วงลงพื้นดินแน่ ๆ จะหาว่าเราไม่เตือน” เต่า
รับคำอยางมั่นเหมาะพอหงส์บินผ่านเมองพาราณสี เด็กชาวบ้านได้พากันชี้และตะโกนว่า “เฮ้ ๆ พวกเรามา
ื
่
ดูหงส์หามเต่า เร็ว ๆ” เต่าได้ฟังเช่นนั้นโกรธจึงปล่อยไม้เอ่ยปากวา “เจ้าเด็กร้าย เราต่างหากหามหงส์ไป”
่
มันได้ร่วงตกลงไปตายที่ท้องพระลานหลวง ขณะนั้นอำมาตย์กำลังเข้าเฝ้าพระราชาอยู่พอดี พอมีเสียงคนว่า
“มีเต่าตกจากอากาศมาตายตัวหนึ่ง” เท่านั้น พร้อมด้วยพระราชาได้ไปที่นั้น พระราชาตรัสถามถึงสาเหตุที่
เต่าตกลงมาตายอำมาตย์โพธิสัตว์ได้โอกาสจึงให้โอวาทพระราชาเป็นคาถาว่า “เต่าพออ้าปากจะพูด ได้ฆ่า
ตนเองแล้วหนอ เมื่อคาบท่อนไม้อยู่ดีแล้ว กลับฆ่าตนเองเสียด้วยคำพูดของตนเองนั่นแหละ ข้าแต่พระองค์
็
ผู้ประเสริฐในหมู่วีรชน บุรุษผู้เปนบัณฑิต เห็นเหตุวันนี้แล้วควรพูดให้ดี ไม่ควรพูดให้เกินเวลา ขอพระองค์
ทรงทอดพระเนตรเต่าผู้ถึงความพินาศเพราะพูดมาก” พระราชาทราบว่าอำมาตย์พูดถึงพระองค์จึงตรัส
ถามว่า “ที่ท่านพูดหมายถึงเราใช่ไหม ?” อำมาตย์โพธิสัตว์จึงกราบทูลว่า “มหาราชเจ้า..ไม่ว่าพระองค์หรือ
ใครคนไหน ๆ เมื่อพูดเกินประมาณย่อมถึงความพินาศกันทั้งนั้น” ตั้งแต่วันนั้นมา พระราชาได้ทรงตรัสแต่
น้อยลง
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: ควรพูดให้ถูกกาละเทศะและพูดแต่คำที่เป็นประโยชน์เท่านั้น
อย่างเป็นคนพูดมาก เข้าทำนองน้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรง ๛
นกหัวขวานตายเพราะไม้แก่น (กันทคลกชาดก)
๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภพระเทวทัตผู้เลียนแบบอย่าง
พระองค์แล้วถึงความพินาศ ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็น
นกหัวขวานชื่อขทิรวนิยะ เที่ยวหากินอาหารอยู่ในป่าไม้ตะเคียนแห่งหนึ่ง มีเพื่อนนกหัวขวานตัวหนึ่งชื่อกัน
ทคลกะ เที่ยวหากินอาหารอยู่ในป่าไม้ทองหลางแห่งหนึ่ง ในวันหนึ่ง นกกันทคลกะมาหานกขทิรวนิยะที่ป่า
ไม้ตะเคียน นกขทิรวนิยะดีใจที่เพื่อนมาเยี่ยมจึงพาเพื่อนไปที่ต้นตะเคียนต้นหนึ่ง ใช้จะงอยปากเคาะต้น
ตะเคียนคาบตัวหนอนให้พื่อนกินอย่างอร่อย นกกันทคลกะเห็นเพื่อนส่งอาหารมาให้กิน ก็คิดอยากจะลอง
่
หากินแบบเพื่อนดูบ้างจึงพูดขึ้นว่า “สหาย อย่าได้ลำบากเลย เราจะหากินในปาตะเคียนด้วยตัวของเรา
เอง” นกขทิรวนิยะพูดห้ามว่า “สหาย ท่านเคยหากินอยู่แต่ในเขตป่าไม้ไม่มีแก่น ไม้ตะเคียนเป็นไม้มีแก่น
ท่านจะไหวหรือ ?” นกกันทคลกะพูดว่า “เราก็นกหัวขวานเหมือนกันกับท่านนี่” ว่าแล้วก็ผลุนผันไปเอา
จะงอยปากเคาะต้นตะเคียนต้นหนึ่งสุดแรงเกิด ดัง “ป๊อก ๆ ๆ” ทันใดนั่นเองจะงอยปากของมันได้หักทันที

