Page 74 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 74
66
ฆ่ามัน ลิงนันทิยะเห็นนายพรานนั้นกำลังเล็งลูกธนูมาทางมารดาของตนก็ทราบถึงภัยอันตรายรีบบอกลิง
จุลลนันทิยะให้อยู่ดูแลแม่ ตนเองจะสละชีพเพื่อทุกคนจึงกระโดดลงไปขวางทางธนูพร้อมพูดกับนายพราน
้
้
ว่า “ท่านผู้เจริญ ขอท่านอย่าได้ฆ่ามารดาของข้าพเจาเลย จงฆ่าข้าพเจาแทนเถิด ปล่อยมารดาข้าพเจาไป
้
เสีย มารดาของข้าพเจ้าตาบอด” นายพรานไม่พูดอะไร ยิงธนูปักอกลิงนันทิยะทันที เสร็จแล้วก็เล็งลูกธนูไป
ที่ลิงชราอีก ลิงจุลลนันทิยะจึงกระโดดลงมาขวางทางพร้อมกับพูดว่า “ท่านผู้เจริญ ท่านอย่ายิงมารดาของ
ข้าพเจ้าเลย ข้าพเจ้าขอสละร่างกายให้ท่านแทนมารดา ท่านยิงเราสองพี่น้องแล้วก็จงไว้ชีวิตมารดาของเรา
เถิด” นายพรานไม่พูดอะไรได้ยิงลิงจุลลนันทิยะตายอีก และคิดว่า “เราจะเอาไปเผื่อเด็กๆที่บ้านด้วย” จึง
ยิงลิงมารดาของลิงทั้งสองนั้นอีก เสร็จแล้วก็หาบลิง 3 ตัวมุ่งหน้าตรงกลับไปบ้าน ขณะนั้น ได้เกิดสายฟ้าผ่า
ไปที่บ้านของนายพรานนั้น ทำให้ภรรยาและลูกสองคนของเขาเสียชีวิต บ้านก็ถูกไฟไหม้เหลือเพียงเสากับ
ขื่อเท่านั้น พอนายพรานกำลังจะเข้าถึงหมู่บ้าน ชาวบ้านก็บอกเรื่องนั้นให้เขาทราบ เขารีบวางหาบลิงทิ้งไว้
แล้ววิ่งเข้าไปที่บ้านร้องไห้คร่ำครวญอยู่ ทันใดนั้นเองขื่อได้หักมาทับหัวของเขาแตก แผ่นดินได้แยกออกสูบ
ร่างเขาลงไปตกในอเวจีนรก ในขณะที่แผ่นดินสูบเขาได้ระลึกถึงโอวาทของอาจารย์จึงกล่าวเป็น 2 คาถาวา
่
“อาจารย์ปาราสริยะได้กล่าวคำใดไว้ว่า ท่านอยาได้กระทำกรรมชั่ว อันจะทำตัวท่านให้เดือดร้อนใน
่
ภายหลังนะ คำนี้เป็นคำของท่านอาจารย์. คนทำกรรมใดไว้ย่อมเห็นกรรมนั้นในตน ทำดีย่อมได้ดี ทำชั่ว
ย่อมได้ชั่ว บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้รับผลเช่นนั้น”
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: ทำดีย่อมได้ดี ทำชั่วย่อมได้ชั่ว ๛
ลิงติเตียนมนุษย์
๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวันเมืองสาวัตถี ทรงปรารภภิกษุผู้กระสันเพราะอำนาจกิเลส
รูปหนึ่ง ตรัสให้โอวาทว่า “ภิกษุ ธรรมดากิเลสแม้สัตว์เดรัจฉานก็ติเตียน เธอบวชในศาสนานี้แล้วเหตุไฉนจึง
กระสันด้วยอำนาจกิเลสที่แม้สัตว์ก็ติเตียนเลา “แล้วได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธกว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
่
พระโพธิสัตว์เกิดเป็นลิงอาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์ วันหนึ่งถูกพรานป่าจับได้แล้วนำไปถวายพระเจาเมือง
้
พาราณสี พระราชามิได้สั่งทำร้ายมันกลับสั่งให้เลี้ยงมันอย่างดี ลิงนั้นอยู่ในพระราชวังหลายปีเห็น
พฤติกรรมของมนุษย์มากมาย กลายเป็นสัตว์เชื่องเรยบร้อยมิได้ดุร้าย พระราชาทรงพอพระทัยและมี
ี
เมตตาต่อมันมากจึงโปรดให้นายพรานนำกลับไปปล่อยยังป่าหิมพานต์เหมือนเดิม ฝูงลิงเมื่อทราบว่าลิง
โพธิสัตว์กลับมาแล้ว จึงประชุมกันที่ลานหินแห่งหนึ่งพร้อมกับต้อนรับและถามข่าวซักไซ้ไล่เลียงว่า “เจ้า
เพื่อนยาก ท่านหายไปไหนมาเป็นเวลานาน” ลิงโพธิสัตว์ตอบว่า “เราไปอยู่ที่เมืองพาราณสีมานะสิ” “แล้ว
ท่านออกมาได้อย่างไรละ” ฝูงลิงถามต่อ “พระราชาเลี้ยงเราไว้ดูเล่น แล้วก็ปล่อยมานี่แหละ” มันตอบ ฝูง
ลิงถามต่อว่า “ท่านอยู่กับมนุษย์มานาน คงพอจะทราบพฤติกรรมหรือนิสัยของมนุษย์กระมัง ลองเลาสู่พวก
่
่
เราฟังสิว่าเป็นอย่างไร” ลิงโพธิสัตว์ “พวกท่านอย่าถามเลย เราไม่อยากจะเลา “ฝูงลิง “เล่ามาเถิด พวกเรา
อยากจะฟัง” ลิงโพธิสัตว์ทนการอ้อนวอนไม่ไหวจึงพูดว่า “ท่านทั้งหลายเอ๋ย ขึ้นชื่อว่ามนุษย์ จะเป็น
กษัตริย์ เศรษฐีหรือยาจก ล้วนแต่พูดคำเดียวกันว่า ของเรา ของเรา ไม่รู้ถึงความไม่เที่ยง ความไม่มีอยู่เลย
มีแต่คนพาลละเพื่อนเอ๋ย” ว่าแล้วก็กล่าวติเตียนมนุษย์เป็นคาถาว่า “มนุษย์ทั้งหลายผู้มีปัญญาเขลา ไม่เห็น
ิ
อริยธรรม พูดกันแต่ว่า เงนของเรา ทองของเรา ทั้งคืนทั้งวัน ในเรือนหลังหนึ่ง มีเจ้าเรือนอยู่ 2 คน ใน 2
คนนั้น คนหนึ่ง ไม่มีหนวด นมยาน เกล้าผมมวย และเจาะหู ถูกซื้อมาด้วยทรัพย์เป็นจำนวนมาก ชาย
เจ้าของเรือนนั้น พูดเสียดแทงคนนั้นตั้งแต่วันที่มาถึง” พวกลิงได้ฟังลิงโพธิสัตว์กล่าวติเตียนชาวมนุษย์อย่าง

