Page 84 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 84
76
“ถ้าคนบริบูรณ์ด้วยอาการอันงดงามที่สมควรแก่ม้านั่น พึงจับม้านั่นที่บังเหียนแล้วจูงไปรอบๆ สนามม้าไซร้
ั
ม้าก็จะละอาการเขยกแล้วเลียนแบบคนเลี้ยงม้านั้นโดยพลัน” พระราชารบสั่งให้เปลี่ยนคนเลี้ยงม้าใหม่ พอ
เปลี่ยนคนเลี้ยงม้าคนใหม่ ไม่นานม้านั้นก็เดินปกติดีเช่นเดิม พระราชาจึงได้พระราชทานลาภยศแก่พระ
โพธิสัตว์เป็นจำนวนมากในฐานะรู้อัธยาศัยของม้านั้น
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: คบคนพาล พาลพา ไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพา ไปหาผล ๛
อาหารไม่บริสุทธิ์ (สตธรรมชาดก)
๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวันเมืองสาวัตถีทรงปรารภการแสวงหาไม่ควร 21 ประการ มี
การเป็นพระหมอดู เป็นต้น ของพวกภิกษุ ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระ
โพธิสัตว์เกิดเป็นคนจัณฑาล (คนทุกข์ยาก) ในเมืองพาราณสี เมื่อเติบโตเป็นหนุ่มแล้ว วันหนึ่งได้เดินทางไป
ต่างเมืองด้วยกิจธุระอย่างหนึ่ง จึงเตรียมข้าวสารและห่อข้าวเป็นเสบียง ในวันนั้น สตธรรมมานพ ลูกชาย
ของพราหมณ์ตระกูลดังประจำเมืองพาราณสีก็เดินทางไกลเช่นกัน แต่เขาไม่ได้เตรียมเสบียงอาหารอะไรไป
ด้วย ชายหนุ่มทั้งสองคนมาพบกันที่ทางใหญ่ สนทนากันทราบเรื่องแล้วก็เป็นเพื่อนร่วมเดินทางไปด้วยกัน
้
พอเดินทางไปได้เวลาอาหารเชา ก็ชวนกันแวะลงข้างทางที่สระน้ำลูกหนึ่ง พระโพธิสัตว์ล้างมือแล้วแก้ห่อ
ข้าว เชิญชวนสตธรรมมานพร่วมกินข้าวด้วยกัน เมื่อได้รับคำปฏิเสธจากสตธรรมมานพแล้วก็แบ่งข้าวไว้
ครึ่งหนึ่ง กินไปครึ่งหนึ่ง เสร็จแล้วก็ห่อไว้ตามเดิม ล้างมือแล้วชวนกันออกเดินทางต่อไป จนกระทั่งเวลา
ึ
เย็นชายหนุ่มทั้งสองจงชวนกันแวะลงข้างทางอาบน้ำในสระแห่งหนึ่ง แล้ว พระโพธิสัตว์ก็แวะไปนั่งกินข้าว
่
อย่างสำราญอยู่คนเดียวโดยไม่ได้เชิญชวนสตธรรมมานพอีก เพราะเข้าใจวาถึงชวนก็คงไม่กินอยู่ดี ฝ่ายสต
ิ
ธรรมมานพเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางมาทั้งวัน หวข้าวก็หิวได้แต่มองดูเขากินข้าว พร้อมกับคิดในใจว่า
“ถ้าเขาชวนเรากินข้าวด้วย ครั้งนี้เราต้องกินด้วยแน่ ๆ” พระโพธิสัตว์ก็ไม่พูดอะไรกินข้าวท่าเดียว สตธรรม
มานพจึงคิดว่า “มันไม่ชวนเรา เราจะแอบกินข้าวเหลือเดนมันก็ได้วะ” เขาได้แอบไปกินข้าวเหลือเดนนั้น
เมื่อกินเสร็จแล้วก็เกิดความไม่สบายใจว่า “เราทำอะไรนี่ กินอาหารเหลือเดนของคนจัณฑาล ทำสิ่งที่ไม่ดี
แล้ว” ทันใดนั่นเองเขาก็ได้อาเจียนออกมาเป็นเลือดคร่ำครวญอยู่ว่า “เรากินอาหารที่เป็นเดนของคนสกุล
ต่ำ เราเป็นชาติพราหมณ์บริสุทธิ์ไม่น่าจะทำเลย” คร่ำครวญเสร็จก็เดินโซซัดโซเซเข้าป่าไปและเสียชีวิตใน
ที่สุด พระพุทธองค์เมื่อตรัสอดีตนิทานแล้วจึงตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย เพราะสตะรรมมานพบริโภคอาหาร
อันเป็นเดนของคนจัณฑาล จึงคิดเสียใจ ฉันใด ผู้บวชในพระพุทธศาสนานี้ก็ไม่ควรเลี้ยงชีพด้วยการแสวงหา
ที่ไม่เหมาะไม่ควร ฉันนั้น” ได้ตรัสพระคาถาว่า “ภิกษุใดละทิ้งธรรมเสีย หาเลี้ยงชีพโดยไม่ชอบธรรมภิกษุ
นั้นก็ย่อมไม่เพลินด้วยลาภแม้ที่ตนได้มาแล้วเปรียบเหมือนสตธรรมมานพ”
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: อย่ากินอาหารโดยไม่พิจารณาเสียก่อน และอย่าเลยงชีพด้วยอาชีพที่ผิดกฎหมาย ๛
ี้
อุบายหนีตาย (ตินทุกชาดก)
๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถีทรงปรารภพระปัญญษบารมีของพระองค์ ได้
ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพญาวานร มีลิงเป็นบริวาร
ู่
หลายหมื่นตัว อาศัยอยู่ในป่าแห่งหนึ่ง ในที่ไม่ไกลจากหมู่บ้านแห่งหนึ่ง บางคราวก็มีคนมาอย บางคราวก็
เป็นหมู่บ้านร้าง ที่กลางหมู่บ้านนั้น มีต้นมะพลับต้นหนึ่ง มีผลสุกอร่อยมาก ฝงลิงจะมากินผลมะพลับสกใน
ู
ุ
คราวที่ไม่มีคนมาอยู่เสมอๆ เพราะติดใจในรสชาติของมัน ต่อมาในปีหนึ่ง ถึงฤดูมะพลับมีผล ได้มีชาวบ้าน
กลุ่มหนึ่งมาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านนั้น ฝูงลิงก็คิดจะมากินผลมะพลับอีก จึงมอบให้ลิงตัวหนึ่งไปดูลาดเลา มัน
่
ไปดูแล้วกลับมาบอกเพื่อนๆ วา “ขณะนี้ผลมะพลับกำลังสุกเต็มต้นเลย แต่มีอุปสรรคเพราะมีชาวบ้านมา

