Page 926 - SRT RP_Final Report_221107
P. 926
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงและสภาพัฒน์ (โดยการรถไฟฯ ส่งเรื่องให้กระทรวงไปเมื่อ
ช่วงกลางเดือนธันวาคม พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมา) คาดว่าหากได้รับการเห็นชอบอนุมัติภาย
ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2565 นี้ ก็จะสามารถเสร็จสิ้นได้ภายในระยะเวลา 3 ปี (ประมาณปี พ.ศ.
2569 - 2570) ส่วนเส้นทางอื่นนั้น การรถไฟฯ ยังคงต้องศึกษารายละเอียดความเหมาะสม
ิ
และทยอยส่งเพื่อพจารณาอีกทีในระยะต่อ ๆ ไป
ทว่าจากการสัมภาษณ์ กส. ภายหลังในวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2565 ณ ห้องประชุม
ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ การรถไฟฯ พบว่าเส้นทางช่วงขอนแก่น – หนองคายนั้นจะ
สามารถดำเนินการก่อสร้างได้เสร็จสิ้นอย่างเร็วที่สุดประมาณช่วงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2568
เนื่องจากการดำเนินงานในเส้นทางนี้จะใช้สัญญารวมฉบับเดียวกันทั้งงานโยธาและงานอาณัติ
สัญญาณ จึงน่าจะทำให้สามารถดำเนินงานเสร็จสิ้นได้เร็วขึ้นกว่างานระยะที่ 1
o แนวทางการเร่งรัดโครงการทางคู่ระยะที่ 1: มีการเพิ่มเติม Production rate ผ่านการเพม
ิ่
แรงงาน เพิ่มเครื่องมือ และเพิ่มความถี่ในการติดต่อกับหน่วยงานภายนอก (อาทิ กรมป่าไม้)
เพื่อขออนุญาตใช้พื้นที่ได้รวดเร็วขึ้น
o แนวทางการเร่งรัดโครงการทางคู่สายใหม่: เร่งรัดประสานงานให้รวดเร็วขึ้น และปรับการ
จัดรูปแบบของการบริหารสัญญา (โดยเดิมทีสัญญาของงานโยธาและงานอาณัติสัญญาณใน
การก่อสร้างทางคู่ระยะที่ 1 นั้นแยกกัน ซึ่งมองว่าการรวมให้เป็นสัญญาเดียวกันและบริหาร
จัดการโดยเอกชนรายเดียวกันเลยนั้นจะเป็นการง่ายและรวดเร็วกว่า)
(ความเห็นจาก สค.)
o มี 4 ปัจจัยหลักที่ทำให้โครงการล่าช้า ไม่เป็นไปตามแผน ได้แก่ (1) ภัยธรรมชาติ (น้ำท่วม
ทางขาด พายุเข้า) (2) โรคระบาด (3) หน่วยงานภายนอก และ (4) การร้องเรียนของชาวบ้าน
ในชุมชน ซึ่งควบคุมได้ยาก
• การสร้างรายได้จาก Access fee และค่าสัมปทาน และการควบคุมค่าซ่อมบำรุงทาง
(ความเห็นจาก ดส.)
- ปัจจุบัน การรถไฟฯ เดินรถเชิงพาณิชย์อยู่ที่ 84 ขบวน โดยเมื่อเปิดให้บริการทางคู่ระยะ
2 และทางสายใหม่แล้ว จะต้องมีแผนจัดหารถมาวิ่งโดยเพิ่มรถเป็น 222 ขบวน (เกือบ 3
735

