Page 1069 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 1069
9
ี
ุ
ื
่
ี
ั
้
ี
ิ
่
แก้ปญหา มคะแนนไม่ต ากว่ารอยละ 80 ของคะแนนเต็ม เรยงล าดับจากคะแนนมากไปหาน้อยคอ กล่มท 3 คด
็
ุ
้
ิ
่
ี
่
เปนรอยละ 98.10 กล่มท 1 คดเปนรอยละ 96.19 กล่มท 5 คดเปนรอยละ 95.24 กล่มท 4 คดเปนรอยละ 94.29
ุ
ี
้
็
ิ
ี
่
ุ
้
็
ิ
้
็
ิ
็
กล่มท 2 คดเปนรอยละ 90.48 ตามล าดับจะเหนได้ว่าทกกล่มมคะแนน ตั้งแต่ 90.84- 98.10 เปนไปตามสมมตฐาน
ุ
็
ุ
้
ี
ิ
ี
็
ุ
ุ
่
่
ี
ทตั้งไว้
่
็
ุ
ั
ั
ื
เมอพิจารณาความสามารถในการแก้ปญหาในแต่ละประเดน แต่ละกล่มสามารถจะแก้ปญหาได้ม ี
่
ี
้
็
ี
ื
คะแนนไม่ต ากว่ารอยละ80 ของคะแนนเต็ม ประเดนทนักเรยนแต่ละกล่มท าได้คะแนนรอยละ 100 คอ การ
ุ
้
่
็
้
ั
ิ
ี
์
ก าหนดปญหา และการค้นคว้า ส่วนการวิเคราะหข้อมลมคะแนนรองลงมาคดเปนรอยละ 99.05 ดังท ประสาท
ี่
ู
ั
ิ
ี
ี
ู
้
ื
เนองเฉลม (2557) กล่าวว่า ผู้เรยนเรยนรผ่านกระบวนการและพัฒนาทักษะในการแก้ไขปญหาเกิดจากการ
้
ี
ี
ค้นคว้าด้วยตนเองหรอได้รบมาจากการศกษาผู้อน การเรยนรทักษะทจ าเปนต่อการแก้ปญหา ร่วมคดร่วมท า และ
ู
ึ
ั
ื
ิ
ื
ั
็
่
่
ี
ั
ิ
ิ
์
์
ื
ิ
ร่วมรบผิดชอบต่อสังคม โดยผู้สอนเปดโอกาสให้ผู้เรยนเผชญสถานการณจรง หรอจัดสภาพการณให้ผู้เรยน
ี
์
ั
ี
ั
็
ประเชญปญหา แล้วฝกขบวนการวิเคราะหปญหาและแก้ปญหาร่วมกันเปนกล่มท าให้ผู้เรยนเข้าใจปญหา เหน
ั
ุ
ิ
็
ั
ึ
ิ
ทางเลอกในการแก้ปญหา เกิดการใฝร เกิดทักษะกระบวนการคด และกระบวนการแก้ปญหา
ั
ื
้
ั
่
ู
ั
ุ
ึ
่
ุ
และวินัย ค าสวรรณ (2551) ได้ศกษางานวิจัยเกียวกับความสามารถในการแก้ปญหาแล้วสรปไว้ว่า
ั
ี
ู
ึ
์
้
ี
1) ความสามารถในการแก้ปญหามความสัมพันธกับประสบการณ การเรยนร การฝกฝน วิธการแก้ปญหา ระดับ
ี
ั
์
ี่
่
ั
ี
ิ
ิ
้
ู
ู
ี
ั
สตปญญาและสภาพแวดล้อมทางสังคม 2) ผู้ทมความสามารถในการแก้ปญหาสง มความรเกียวกับข้อเท็จจรง
่
ิ
ั
และหลักการในการแก้ปญหาด 3) แรงจงใจทเกียวกับความชอบในการปญหาพฤตกรรมการแก้ปญหา และ
ี
่
ี
ู
ั
ั
ี
ี
ั
สภาพแวดล้อมรอบตัวนักเรยน ส่งผลถงความสามารถในการแก้ปญหา 4) นักเรยนชายและหญง ระดับอายุ
ิ
ึ
ั
เท่ากันมความสามารถในการแก้ปญหาไม่แตกต่างกัน 5) ความสามารถในการแก้ปญหาพัฒนาข้นตามระดับอายุ
ี
ึ
ั
6) ความสามารถในการแก้ปญหามความสัมพันธ กับทักษะทางการกีฬาฟตบอล สอดคล้องกับงานวิจัยของ
์
ุ
ี
ั
ึ
ึ
ั
สภามาส เทยนทอง (2553) ได้ศกษาการพัฒนาความสามารถในการแก้ปญหาของนักเรยนชั้นประถมศกษาปท 5
ี
ี
ี
่
ี
ุ
ี่
ทจัดการเรยนรโดยใช้ปญหาเปนฐาน พบว่า 1) ความสามารถในการแก้ปญหา หลังการจัดการเรยนรโดยใช้
ู
้
้
ี
ู
ั
็
ั
ี
ั
ี
ื่
ี
ี
้
ู
ู
็
ปญหาเปนฐาน พบว่า นักเรยนมความสามารถในการแก้ปญหาอยู่ในระดับสง 2) ผลการเรยนรเรอง การถนอม
ั
ั
ู
ั
้
ู
็
ี
ี
ั
้
ู
อาหาร หลังการจัดการเรยนรโดยใช้ปญหาเปนฐานสงกว่าก่อนได้รบการจัดการเรยนร และดอกอ้อ รงโคตร
์
ั
ื่
้
ู
ี
็
ึ
(2553) ได้ศกษาผลการจัดกิจกรรมการเรยนรวิทยาศาสตร โดยใช้ปญหาเปนฐาน (Problem based learning) เรอง
่
ี
ั
์
ี่
่
ปรากฏการณเกียวกับอากาศในชวิตประจ าวัน ชั้นมัธยมศกษาปท 1 พบว่า นักเรยนชั้นมัธยมศกษาปท 1 ทได้รบ
่
ี
ี
ึ
ี
ึ
ี
ี
็
ี
ั
์
ื่
ู
การจัดกิจกรรมการเรยนรวิทยาศาสตร โดยใช้ปญหาเปนฐาน(Problem based learning) เรอง ปรากฏการณ ์
้
ี
ี
ู
ี
ิ
เกียวกับอากาศในชวิตประจ าวัน มผลสัมฤทธ์ ิทางการเรยนและความสามารถในการคดแก้ปญหาหลังเรยนสง
ี
่
ั
ี
ี
กว่าก่อนเรยน อย่างมนัยส าคัญทางสถต (p<.001)
ิ
ิ
1050

