Page 1070 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 1070
10
็
ี่
ึ
็
ั
ิ
ี
ตอนท2 ผลการศกษาพฤตกรรมการท างานเปนทมโดยใช้ปญหาเปนฐาน(Problem based learning)
ึ
็
ิ
ั
ี
ี
ี
ุ
ุ
ี
ี
ของนักเรยนชั้นมัธยมศกษาปท 3พบว่า นักเรยนทกกล่มมคะแนนพฤตกรรมการท างานเปนทมในการแก้ปญหา
ี
่
ี่
็
ี
ี
อยู่ในระดับด (คะแนนเฉลย 2.69 ) เปนไปตามสมมตฐานทก าหนดไว้
่
ิ
ุ
็
ิ
ื่
ี
เมอพิจารณาพฤตกรรมการท างานเปนทมในแต่ละประเดน พบว่าการวางแผนการท างาน การแสดง
็
่
็
ิ
ความคดเหน และท างานเสรจตามเวลาทก าหนดอยู่ในระดับด ส่วนความร่วมมอในการปฏบัตงานและความ
ี
็
ื
ี
ิ
ิ
่
ี
ื
ั
ิ
ึ
ี
่
ี
ั
รบผิดชอบทได้รบหอบหมาย อยู่ในระดับ พอใช้ซง ดเรก วรรณเศยร และสยมพร ทองเน้อด (2552) กล่าวว่า การ
ื
ุ
ี
่
ี
ิ
ึ
์
ุ
่
ี
ท างานเปนทม หมายถง กล่มบคลทท างานร่วมกัน มปฏสัมพันธหรอมการตดต่อสอสารกันระหว่างสมาชกใน
็
ิ
ิ
ี
ื
ิ
ี
็
ทมงาน ช่วยกันท างาน เพือปฏบัตงานให้บรรลเปาหมายหรอปฏบัตงานให้เสรจสมบรณคนกล่มน้มเปาหมาย
ี
์
ื
้
ี
ู
ิ
ุ
ิ
่
ุ
ิ
้
ี
ึ
็
ร่วมกันและยอมรบทจะท างานให้เสรจ และสอดคล้องกับงานวิจัยของนฤนาท จั่นกล้า (2558) การศกษา
ั
่
ุ
ิ
ู
ิ
ั
ึ
ี
ื
์
ผลสัมฤทธ์ทางการเรยนและพฤตกรรมการท างานกล่ม เรอง คอนกรเอนซ ส าหรบนักศกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏ
่
ี
ี
่
ี
ี
พระนครศรอยุธยา ทเรยนโดยใช้การเรยนแบบร่วมมอ ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลสัมฤทธ์ ิทางการเรยน คอนกร ู
ื
ี
ี
ึ
เอนซ ของนักศกษาทเรยนโดยใช้การเรยนแบบร่วมมอสงกว่านักศกษาทเรยนโดยใช้การเรยนแบบบรรยายอย่าง
ี
ึ
ี
ู
ี
่
ื
ี
์
ี่
็
ิ
่
ี
ุ
ี
ิ
ิ
ิ
่
ึ
มนัยส าคัญทางสถตทระดับ.05 ซงเปนไปตามสมมตฐาน 2) ผลการสังเกตพฤตกรรมการท างานกล่มของ
ู
ี
่
ี
ุ
ิ
นักศกษาทเรยนโดยใช้การเรยนแบบร่วมมอมพฤตกรรมการท างานกล่มอยู่ในระดับสงมาก คดเปนรอยละ 92.21
้
ึ
ิ
ื
็
ี
ี
ี
ิ
ุ
ของคะแนนเต็ม และศกราวรรณทชา เสาเวียง (2556) การเปรยบเทยบกระบวนการการท างานในการท างานกล่ม
ุ
ี
และความสามารถในการท างานกล่มของนักศกษาชั้นประถมศกษาปท 6 ทได้รบการสอนโดยใช้แบบเรยน
ี
ึ
่
ี
ี
่
ึ
ุ
ี
ั
ี
ี
ึ
้
ู
ุ
ี
ิ
์
อัตลักษณกับการสอนแบบเดมในกล่มสาระการเรยนรการงานอาชพและเทคโนโลยี ผลการศกษาพบว่า นักเรยน
ี
ั
ู
ี
ุ
์
ทได้รบการสอนโดยใช้แบบเรยนอัตลักษณ มความสามารถในการท างานกล่มหลังเรยนสงกว่าก่อนเรยนอย่างม ี
ี
ี
่
ี
ั
ิ
ิ
่
ี
ี
่
ี
่
ิ
ี
นัยส าคัญทางสถตทระดับ .01 2) นักเรยนชั้นประถมศกษาปท 6 ทได้รบการสอนแบบเดมมความสามารถในการ
ี
ึ
ี
ี
ี
ู
ี
ิ
ท างานกล่มหลังเรยนสงกว่าก่อนเรยนอย่างมนัยส าคัญทางสถตทระดับ .01
ิ
ุ
่
ี
้
ู
่
ั
ั
็
ื
ี
ส าหรบการเรยนรในการแก้ปญหาวิชากีฬาฟตบอลโดยใช้ปญหาเปนฐานนั้น เมอพิจารณา
ั
ุ
่
ุ
ี
็
ั
ความสามารถในการแก้ปญหาในแต่ละประเดน แต่ละกล่มสามารถจะแก้ปญหาได้มคะแนนไม่ต ากว่ารอยละ80
้
ั
่
็
ึ
่
ของคะแนนเต็ม ประเดนทนักเรยนแต่ละกล่มท าได้คะแนนเต็ม 100 คอ การก าหนดปญหา และการค้นคว้าซง
ั
ุ
ื
ี
ี
ื
ิ
ึ
กอบวิทย์ พิรยะวัฒน์ (2554) กล่าวว่าการฝกฝนและลงมอท าจรงจะช่วยพัฒนาคณลักษณะของผู้เรยน เพือการ
ิ
่
ุ
ี
ื่
ี
ท างานกับส่งไม่รและปญหาทสรางข้น ผู้สอนต้องวางแผนการจัดการเรยนการสอน เตรยมสออปกรณการเรยน
์
่
ู
ุ
้
ี
ิ
้
ี
ั
ึ
ี
ู
ี
็
ั
้
ั
ิ
ั
ี
่
การสอน ปรบเจตคตของผู้เรยนต่อการเรยนรโดยใช้ปญหาเปนฐาน ซงปญหาทจะน ามาใช้ในการเรยนการสอน
ึ
ี
ี
่
ี
ี
แบบน้ควรสอดคล้องกับความสนใจ และสามารถจงใจให้ผู้เรยนศกษาค้นคว้า ท าความเข้าใจในปญหานั้นได้
ึ
ั
ู
ื
อย่างลกซ้งและเชอมโยงกับปญหาทเกิดข้นจรง เมอไหร่ก็ตามทผู้เรยนมความกระหายใคร่รในประเดนใดก็ย่อม
ิ
็
่
ื
่
ึ
ั
ี
่
่
ี
ี
ี
ู
้
ึ
ึ
ี
่
ั
ิ
ั
ี
ุ
ั
ุ
ี
ึ
ี
สามารถท่มเทแรงกาย แรงใจ และสตปญญาแก้ไขปญหาให้ลล่วงได้ ปญหาทดจงมความท้าทายให้ผู้เรยนได้ม ี
1051

