Page 1084 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 1084
ี่
ี
็
ึ
่
จากการพิจารณารายข้อในจ านวน 10 ข้อ พบว่า ข้อ 1-4 ซงเปนค าถาม What ทมภาพประกอบ
้
ิ
ู
นักเรยนส่วนใหญ่ รอยละ 94.00 ตอบค าศัพท์ได้ถกต้อง ทั้งยังมรปประโยคการตอบทสมบรณ ส่งน้แสดง
ี
ี
ี
ู
ู
์
่
ี
ี
ื
ื
ึ
ิ
็
ื
่
ื่
็
ประโยชน์ของการใช้บัตรค าศัพท์เปนเครองมอชนดหนงในการเรยนการสอน กล่าวคอบัตรค าศัพท์ ถอเปน
ื่
ี
ี
ิ
่
ี
้
ู
ึ
้
ี
่
ึ
หนงในบทเรยนสอประสม ทช่วยส่งเสรมให้นักเรยนได้เรยนรค าศัพท์ได้มากข้น และยังสรางความจดจ า
่
ี
ี
ุ
้
ี่
ี
ู
ี
สอดคล้องกับงานวิจัยของ อัจฉรา เจตบตร (2554) ทพบว่านักเรยนทเรยนผ่านการจัดการเรยนรโดยใช้
ิ
่
ิ
ื
ู
่
ี
ื
์
ี
บทเรยนสอประสม ทประกอบด้วยเกม หนังสอสามมต บัตรค า รปภาพ และสอผ่านคอมพิวเตอร ม ี
ื
่
่
ี
ี
ี
ผลสัมฤทธ์ ิทางการเรยนก่อนและหลังต่างกันอย่างมนัยส าคัญทางสถตทระดับ .05 และยังสอดคล้องกับ
ิ
ิ
ี
ี่
งานวิจัยของ ส าเนา ศรประมงค์ (2547:บทคัดย่อ) ทได้ศกษาผลการใช้เกมค าศัพท์ประกอบการสอนทมต่อ
่
ี
ี
ึ
้
่
ี
ึ
ี
ความคงทนในการเรยนรค าศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรยนชั้นประถมศกษาปท 5 โรงเรยนอัสสัมชัญระยอง
ี
ี
ู
ี
ุ
จังหวัดระยองจ านวน 40 คนใช้วิธส่มอย่างง่าย ผลการวิจัยพบว่าการใช้เกมค าศัพท์ภาษาอังกฤษเข้ามา
ี
ู
ี
ี
้
ี
ู
ประกอบการสอนช่วยให้นักเรยนมความคงทนในการเรยนรค าศัพท์ภาษาอังกฤษสงโดยใช้ t-test ส าหรบ
ั
้
ิ
ี
ี
กล่มตัวอย่างไม่อสระจากกัน และพบว่าการใช้เกมค าศัพท์จะช่วยให้นักเรยนมผลสัมฤทธ์ ิทางการเรยนรสง
ุ
ู
ี
ู
กว่าการสอนด้วยวิธปกต
ิ
ี
ค าถามข้อท 5-6 ซงเปนค าถาม Yes/No Question และม่งถามกิจกรรมในชวิตประจ าวันของ
่
ี
ุ
็
ึ
ี่
ี่
ี
ี
ี
ู
นักเรยน นักเรยนรอยละ 70.00 สามารถตอบได้ โดยสามารถใช้ประโยคสมบรณในการตอบ นักเรยนทตอบ
์
้
่
ึ
่
ค าถามน้ไม่ได้ เนองจากไม่สามารถดงค าศัพท์เกียวกับกิจกรรมในชวิตประจ าวันมาใช้ได้ทันท และแสดงการ
ื
ี
ี
ี
่
ลังเลทจะตอบเพราะไม่แน่ใจว่าควรตอบโดยการใช้ค าศัพท์ทเรยนมา หรอตอบข้อเท็จจรงในกิจกรรม
ี
ื
ี
ี
ิ
่
ิ
ี่
ประจ าวันทได้ท าจรงของตนเอง
ี่
็
ค าถามข้อท 7-10 เปนค าถาม Wh-Questions อนๆ ได้แก่ Where และ When โดยไม่ม ี
ื่
ี
่
ี
ภาพประกอบ นักเรยนรอยละ 60.00 สามารถได้คะแนนในส่วนน้ ทไม่ได้คะแนนเนองจากตอบด้วยประโยค
้
ื
ี
่
ี
็
ไม่สมบรณ ส่งน้แสดงให้เหนได้ว่า คลังค าศัพท์ของนักเรยนได้เพิ่มพูนข้น และสามารถน ามาใช้เพือการ
ึ
ิ
์
ี
่
ู
ื่
สอสารได้
อย่างไรก็ตามข้อท 10 ซงเปนค าถามทต้องให้เหตผลใช้ Why (ต่อเนองจากค าถามข้อท 9) ถามว่า
ี่
็
ุ
่
ึ
่
ี
่
ื
ี่
ี
ุ
Why do you like it? มนักเรยนตอบถกคดเปนรอยละ 40.00 ผู้วิจัยพบว่าค าถามข้อน้เปนการให้เหตผล และ
็
ี
้
ู
็
ิ
ี
็
็
ิ
ี
ื
ี
แสดงความคดเหน ถงแม้ว่านักเรยนจะมวงค าศัพท์เพิ่มพูนข้นไปตามหน่วยการเรยน แต่ก็ถอว่ายังเปนวง
ี
ึ
ึ
็
ี่
ี
ื่
ิ
ศัพท์ทไม่สามารถน ามาประยุกต์ใช้เพื่อการสอสารทแสดงความคดเหนได้ นอกจากน้นักเรยนยังไม่สามารถ
ี่
ี
ี
เรยบเรยนประโยคเพื่ออธบายเหตผลได้ เพียเจต์( Piaget : 1952) ได้กล่าวว่า สตปญญาของเดกช่วงอายุ 7-11
ี
ั
ิ
ุ
ิ
็
้
ป อยู่ในขั้นการคดค้นด้วยรปธรรม (Concrete Operational Stage) เปนวัยทสามารถสรางกฏเกณฑ์ เข้าใจ
ู
ี
ิ
ี่
็
ี
ิ
่
็
ี
ิ
ู
ิ
ุ
็
ู
้
ี
่
็
เหตผล รจักแก้ปญหาส่งต่างๆทเปนรปธรรมได้ ฉะนั้นข้อค าถามทเปนการถามความคดเหนทมลักษณะเชง
ี
่
ั
่
ี่
ิ
ุ
ิ
ี
นามธรรมอยู่ด้วยอาจเปนส่งทยากเกินไปส าหรบนักเรยนกล่มน้ ดังทปรษา บญมาศ (2551) กล่าวว่า ลักษณะ
ี
ี
ุ
ั
็
ึ
ุ
่
็
ุ
็
ุ
ู
้
ิ
้
ิ
การคดเชงเหตผลเปนการใช้ความรเดมมาสรปเปนความรใหม่ โดยใช้ความคดตามหลักการและเหตผล ซง
ิ
ิ
ู
์
ได้จากประสบการณโดยหาเหตผลจากข้อมลทได้รบนั้นสามารถตัดสนและแก้ปญหาได้
ุ
ั
ิ
ั
ี
ู
่
1065

