Page 1100 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 1100
9
ี
็
ี
่
ิ
็
่
ี
ิ์
เบรน ( Byrne 1986 : 10-11) ได้กล่าวว่า การพัฒนาทักษะทางการพูดเปนส่งทมความจ าเปนทจะต้อง
่
ึ
ี
ฝกฝน การสอนการพูดจ าเปนต้องฝกผู้เรยน 2 อย่าง คอ 1) ฝกในการใช้ส่วนทคงทของภาษา ได้แก่ เสยง และ
ี
่
ึ
ึ
ี
ื
็
ี
ู
ั
ื่
์
รปแบบไวยากรณ และ ค าศัพท์ 2) โอกาสส าหรบแต่ละคนได้แสดงออก ผู้สอนต้องให้ความสนใจในเรองความ
่
ี
ี
ถกต้อง และความคล่องแคล่วในขั้นทแตกต่างกันของระดับการเรยน ในขั้นต้นควรเน้นความถกต้อง ส่วนในขั้น
ู
ู
็
ี
ั
ู
สงควรเน้นความคล่องแคล่ว การพัฒนาความสามารถในการพูดเปนบ่อเกิดทดของแรงจงใจส าหรบผู้เรยน ซง
่
ึ
ี
ี
่
ู
ี
ี
ี
ื่
ื
ู
ึ
็
เปนการเน้นให้นักเรยนได้ฝกการใช้ภาษาในการสอสาร โดยนักเรยนมโอกาสในการเลอกใช้ภาษาให้ถกต้อง
ี
่
และเหมาะสม เน้นบรบทและน าความรไปใช้มากกว่าการจดจ า นักเรยนสามารถเรยนรจากกิจกรรมทจัดให้มการ
ี
ิ
ู
้
ี
ู
้
ี
้
ื
ู
้
ั
ื
่
ี
แสดงละคร เพือสรางความเข้าใจ และพัฒนาการใช้เครองมอทางปญญาในการเรยนร นอกจากน้ยังเน้นการ
่
ี
พัฒนาความสามารถและการลงมอปฏบัตจรง นักเรยนได้ลงไปเล่นในบทบาทการแสดงทถกจัดข้น ซงถอได้ว่า
ี
ึ
ิ
่
ิ
ี
่
ึ
ิ
ื
ื
ู
ู
้
ั
็
็
เปนการเรยนรทส าคัญ และการแสดงในบทบาทต่างๆ ไม่ได้เปนเพียงเครองมอส าหรบการเรยนรเท่านั้น แต่ยัง
่
ี
ี
ื
ื
้
ู
่
ี
์
้
ิ
เปนการเรยนรถงความหมายทคล้ายกับสถานการณในสภาพความเปนจรง และดังท Schmidt (1992) และ Lewis
ี
ึ
ู
ี
ี่
่
็
็
ี
ี
ื
ู
็
( 1997) ได้เสนอแนะว่าการสอนภาษาควรสอนด้วยวล หรอประโยคส าเรจรป เพราะจะช่วยให้ผู้เรยนภาษาจดจ า
่
ึ
ุ
ี
็
ิ
ู
ี
ค าศัพท์ในบรบทได้ดและเรวกว่าการเรยนค าศัพท์ใหม่เปนค าๆ ซงสอดคล้องกับงานวิจัยของ บษบา บัวสมบรณ ์
็
ี
ึ
ุ
ื่
(2555:บทคัดย่อ) งานวิจัยเรองการศกษาผลสัมฤทธ์ทางการเรยนวิชาภาษาไทยเพือกิจธระด้วยวิธสอนโดยใช้การ
ี
ิ
่
ี
ึ
่
์
ี
ิ
ุ
แสดงละครของนักศกษาชั้นปท 3 สาขาวิชาภาษาไทย คณะศกษาศาสตร มหาวิทยาลัยศลปากรมวัตถประสงค์
ึ
ี
เพือศกษาผลสัมฤทธ์ ิทางการเรยนวิชาภาษาไทยเพือกิจธระด้วยวิธสอนโดยใช้การแสดงละคร เพื่อประเมน
ี
ิ
่
่
ึ
ุ
ี
ี
ี
่
ี
ิ
ึ
ิ
ี
ิ
็
ิ
่
พฤตกรรมการปฏบัตงานกล่ม และเพือศกษาความคดเหนของผู้เรยนทมต่อวิธสอนโดยใช้การแสดงละคร
ุ
ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธ์ ิทางการเรยนวิชาภาษาไทยเพือกิจธระหลังเรยนด้วยวิธสอนโดยใช้การแสดงละคร
่
ี
ุ
ี
ี
ี
่
่
ู
ึ
์
สงกว่าก่อนเรยน สเตราส (Straus. 1993 ) ได้ท าการวิจัยเพือศกษาละครมาใช้เพือสอนทักษะต่างๆท าการสังเกต
เปนกรณศกษา ผลของการวิจัยสรปได้ว่าการใช้กิจกรรมการละครท าให้ผู้เรยนพัฒนาทักษะต่าง ๆ โดยเฉพาะ
ี
็
ึ
ี
ุ
ี
อย่างยิ่งผู้เรยนพัฒนาทักษะในตัวเองและกับผู้อน เช่น เกิดแรงจงใจการเปนผู้น า การเจรจา การแก้ปญหา การ
่
ั
็
ู
ื
ึ
เลอกพฤตกรรมให้เหมาะสม การจัดการด้วยตนเองและการสอสาร และ วู๊ฟ (Wolf. 1994 ) ได้ศกษาเกียวกับ
่
ื่
ื
ิ
ี
ี
็
ี่
ี
ี
่
ุ
ิ
นักเรยนทเรยนซ่อมเสรมการอ่าน ทเรยนด้วย การแปลบทอ่านแล้วน าบทอ่านมาแสดงเปนละคร กล่มตัวอย่าง
ึ
็
ี
ี
์
์
ี
์
เปนนักเรยนระดับ 3 และ 4 ผู้วิจัย ได้เข้าสังเกตการณบันทกเสยงและวีดทัศน์ สัมภาษณและวิเคราะหงานแปล
ี
ของนักเรยน ผลการวิจัย ผู้เรยนได้เรยนรบทบาทของตัวละคร การวิจารณและการประเมนผลการแสดงของ
ี
์
ู
ิ
้
ี
ตนเอง
ประการท 2 จากคะแนนเฉลยพฤตกรรมการท างานกล่ม วิชาภาษาอังกฤษของนักเรยนชั้น
ุ
ี
่
ี่
ิ
ี
ี
ี
มัธยมศกษาปท 4 โดยใช้กิจกรรมการละครนักเรยนจ านวน 30 คน ประเมนเปนรายกล่ม 5 กล่ม พบว่านักเรยน
ี่
็
ึ
ุ
ี
ุ
ิ
็
ี
ี
ุ
ุ
ิ
ทกกล่ม มพฤตกรรมการเรยนรอยู่ระดับด แสดงให้เหนว่า การท างานกล่ม ท าให้นักเรยนมการท างานร่วมกัน
ุ
้
ู
ี
ี
ี
1081

