Page 1129 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 1129
2
็
ั
1. ความเปนมาและความสาคัญของปญหา
ี
ี
่
่
ี
ึ
ุ
การศกษาในปจจบันได้มการเปลยนแปลงกันไปตามยุคสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีทเข้ามา
ั
ี
่
ี
ี
ี
่
เกียวข้องกับชวิตประจ าวัน ทก่อให้เกิดการเปลยนแปลงด้านต่าง ๆ ทั้งเศรษฐกิจ วิถชวิต สังคม ความเปนอยู่
่
ี
็
ึ
ี
ี
ั
้
็
รวมทั้งส่งผลกระทบต่อชวิตความเปนอยู่ของครอบครว การจัดการศกษาต้องจัดเตรยมผู้เรยนให้พรอมกับการ
ี
ี
เปลยนแปลงทเกิดข้นดังกล่าว จากการทครเคยเปนแต่เพียงผู้สอนผู้ถ่ายทอดความร (Teaching) เพียงอย่างเดยวคง
ู
็
่
้
ี
ี
ู
ึ
่
่
ี
ี
ั
ี
ี
่
ี
ู
ู
่
ี
่
้
ไม่เพียงพอทจะท าให้ผู้เรยนเกิดการเรยนรทจะสามารถน าไปใช้และแก้ปญหาชวิตประจ าวันได้ ครต้องเปลยน
ี
บทบาทของตนเองมาเปนผู้ให้ความช่วยเหลอสนับสนนผู้เรยน (Coaching) ให้เกิดการเรยนรทั้งในและนอก
้
ู
ื
ุ
็
ี
ี
ี
ู
่
ี
้
ื
็
ห้องเรยน ช่วยเหลอช้แนะแนวทางให้ผู้เรยนรจักศกษา ค้นคว้าหาความร แลกเปลยนความคดเหนของตนเอง หา
ี
ิ
้
ู
ี
ึ
ู
กลยุทธวิธการ คัดสรร ความร เทคโนโลยี และส่งทมอยู่รอบกาย แยกแยะส่งดและส่งทไม่ดได้ด้วยตนเอง มใจ
ี
ี
้
์
ิ
ิ
ี
่
ี
ี
่
ี
ิ
ี
้
ู
ิ
์
์
เปนธรรม รและเข้าใจในสถานการณต่างๆ พิจารณาเลอกใช้ส่งต่างๆ เหล่านั้นให้เกิดประโยชนกับตนเองและ
็
ื
ี
การด ารงชวิตประจ าวัน
ึ
ิ
่
ื
ิ
ุ
ึ
ิ
ี
ั
ุ
ิ
ี
้
ในอดตถงปจจบัน นักจตวิทยาทางการศกษาเชอว่าเดกทกคนมความคดรเร่มสรางสรรค์ และสามารถ
็
็
พัฒนาได้ตามระดับความสามารถของเดกแต่ละคน หากเดกคนนั้นๆ ได้รบการวางพื้นฐานการคดสรางสรรค์
้
ิ
็
ั
ี
ตั้งแต่เดก เมอสมองถกกระต้นให้คดอย่างต่อเนอง จะท าให้เซลล์สมองเดกสามารถเชอมโยงข้อมลต่างๆ ทได้พบ
่
ื
ู
็
่
ื
็
ู
่
ิ
่
ุ
ื
ู
่
ึ
้
ึ
้
ู
ื
ิ
ี
เหนเข้าด้วยกันได้อย่างง่ายดาย เกิดการเรยนรในรปแบบใหม่ ซงก็คอเกิดความคดสรางสรรค์ข้นมานั่นเอง และ
็
เมอเดกมความคดสรางสรรค์ ก็ง่ายทเขาจะสรางสรรค์ส่งต่างๆ ข้นมา(ทักษะเตรยมพรอมส่อนาคต/รเร่ม
ึ
้
ิ
ิ
ิ
ี
ื
ู
ิ
้
่
้
ี
็
่
ี
สรางสรรค์, สบค้น 22 พฤศจกายน 2561,จากhttps://www.enfababy.com)
ื
ิ
้
ิ
กิลฟอรด (Guilford, 1980, pp. 715-735) ได้กล่าวถงบคลกภาพของคนทมความคดสรางสรรค์ว่า
ุ
้
์
ี
ิ
ึ
ี
่
ี
ู
้
ั
ี
่
่
ี
ี
จะต้องมความฉับไวทรปญหาและมองเหนปญหา มความว่องไวและสามารถจะเปลยนความคดใหม่ๆได้ง่าย ซง
่
ั
ึ
็
ิ
็
็
ั
่
ี
่
ี
แสดงให้เหนว่า การแก้ปญหาเปนกิจกรรมทส าคัญยิ่งของชวิตทต้องท าให้ส าเรจลล่วงจงจะท าให้ชวิตสามารถ
ุ
็
ี
ี
ึ
้
ั
ิ
ี
ด าเนนไปได้อย่างมความสข ดังนั้นจงมความจ าเปนทจะต้องเรยนรวิธการแก้ปญหาอย่างสรางสรรค์ โดยปกต ิ
ุ
้
ู
ี
ี
่
็
ึ
ี
ี
่
ิ
ี
่
ี
ี
ี
ื
ั
้
ี
ั
่
คนเราทั่วไปมักเลอกวิธการทจะเลยงปญหามากกว่าการเผชญปญหา ซงถ้าคนเรารจักทจะเรยนรการแก้ปญหา
ั
่
ึ
ู
ู
้
ิ
ึ
่
ี
อย่างสรางสรรค์ก็จะมชวิตทสนกสนานร่าเรงและมีความสขมากยิ่งข้น
ี
ี
ุ
ุ
้
ุ
ิ
แต่ในปจจบัน ความคดสรางสรรค์ในตัวนักเรยนนั้น กลับยังไม่ได้รบการส่งเสรมและกระต้นให้
้
ุ
ั
ั
ิ
ี
่
ี
ึ
เกิดข้นในตัวนักเรยนเท่าทควร นักเรยนยังคงไม่กล้าคด ไม่กล้าแสดงออก ในส่งทตนเองคดมากนัก ซงอาจจะ
ิ
ี
ึ
ิ
่
ี
ิ
ี
่
ิ
ั
ั
ึ
เกิดจากการกลัวว่า เมอแสดงออกถงความคดของตนเองออกมาแล้ว จะไม่ได้รบการยอมรบจากส่วนรวม รวมถง
่
ื
ึ
ี
้
ู
ึ
ิ
่
ุ
ทางด้านพฤตกรรมทนักเรยนก็ยังไม่สามารถจะควบคมตนเองทั้งทางความคด ความรสก และการกระท าของ
ี
ิ
็
้
ู
ึ
็
ี
ตนเองให้เปนไปตามทต้องการได้เช่นกัน ยังคงเปนการแสดงออกทางพฤตกรรม ความรสก การกระท า เพื่อให้
ิ
่
1110

