Page 113 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 113

้
               แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวของ
                                  ์
                                   ั
                        ่
               แนวคิดเกียวกับมนุษยสมพันธ  ์
                                                                               ิ
                                            ี
                                                                       ุ
                                                                          ึ
                         เรองมนษย์สัมพันธมความหมายกว้างขวางครอบคลมถงพฤตกรรมและการกระท าระหว่าง
                           ื่
                                ุ
                                          ์
                                                           ึ
                                                    ุ
                                           ึ
                                           ่
                                                 ี
                                    ุ
                                                                                  ุ
                                                                           ุ
                                                                                          ั
                                                                                             ุ
                                                                                                   ี่
               (Interaction) ระหว่างบคคลหนงกับอกบคคลหนง หรอระหว่างกล่มกับกล่ม ส าหรบบคคลทมความ
                                                           ่
                                                               ื
                                                                                                    ี
                                 ิ
                                                                                               ั
                                                                ุ
                                                  ิ
                                                        ื
                                                                                     ่
                                                                                     ี
                                                                               ี
                ั
               รบผิดชอบทางการบรหารอันได้แก่ นักบรหารหรอผู้ควบคมบังคับบัญชา ก็มหน้าทแลละความรบผิดชอบใน
               การน าหรอใช้ประมขศลป หรอภาวะการเปนผู้น า (Leadership) กับกล่มผู้ปฏบัตงาน เราอาจพิจารณา
                                                                              ุ
                                 ุ
                                    ิ
                                                      ็
                                                                                    ิ
                                                                                       ิ
                                       ์
                                          ื
                        ื
               แนวความคดของมนษย์สัมพันธได้โดยศกษาค านยามของนักวิชาการต่างๆ
                                 ุ
                                                        ิ
                                                 ึ
                                          ์
                         ิ
                                                                        ิ
                                                             ้
                                 ์
                         แกวเลอรแมน (Gellerman.1978 อ้างในสรอยตระกูล(ตวนานนท์) อรรถมานะ, 2545, หน้า 121)
                                           ์
                                                                                              ่
                                                                                                 ็
                                                                                               ึ
                                                                               ึ
               ได้อธบายค าว่า “มนษย์สัมพันธ” นั้นเปนศัพท์ทกว้างขวางมาก ใช้อธบายถงวิธการทบคคลซงเปนสมาชก
                                                        ่
                                                                                                        ิ
                    ิ
                                                        ี
                                                                                   ี
                                                                                        ี
                                                                                         ุ
                                                 ็
                                                                                        ่
                                 ุ
                                                                          ิ
               ขององค์การคดและมการกระท าระหว่างกันและกันภายในองค์การต่างๆ
                                 ี
                           ิ
                                            ี
                                                                                             ุ
                                           ์
                            ุ
                         สรป มนษย์สัมพันธมความสัมพันธกับพฤตกรรมของแต่ละบคคล เพราะมนษย์สัมพันธช่ว
                                                         ์
                                                                                                       ์
                                                                ิ
                                 ุ
                                                                                ุ
                          ิ
                                                                                                      ึ
                                                                  ื
                                               ิ
                                                                  ่
                                                                                                      ่
                     ุ
               ควบคมพฤตกรรมการท างานให้ด าเนนต่อไปได้อย่างราบรนและให้เกิดความพึงพอใจในการท างานซงจะ
                                                                  ึ
                                                                                                  ึ
                                ิ
                                                                                  ี
                                                                             ิ
                                                                                  ่
                                                               ี
               ส่งผลให้การปฏบัตงานได้ตามนโยบายขององค์กร ทั้งน้ก็ข้นอยู่กับผู้บรหารทจะสามารถเข้าใจถงลักษณะ
                             ิ
               ของแต่ละบคคลมากน้อยแค่ไหน
                         ุ
                                            ื
                                                                               ์
                                                                         ิ
                                                           ั
                                                        ั
                         ทฤษฎีจูงใจ–ค ้าจุน หรอทฤษฎีสองปจจยของเฟรดเดอรก เฮอรซเบอรก (Frederick Herzberg
                                                                                     ์
                                                                   ี
                                                            ็
               two-factor theory or motivator-hygiene theory) เปนทฤษฎเกียวกับความพึงพอใจในการท างานของเฮอร ์
                                                                     ่
                           ุ
                                        ี
                                                                                ่
                              ี
                    ์
                                                                                ี
               เบอรก สาเหตทเรยกว่าทฤษฎสองปยจัย เพราะในการท างานนั้นจะต้องมส่งทท าให้เกิดความพึงพอใจ กับส่ง
                                                                            ี
                                             ั
                                                                                                         ิ
                                                                             ิ
                             ี
                             ่
                                                         ี
                                                         ่
                                                           ิ
                                                                                                     ุ
                                                                                       ี
                                                                                             ็
                                                                                                 ิ
                                          ื
                 ี
                                                                                  ึ
                                                                                     ึ
               ทท าให้ไม่เกิดความพึงพอใจ หรอส่วนประกอบทเสรมให้คนเกิดความพอใจยิ่งข้นจงเรยกว่าเปนส่งค ้าจน
                 ่
                                                          ี
                                                                        ์
                                                                  ์
                         ปจจัยจงใจและปจจัยค ้าจน ตามทฤษฎของเฮอรซเบอรกับความพึงพอใจในงาน จะปรากฏเปน
                           ั
                               ู
                                        ั
                                               ุ
                                                                                                        ็
                                      ั
                                                ็
                                           ู
                        ื
                        ่
                                    ื
                                                                         ่
                                                                         ื
                                                                                      ี
                                                        ี
               แนวต่อเนองสองแนว คอปจจัยจงใจเปนปจจัยทท าให้เกิดแนวต่อเนองระหว่างไม่มความพึงพอใจกับความ
                                                        ่
                                                   ั
                                                             ี
                         ึ
                                                        ั
                                                                           ิ
               พึงพอใจ ซงหมายความว่าถ้าผู้บรหารไม่ได้ใช้ปจจัยน้ในการจงใจผู้ปฏบัตงานก็จะไม่เกิดความพึงพอใจใน
                         ่
                                            ิ
                                                                    ู
                                                                              ิ
                                                         ิ
               งาน แต่ถ้าผู้บรหารน าปจจัยน้มาใช้จงใจผู้ปฏบัตงานก็จะท าให้ผู้ปฏบัตงานเกิดความพึงพอใจในงาน ส่วน
                            ิ
                                                                            ิ
                                                                         ิ
                                         ี
                                                      ิ
                                               ู
                                    ั
                        ุ
               ปจจัยค ้าจนเปนปจจัยทก่อให้เกิดแนวต่อเนองระหว่างความไม่พึงพอใจกับไม่มความไม่พึงพอใจ ซง
                                                                                                        ึ
                                                                                       ี
                 ั
                                                                                                        ่
                            ็
                                    ี
                                    ่
                                                      ่
                               ั
                                                      ื
                                                                                  ิ
                                                                  ี
                                            ิ
                                                         ั
               หมายความว่าถ้าในหน่วยงานผู้บรหารไม่ได้จัดปจจัยเหล่าน้ไว้จะท าให้ผู้ปฏบัตงานเกิดความไม่พึงพอใจใน
                                                                               ิ
                        ิ
               การปฏบัตงาน
                     ิ
                         ทฤษฏีการก าหนดเปาหมาย (Goal Setting Theory) Edwin & Gray (วิรช สงวนวงศวาน,2551,
                                                                                      ั
                                           ้
                                                 ้
                                                                                                   ี
               หน้า 215-216) ได้กล่าวว่า การก าหนดเปาหมายในการท างาน โดยเฉพาะเจาะจงและมความท้าทายทจะท าได้
                                                                                       ี
                                                                                                   ่
                                                                                           ู
                                                                                   ิ
                            ุ
                                                             ึ
                                                                                      ิ
               จะกระต้นให้บคคลเกิดความพยายามและม่งมั่นเพิ่มข้น และจะส่งผลให้ประสทธภาพสงกว่าการก าหนด
                                                     ุ
                       ุ
                                                                        ้
               เปาหมายทั่วๆไป องค์ประกอบทจะท าให้ทฤษฎการก าหนดเปาหมาย (Goal Setting Theory) ประสบ
                                                           ี
                 ้
                                             ่
                                             ี
                                       ี
                                                                                                         ิ
                                      ี
                                                                                                      ิ
                          ื
                                      ่
                        ็
                                                                                      ็
                                               ิ
                                                    ู
                                                                              ้
                                                                        ื
                                            ิ
                                                                                         ี่
               ความส าเรจคอ ได้ผลงานทมประสทธภาพสง ประกอบด้วย 3 ส่วนคอ 1. เปาหมายเปนทยอมรบจากผู้ปฏบัต,
                                                                                              ั
                                    ิ
                        ่
                                                                                        ิ
                                                                             ิ
                        ื
               2. ความเชอของผู้ปฏบัตว่าตนเองมความสามารถ, 3. วัฒนธรรมประจ าชาตของผู้ปฏบัตงาน
                                            ี
                                                                                     ิ
                                 ิ


                                                           94
   108   109   110   111   112   113   114   115   116   117   118