Page 562 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 562
ุ
ั
ึ
ี
ี
มามส่วนร่วมในกระบวนการตรากฎหมาย คอได้กําหนดให้ก่อนการตรากฎหมายทกฉบับ รฐพงจัดให้มการ
ื
็
่
รบฟงความคดเหนของผู้เกียวข้อง วิเคราะหผลกระทบทอาจเกิดข้นจากกฎหมายอย่างรอบด้านและเปน
ี
ั
์
็
ิ
่
ึ
ั
็
ั
ิ
์
ั
ิ
ระบบ รวมทั้งเปดเผยผลการรบฟงความคดเหนและการวเคราะหนั้นต่อประชาชนและนํามาประกอบการ
ิ
ิ
ุ
พจารณาในกระบวนการตรากฎหมายทกขั้นตอน ซึ่งรัฐยังไม่มีกลไกให้ความช่วยเหลือประชาชนในการใช้
็
ิ
ื
ิ
ิ
่
สทธรเร่มเข้าชอเสนอกฎหมายเพอให้เปนไปตามรปแบบและวธการทรฐธรรมนญแห่งราชอาณาจักรไทย
ื
่
ู
ี
ิ
ี
ิ
ั
ู
่
ิ
ุ
พุทธศักราช 2560 มาตรา 77 น้ได้กําหนดไว้ โดยปจจบันมเพียงพระราชบัญญัตว่าด้วยการเข้าชือเสนอ
ี
่
ี
ั
ิ
ู
ั
็
กฎหมาย พ.ศ. 2556 ซงเปนกฎหมายให้สทธแก่ประชาชนในการเข้าชอเสนอกฎหมายออกตามรฐธรรมนญ
ื
ิ
่
ึ
่
ู
ื
ั
ี
่
แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 เมอต่อมาได้มรฐธรรมนญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช
่
่
ุ
ั
2560 ฉบับปจจบัน ดังนั้นบทบัญญัตว่าด้วยการเข้าชือเสนอกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชือ
ิ
ั
เสนอกฎหมาย พ.ศ. 2556 จงขัดแย้งและไม่สอดคล้องกับหลักการตามรฐธรรมนญแห่งราชอาณาจักรไทย
ู
ึ
ี
ั
่
ื
พุทธศักราช 2560 มปญหาในเรองดังต่อไปน้ ี
ิ
(1) ปญหาของความไม่สอดคล้องในหลักการกรณประชาชนใช้สทธเข้าชอเสนอญัตตขอแก้ไข
ิ
ิ
่
ี
ั
ื
ั
ู
เพ่มเตมรฐธรรมนญ รฐธรรมนญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 256 ได้กําหนดให้
ิ
ั
ิ
ู
่
่
ิ
ี
ิ
ิ
ื
ื
ื
ู
ี
ิ
ิ
ิ
ประชาชนผู้มสทธเลอกตั้งจํานวนไม่น้อยกว่าห้าหมน มสทธเข้าชอเสนอญัตตขอแก้ไขเพิ่มเตมรฐธรรมนญ
ั
ซงโดยหลักแล้วรัฐธรรมนูญในฐานะเป็นกฎหมายสูงสุดจึงควรจะแก้ไขได้ยากกว่ากฎหมายระดับ
ึ
่
ื
ิ
ิ
พระราชบัญญัต ตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชอเสนอกฎหมายแต่พระราชบัญญัตว่าด้วยการเข้าชอเสนอ
ื
่
่
่
่
ี
กฎหมาย พ.ศ. 2556 ซงออกในขณะทตามรฐธรรมนญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มผลบังคับ
ู
ึ
ี
ั
ึ
กฎหมายฉบับน้จงยังไม่ได้พลวัตรตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560
ี
ั
่
ั
(2) ปญหาตามมาตรา 77 ตามรฐธรรมนญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ทกําหนดให้
ี
ู
ุ
ิ
ี
่
ื
รฐพึงจัดให้มกฎหมายเพยงเท่าทจําเปน และยกเลกหรอปรบปรงกฎหมายทจําเปนหรอและยกเลกหรอ
็
ี
ื
ื
็
ี
่
ิ
ั
ั
ี
ุ
่
ปรบปรงกฎหมายทีหมดความจําเป็น ซึ่งในหมวด 16 ว่าด้วยการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย มาตรา 258 ค.
ั
ื
ี
ิ
ี
ั
(1) การกําหนดให้มกลไกให้ดําเนนการปรบปรงกฎหมาย กฎ ระเบยบ หรอข้อบังคับต่าง ๆ ทใช้บังคับอยู่
ี
่
ุ
ี
ั
ก่อนวันประกาศใช้รฐธรรมนญน้ให้สอดคล้องกับหลักการตามมาตรา 77 และพัฒนาให้สอดคล้องกับหลัก
ู
ุ
ี
สากล ให้มการใช้ระบบอนญาตและระบบการดําเนนการโดยคณะกรรมการเพยงเท่าทจําเปนเพอให้การ
ิ
ี
ื
่
่
ี
็
้
่
ี
ทํางานเกิดความคล่องตัวโดยมผู้รบผิดชอบทชัดเจน และไม่สรางภาระแก่ประชาชน ประกอบกับประกาศ
ั
ี
เรอง ยุทธศาสตรชาต (พ.ศ. 2561-2580) ทีออกตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560
ิ
่
์
ื
่
ิ
ั
ุ
์
ิ
และพระราชบัญญัตการจัดทํายุทธศาสตรชาต พ.ศ. 2561ในยุทธศาสตรชาตด้านการปรบสมดลและพัฒนา
ิ
์
ิ
ี
ี
ระบบการบรหารจัดการภาครฐกําหนดให้กฎหมายมความสอดคล้องเหมาะสมกับบรบทต่าง ๆ และมเท่าท ่ ี
ั
ิ
ี
ี
็
จําเปนมความทันสมัย มความเป็นสากล มีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันรัฐธรรมนูญมาตรา 77 วรรคสอง ได้
กําหนดให้ก่อนการตรากฎหมายทกฉบับ รฐพึงจัดให้มการรบฟงความคดเหนของผู้เกียวข้อง วเคราะห ์
ิ
ั
่
ิ
ั
ี
ั
็
ุ
ี
่
ึ
ผลกระทบทอาจเกิดข้นจากกฎหมาย ซงปจจบันยังไม่มกฎหมายทออกมารองรบกับหลักการนี้เป็นกลไก
่
ี
ั
ี
ุ
ึ
่
ั
ิ
ั
ิ
ื
สําหรบกฎหมายทรเร่มเสนอโดยประชาชน จงมปญหาว่าการใช้สทธเข้าชอเสนอกฎหมายโดยประชาชน
ิ
่
ิ
่
ี
ั
ี
ึ
543

