Page 563 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 563
ุ
ั
ี
ี
ิ
ู
ตามทรฐธรรมนญแห่งราชอาณาจักรไทย พทธศักราช 2560 บัญญัตรบรองไว้นั้น จะต้องมกระบวนการ
ั
่
ขั้นตอนอย่างไรจงจะสอดคล้องกับ มาตรา 77 น้ และต้องไม่เปนการผลักภาระให้แก่ประชาชนทจะเข้าชอ
ึ
็
ี
ื
่
ี
่
ึ
็
ั
ั
ั
ิ
่
เสนอกฎหมายให้ต้องมาจัดทําการรบฟงความคดเหนจากประชาชนซงรฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ชัดเจนแล้ว
ั
ิ
ั
ี
ุ
็
ว่าก่อนการตรากฎหมายทกฉบับรฐจะต้องจัดให้มการรบฟงความคดเหนของประชาชน
ั
(3) ตามรฐธรรมนญแห่งราชอาณาจักรไทย พทธศักราช 2560 หมวด 16 ว่าด้วยการปฏรป
ู
ุ
ิ
ู
ั
ประเทศ ด้านกฎหมาย มาตรา 258 ค. (4) ได้กําหนดให้มการจัดทํากลไกทางกฎหมายสําหรับการเข้าชือเสนอ
ี
่
ี
ู
ั
ี
ิ
ุ
่
่
ึ
กฎหมายของประชาชน โดยปจจบันน้ ียังไม่มกฎหมายทออกตามมาตราน้ ี ซงการปฏรปประเทศด้าน
กฎหมาย จะต้องจัดให้มกลไกช่วยเหลอประชาชนในการจัดทําและเสนอร่างกฎหมาย ซงปจจบันม ี
ั
ุ
ี
ึ
ื
่
็
่
พระราชบัญญัตว่าด้วยการเข้าชอเสนอกฎหมาย พ.ศ. 2556 เปนกฎหมายทออกตามรัฐธรรมนูญแห่ง
ื
่
ี
ิ
ู
ี
ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ซงมบทบัญญัตไม่สอดคล้องกับรฐธรรมนญแห่งราชอาณาจักรไทย
ั
ิ
่
ึ
พุทธศักราช 2560 โดยยังไม่มกําหนดกลไกการช่วยเหลอประชาชนในการจัดทําและเสนอกฎหมายได้อย่างม ี
ี
ื
ประสทธภาพ และยังไม่สอดคล้องกับหลักการตามทเพ่มข้นมาคอรัฐจะต้องยึดถือการให้บริการแก่
่
ิ
ึ
ื
ี
ิ
ิ
็
่
ื
ั
ิ
ิ
ประชาชนอย่างอย่างแท้จรง ไม่เปนการเพ่มภาระให้แก่ประชาชนเมอมาตดต่อราชการกับหน่วยงานของรฐ
ิ
ี
ึ
่
ื
่
ี
่
ั
ุ
ซงการเข้าชอเสนอกฎหมายในปจจบันน้ภาระในการจัดทําและเสนอกฎหมายโดยส่วนมากอยู่ทประชาชน
2. ประเด็นทนามาวิเคราะห ์
ี
่
ํ
ิ
ิ
ั
ู
ู
2.1 การใช้สทธของประชาชนในการเสนอญัตตขอแก้ไขรฐธรรมนญ ตั้งแต่รฐธรรมนญแห่ง
ั
ิ
ิ
ิ
ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ทได้นําแนวความคดจากต่างประเทศมารบรองการให้สทธแก่
ั
ี
่
ิ
ู
ิ
ิ
ั
ื
่
่
ึ
ประชาชนในการเข้าชอเสนอกฎหมายได้นั้น ซงรฐธรรมนญแต่ละสมัยได้กําหนดสทธและหลักเกณฑ์ใน
่
ื
การเข้าชอของประชาชนไว้แตกต่างกัน โดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ได้ให้
ิ
สทธแก่ประชาชนในการเข้าชอเสนอ ร่างพระราชบัญญัตทเกียวกับหมวด 3 สทธและเสรภาพของปวงชน
ิ
่
ิ
ิ
่
ิ
ื
ี
ี
่
ิ
ชาวไทย หรอหมวด 5 แนวนโยบายพ้นฐานแห่งรฐเพือให้รฐสภาพจารณา แต่ไม่ให้สทธประชาชนในการ
ิ
ื
ิ
่
ื
ั
ั
เข้าชือเสนอญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะแตกต่างจากสมาพันธรัฐสวิสอันเป็นประเทศต้นแบบที ่
่
ู
ประเทศไทยได้นํามาเปนแบบอย่างในการยกร่างรฐธรรมนญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 โดย
็
ั
ู
ี
ั
ิ
ู
ิ
ั
ิ
็
่
ทการแก้ไขเพ่มเตมรฐธรรมนญทําเปนญัตตขอแก้ไขเพิ่มเตมรฐธรรมนญจากคณะรฐมนตร หรือจาก
ิ
ี
ั
ิ
่
ี
สมาชกสภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจํานวนสมาชกทั้งหมดเท่าทมอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรหรอ
ี
ื
ิ
ิ
ิ
ิ
ี
่
จากสมาชกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชกวุฒสภาไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจํานวนสมาชกทั้งหมดเท่าทมอยู่
ี
ิ
ของทั้งสองสภา
ั
ู
รฐธรรมนญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 นอกจากจะให้สิทธิแก่ประชาชนในการ
ู
ื
เข้าชอเสนอร่างพระราชบัญญัต ยังได้กําหนดให้ประชาชนมสทธเข้าชอขอแก้ไขเพ่มเตมรฐธรรมนญได้ด้วย
่
ิ
ื
ิ
ี
ิ
ิ
ั
ิ
่
อกทั้งได้ลดจํานวนประชาชนผู้ใช้สทธเช้าชอเสนอร่างพระราชบัญญัตจาก 50,000 คน เหลอ 10,000 คน
ิ
ื
ื
ี
ิ
่
ิ
่
ิ
่
ส่วนการใช้สทธิของประชาชนในการเข้าชือเสนอญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญกําหนดไว้ที 50,000 คน
544

