Page 605 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 605
9
ิ
่
ั
ั
่
(ข) การดักฟงการตดต่อสอสารถงกันทางโทรคมนาคมเพือการรกษาความมั่นคง
ึ
ื
ิ
ั
ึ
ี
ึ
ุ
นายกรฐมนตรต้องควบคมดแลให้มการจัดท ารายงานการดักฟงและบันทกการตดต่อสอสารถงกันทาง
ี
ั
ื
่
ู
ี
ึ
ั
ิ
ิ
ึ
โทรคมนาคมแต่ละคร้ง โดยให้มการ “ท าลาย” ส่งบันทกการตดต่อสอสารถงกันทางโทรคมนาคมเสยภายใน 10
ี
ื
่
่
ึ
ี
วัน นับแต่วันทได้ท าการบันทกเปนอย่างช้า
็
ี
ุ
ึ
จากการศกษาพบว่า ประเทศไทยควรน าหลักการท าลายข้อมลมาใช้ เพื่อค้มครองสทธเสรภาพและ
ู
ิ
ิ
ุ
ี
ู
ิ
ุ
ิ
ู
่
ี
ี
ความลับของบคคลทต้องถกละเมดไป ทั้งน้ควรก าหนดให้การท าลายข้อมลน้อยู่ภายใต้ดลพินจของศาลในการ
ู
พิจารณาถงความส าคัญของข้อมล โดยควรก าหนดระยะเวลาให้ข้อมลส่วนบคคลทได้มาจากการใช้มาตรการดัก
ู
่
ี
ึ
ุ
ี
็
ิ
์
่
ิ
ฟงการสอสารทางอนเทอรเนตทไม่จ าเปนส าหรบการด าเนนคดอาญาและการตรวจสอบการใช้มาตรการโดย
ี
็
ั
ั
่
ื
ุ
็
ี
ี
ศาลอกต่อไปแล้ว กฎหมายก าหนดให้ “ลบเสยโดยไม่ชักช้า” เพื่อเปนการค้มครองสทธเสรภาพและความลับ
ิ
ี
ิ
ั
ื่
ิ
ี่
ของบคคลทต้องถกละเมดไปจากการใช้มาตรการดักฟงการสอสารทางอนเทอรเนต
ิ
ู
็
์
ุ
3.7 ผลกระทบตอบุคคลภายนอกเกียวกับการดักฟงการสอสารทางอินเทอรเนต
ื่
่
่
์
ั
็
ุ
ั
ี
์
ี
ุ
ี
ุ
มเพียงประเทศสหพันธสาธารณรฐเยอรมนเท่านั้นทค้มครองบคคลภายนอกไว้ โดยม่งค้มครอง
ุ
่
่
ุ
ื
สทธและเสรภาพของบคคลอย่างแท้จรง เนองจากการใช้มาตรการบังคับในการดักการสอสารทางอนเทอรเนต
์
็
ิ
ิ
ิ
่
ิ
ี
ื
ื
นั้น ผู้ถกผลกระทบจากการใช้มาตรการดังกล่าวจะไม่มทางรตัวได้เลยว่าเสรภาพของเขาในการตดต่อสอสาร
ิ
ู
้
่
ี
ี
ู
่
ั
ิ
ื
ั
และสทธในความเปนส่วนตัวได้ถกละเมดโดยรฐ เพราะฉะนั้นรฐจงมหน้าทต้องคัดแยกเน้อหาของข้อมลเพือ
่
็
ิ
ู
ี
ี
ึ
ู
ิ
ั
่
ี
ู
่
ี
ู
แล้วแจ้งข้อมลดังกล่าวกลับไปยังผู้ทได้รบผลกระทบทั้งหมด โดยกฎหมายก าหนดว่า ข้อมลทได้จากการดักการ
่
ื
สอสารโทรคมนาคมบางประเภทนั้นแม้จะได้มาพรอมกับการใช้มาตรการแต่รฐก็ไม่สามารถจะน ามาใช้เปน
ั
้
็
พยานหลักฐานได้ หากเปนข้อมลเกียวกับ “แกนกลางของการใช้ชวิตส่วนตัว” และจะต้องถกลบไปโดยไม่
ู
่
็
ี
ู
ชักช้าอกด้วย ทั้งน้ ข้อมลทเกียวกับแกนกลางของการใช้ชวิตส่วนตัว (Core area of private living) ได้แก่ ข้อมล
่
่
ี
ู
ี
ี
ี
ู
ึ
ิ
ทได้จากการสนทนาระหว่างผู้ทถกกระทบสทธกับสมาชกในครอบครว ผู้ให้ค าปรกษาทางโทรศัพท์
ิ
ู
ี
่
ิ
ั
่
ี
ื
็
ทนายความ หรอแพทย์ เปนต้น
็
็
ึ
ั
จากการศกษาเหนว่าการบัญญัตให้มาตรการดักฟงการสอสารโทรคมนาคมเปนมาตรการบังคับตาม
ิ
ื
่
ึ
่
กฎหมายวิธพิจารณาความอาญาควรจะได้น าหลักการแจ้งผู้ทได้รบผลกระทบต่อการใช้มาตรการได้ทราบถง
ี
ั
ี
สทธและเสรภาพทตัวเขาเองนั้นถกละเมดเพือเปดโอกาสให้ผู้ทถกกระทบสทธสามารถปกปองตนเองจากการ
ู
ี
้
่
ิ
ิ
ิ
ิ
ิ
ิ
ี
่
ี
่
ู
ู
ู
ิ
ิ
ิ
ี
ุ
ิ
ิ
ิ
่
ี
็
ถกละเมดสทธได้ แต่ทั้งน้กฎหมายควรก าหนดให้เปนดลพินจของศาลทจะพิจารณาว่าการถกกระทบสทธนั้น
ื
ื
็
่
็
็
ี
ื
จะเปนเรองเล็กน้อย หรอเปนเรองกรณจ าเปนต้องแจ้ง เพือไม่ให้เปนการเพิ่มกระบวนพิจารณาคดในศาลโดยใช่
ี
่
่
็
เหต ุ
ึ
่
่
้
3.8 ความรบผิดทางอาญาเกียวกับการไดมาโดยมิชอบซงขอมูลทีบุคคลสอสารถึงกัน
ั
้
่
่
ื
ี
ี
ี่
พบว่าในกฎหมายต่างประเทศได้มการก าหนดบทลงโทษเจ้าหน้าทของรฐทใช้มาตรการบังคับทาง
่
ั
่
อาญาทไม่ชอบด้วยกฎหมายเอาไว้ทั้งทเปนโทษทางอาญา และบทลงโทษในเชงพยานหลักฐานทท าให้ข้อมลท ี ่
ู
ี
่
ี
ี
็
ิ
่
็
ได้มาจากการใช้บังคับมาตรการโดยไม่ชอบไม่อาจน ามาใช้เปนพยานหลักฐานในการพิจารณาพิพากษาคดได้
ี
ดังน้ ี
586

