Page 641 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 641
10
ิ
้
ิ
่
ู
ี
ี
ิ
เมอสทธของผู้ถกเฝาตดตามถกละเมด กฎหมายทสามารถน ามาบังคับใช้กับกรณดังกล่าวได้แก่
ิ
ื่
ู
ิ
ิ
่
ึ
ื
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชย์ ลักษณะละเมด มาตรา 420 ซงวางหลักว่า “ผู้ใดจงใจหรอประมาทเลนเล่อ
ิ
ึ
ี
ุ
ท าต่อบคคลอน โดยผิดกฎหมายให้เขาเสยหายถงแก่ชวิตก็ด แก่ร่างกายก็ด อนามัยก็ด เสรภาพก็ด ทรพย์สน
ี
ี
ี
ิ
ี
ี
ี
่
ั
ื
่
ึ
ิ
ี
่
ิ
ิ
ิ
หรอสทธอย่างหนงอย่างใดก็ด ท่านว่าผู้นั้นท าละเมด จ าต้องใช้ค่าสนไหมทดแทนเพือการนั้น” โดยค าว่า
ื
ึ
่
ี
ุ
ื
ี
ื
ี
ิ
ิ
ิ
ิ
ี
ิ
“ละเมด” หมายถง การกระท าให้เกิดความเสยหายต่อบคคลอนโดยไม่มสทธ หรอเรยกว่า “ล่วงสทธผิดหน้าท”
่
่
ื
ึ
ี
ิ
ึ
ิ
ิ
อันหมายความถงการล่วงล ้าเข้าไปท าให้เสยหายต่อสทธของผู้อน ทั้งน้ ค าว่า “สทธ” นั้น หมายถง การ
ี
ิ
ิ
ุ
ี
กระท าทท าให้เกิดความเสยหายต่อสทธทั้งหลายอันมกฎหมายรบรองและค้มครองให้ โดยไม่จ ากัดแต่เฉพาะ
ั
่
ิ
ี
ี
ิ
ิ
ื
็
สทธทเปนทรพยสทธหรอสทธเดดขาดเท่านั้น และแม้ค าว่าอนามัยจะบัญญัตไว้ในมาตรา 420 แต่การให้
ิ
ิ
ิ
ี
่
ั
็
ิ
ิ
ึ
ุ
็
ิ
ความค้มครองด้านอนามัยโดยให้กินความถงความเสยหายต่อจตใจเปนความเสยหายด้านอนามัยด้วยนั้น ศาล
ี
ี
ี่
็
ุ
ี
ไทยยังปฏเสธทจะให้ความค้มครอง แม้จะมความเหนว่า “ความเสยหายแก่อนามัย” หมายถง การทท าให้
ี
ิ
ี่
ึ
ื
ี
ิ
็
ร่างกายของผู้อนเสอมเสยสขภาพไปซงอาจเปนการบั่นทอนสขภาพจตก็ได้ แต่การให้ความค้มครองต่อ
่
่
ึ
ุ
ื
่
ุ
ุ
“อนามัย” ในระบบกฎหมายไทยยังจ ากัดอยู่ทความเสยหายต่ออนามัยของร่างกายเท่านั้น
ี
่
ี
ดังนั้น เมอพิจารณาจากองค์ประกอบของความผิดฐานละเมดตามหลักดังกล่าวข้างต้นกับ
ื
่
ิ
พฤตกรรมการเฝาตดตามจะพบว่า พฤตกรรมการเฝาตดตามแม้จะไม่มความเสยหายทางร่างกายแต่อาจ
ิ
ี
ิ
ิ
้
ิ
้
ี
ก่อให้เกิดความเสยหายแก่จตใจและกระทบกระเทอนสทธส่วนบคคลและสทธในความเปนอยู่ส่วนตัวของผู้ถก
ิ
ิ
ิ
ื
ิ
ุ
ู
ิ
ี
็
ี
ุ
่
ิ
้
ู
ึ
้
ึ
ิ
เฝาตดตาม และผู้ถกเฝาตดตามอาจเกิดความวิตกกังวลถงภัยอันตรายทอาจเกิดมข้นต่อตนเองและบคคลใน
ี
ื
ั
ิ
่
่
ี
ครอบครว ไม่อาจใช้ชวิตได้อย่างปกตสข และเมอพิจารณากฎหมายลักษณะละเมดเพือน ามาปรบใช้กับ
ิ
ุ
ั
่
ึ
ิ
ี
ึ
่
ี
ึ
ิ
ิ
้
พฤตกรรมการเฝาตดตาม จะต้องพิจารณาถงองค์ประกอบความผิดและความเสยหายทเกิดข้นจรง ซงหากความ
ื
ี่
ี
ึ
ิ
ื
ึ
ี
่
เสยหายยังไม่แน่นอนว่าจะเกิดข้นหรอไม่ ไม่ถอว่าละเมด ซงเปนหน้าทของผู้เสยหายทจะต้องน าสบให้
ี่
ื
็
ึ
ปรากฏถงองค์ประกอบของความผิดนั้นจนครบถ้วน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชย์ มาตรา 420 ยังก าหนดให้ผู้ท าละเมดต้องชดใช้ค่าสนไหม
ิ
ิ
ิ
ิ
ิ
ี
ิ
ึ
่
ี
ี
ู
ี
ทดแทนความเสยหายทเกิดข้นกับผู้ถกท าละเมด โดยก าหนดสทธในชวิต ร่างกาย อนามัย เสรภาพ และ
ิ
ิ
ิ
ิ
ั
ทรพย์สนไว้อย่างชัดแจ้ง หากแต่สทธอน ๆ เพียงบัญญัตไว้โดยใช้ถ้อยค ากว้าง ๆ ว่า “สทธอย่างหนงอย่างใด”
่
ิ
่
ื
ึ
ิ
ุ
ี
ิ
ซงในกรณทเกิดเหตพฤตกรรมการเฝาตดตามจนเปนเหตให้ผู้เสยหายต้องเสยหายต่อสทธในความเปนอยู่
ุ
็
่
ิ
้
ี
ี
ึ
่
ิ
ี
็
ิ
ี
ส่วนตัว เกิดความเสยหายทางจตใจ เกิดความหวั่นวิตกกังวลภัยอันตรายทอาจเกิดข้นกับตนเองและ
ิ
ึ
่
ี
ี
ั
ิ
่
ี
็
ี
ึ
ครอบครว อันเปนความเสยหายทเกิดข้นภายในจตใจของผู้เสยหาย ยังไม่เกิดอันตรายต่อทางร่างกาย ไม่
สามารถประเมนค่าความเสยหายออกเปนตัวเงนได้
ิ
ิ
็
ี
ในคดละเมดนั้น เมอมการฟองรองด าเนนคดกันแล้ว จะต้องพิสจนต่อศาลเพือให้ศาลเชอว่าม ี
่
้
ี
่
ิ
ี
้
ื
ิ
์
ี
ู
่
ื
ู
ื
ิ
ึ
ี
ึ
่
ข้อเท็จจรงนั้นเกิดข้นจรงหรอไม่ ซงประมวลกฎหมายวิธพิจารณาความแพ่ง มาตรา 84/1 ก าหนดว่า “ค่ความ
ิ
ิ
ฝายใดกล่าวอ้างข้อเท็จจรงเพือสนับสนนค าค่ความของตน ให้ค่ความฝายนั้นมภาระการพิสจนข้อเท็จจรงนั้น
ู
ู
ุ
่
ิ
ี
ู
่
่
์
622

