Page 662 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 662
12
ั
ื่
ิ
ิ
ื
สหรฐอเมรกา ต่างก็ใช้หลักเกณฑ์ในการแบ่งโดยยึดหลัก เรองการหลอกเอากรรมสทธ์ หรอการครอบครอง
ิ
ี
ี
ี
่
ี
เช่นเดยวกับประเทศไทย เพียงแต่มรายละเอยดบางประการทแตกต่างกัน ดังน้ ี
์
้
ั
4.1 ความผิดฐานลักทรพย กับฉอโกงของประเทศเยอรมน ี
ี
ในกฎหมายอาญาของเยอรมัน (German Criminal Code) ได้ตความ “เจตนาพิเศษ” ของความผิด
ั
่
ฐานลักทรพย์ กับฉ้อโกงแตกต่างกัน โดยความผิดฐานลักทรพย์นั้น ผู้กระท าความผิดต้องมเจตนาพิเศษเพือ
ี
ั
ุ
่
ี
ั
ึ
ึ
“ความตั้งใจทจะเอาทรพย์นั้นไว้” ม่งพิจารณาถงตัวทรพย์เปนส าคัญโดยมได้ค านงถงคณค่าในทางเศรษฐกิจ
ุ
ั
ึ
ิ
็
นั้นเลย เช่น ต้องการเอาทรพย์นั้นไว้ใช้ประโยชนเอง
ั
15
์
ั
่
่
ิ
ึ
ี
ุ
ส่วนความผิดฐานฉ้อโกงนั้น “ความตั้งใจทจะให้ได้มาซงประโยชนในทางทรพย์สน” ม่ง
์
ึ
ุ
ุ
ึ
พิจารณาถงการเพิ่มข้นของคณค่าของทรพย์สนในทางเศรษฐกิจ ทั้งน้ การเพิ่มข้นของคณค่าของทรพย์สน
ิ
ึ
ั
ี
ั
ิ
ั
็
่
ิ
ี
ึ
ในทางเศรษฐกิจ ไม่ได้อยู่ทการเพิ่มข้นของจ านวนทรพย์สน หากแต่เปนการเพิ่มค่าของทรพย์สน เช่น
ั
ิ
ต้องการเอาทรพย์นั้นไว้เพือน าไปขายต่อ หรอน าไปจ าน า
ื
ั
16
่
ั
ฉะนั้น เจตนาพิเศษในความผิดฐานลักทรพย์กับฉ้อโกงตามกฎหมายของประเทศเยอรมน ี
็
ั
ื
ุ
สามารถใช้เปนหลักเกณฑ์ในการแบ่งแยกความผิดฐานลักทรพย์โดยใช้กลอบายหรอฉ้อโกงได้ โดยม่ง
ุ
็
ึ
ึ
ี
่
พิจารณาถงเจตนาธรรมดาของผู้กระท าเปนประการแรกแล้วจงพิจารณาว่าผู้กระท ามเจตนาพิเศษเพือ ส่งใด
ิ
เปนประการสดท้าย
็
ุ
ั
้
4.2 ความผิดฐานลักทรพย กับฉอโกงของประเทศอังกฤษ
์
ิ
ั
ิ
เดมความผิดฐานลักทรพย์และฉ้อโกงของประเทศอังกฤษ ได้บัญญัตรวมไว้ในพระราชบัญญัต ิ
่
ั
ความผิดเกียวกับทรพย์ ค.ศ. 1968 (Theft Act 1968) โดยหลักเกณฑ์ในการแบ่งแยกความผิดฐาน ลักทรพย์
ั
กับฉ้อโกง พิจารณาถงเรองการหลอกเอากรรมสทธ์ หรอเอาการครอบครอง
ิ
ื
ึ
่
ื
ิ
ิ
่
ื่
ี
็
ภายหลังเมอมการประกาศใช้พระราชบัญญัตฉ้อโกง ค.ศ. 2006 (The Fraud Act 2006) ซงเปน
ึ
ั
ื่
พระราชบัญญัตความรบผิดทางอาญาในเรองฉ้อโกงโดยเฉพาะ ก็ได้มการยกเลก Theft Act 1968 มาตรา 15
ิ
ิ
ี
ั
ความผิดฐานได้ทรพย์สนไปโดยการหลอกลวง (Obtaining property by deception) โดยพระราชบัญญัต ิ
ิ
่
ื
ื
ี
ิ
ื
่
ั
ิ
ื
ฉ้อโกงน้ได้เพิ่มหลักการใหม่เรอง Gain and Loss ในมาตรา 5 ว่ามการได้หรอเสยเงนหรอทรพย์สนอย่างอน
ี
ี
ึ
ิ
ื
ั
ิ
ิ
็
หรอไม่ ฉะนั้น การวินจฉัยความรบผิดทางอาญาจงไม่จ าต้องพิจารณาว่าเงนหรอทรพย์สนนั้นเปนกรรมสทธ์ ิ
ื
ั
ิ
ื
ึ
ั
ิ
ของผู้ใดแต่เพียงอย่างเดยว ถ้าหากมการหลอกลวงและการหลอกลวงนั้นได้ไปซงการรกษาไว้หรอได้เงน
ี
ี
่
่
ี
ิ
็
ุ
ี
ิ
ั
ื
่
ี
ี
ื
ื
่
หรอทรพย์สนนั้นมา หรอท าให้บคคลอนสญเสยส่งทมอยู่หรอไม่ได้ในส่งทควรจะได้ ก็เปนความผิดฐาน
ู
ื
ิ
ฉ้อโกงตามกฎหมายใหม่ของอังกฤษแล้ว
17
ิ
ี่
ุ
ิ
15 สรสทธ์ แสงวิโรจน์พัฒน์, อ้างแล้ว เชงอรรถท 12, น. 175 – 179.
ิ
16 สรสทธ์ แสงวิโรจน์พัฒน์, อ้างแล้ว เชงอรรถท 15, น. 212 – 214.
ี่
ิ
ุ
ิ
ิ
ิ
17 คณพล จันทน์หอม, อ้างแล้ว เชงอรรถท 4, น. 277.
ี่
643

