Page 48 - สารนิพนธ์
P. 48
36
ู
ี
้
ุ
ี
ื
ุ
ื
ิ
ึ
และสนับสนนการเรยนรให้มประสอทธภาพยิ่งข้นใน 4 ประการคอ (ไชยยศ เรองสวรรณ. 2533 :
66-67)
ี
ิ
ิ
1. ผู้เรยนได้มส่วนร่วมหรอลงมอปฏบัตในการเรยนร ู ้
ื
ี
ี
ื
ี
ั
ี
2. ผู้เรยนได้รบข้อมลย้อนกลับในการเรยนอย่างฉับพลัน
ู
ั
3. ผู้เรยนได้รบการเสรมแรงด้วยการให้ประสบการณแห่งความส าเรจ
ิ
็
ี
์
ี
ี
้
ู
4. ผู้เรยนได้เรยนรอย่างเต็มขั้นตอนอย่างทละน้อย
ี
ั
ื่
์
์
2. ทฤษฎีสมพันธเชอมโยง ของธอรนไดด ์
ุ
ธอรนไดด์(Edward L.Thorndike, 1874 – 1949 ไชยยศ เรองสวรรณ.2526:57-60)
ื
์
ึ
้
ิ
กล่าวถงการเชอมโยงระหว่างส่งเรา(S: Stimulus) กับการตอบสนอง(R: Response) โดยม ี
ื
่
้
ื
ึ
ี
ุ
่
ู
ความเชอว่าการเรยนรจะเกิดข้นได้ด้วยการทมนษย์หรอสัตว์ได้เลอกเอาปฎกรยาตอบสนองทถกต้อง
่
ิ
ิ
่
ู
ื
ี
ื
ี
ื
ึ
้
่
้
ื
นั้นมาเชอมต่อเข้ากับส่งเราอย่างเหมาะสม หรอความรจะสามารถเกิดข้นได้โดยการสรางส่ง
ิ
้
ิ
ู
่
ิ
ึ
ื
ี
เชอมโยงระหว่างส่งเรากับการตอบสนองให้เกิดข้น จงเรยกทฤษฎการเรยนรของธอรนไดด์ว่า
ี
ี
้
ึ
้
ู
์
ื
ทฤษฎเชอมโยงระหว่างส่งเรากับการตอบสนอง (S-R Bond Theory) หรอทฤษฎสัมพันธต่อเนอง
ื
์
่
ี
่
ี
ื
ิ
้
้
่
ี
็
์
ู
ึ
ี
ุ
(Connectionism Theory) ซงธอรนไดด์สรปเปนการเรยนรได้ ดังน้
ึ
1. กฎแห่งความพรอม (Law of Readiness) หมายถงสภาพความพรอม
้
้
ิ
ื
ิ
ี
้
ั
ู
ี
หรอความมวุฒภาวะของผู้เรยนทั้งร่างกายได้แก่ อวัยวะต่าง ๆ ในการรบร และจตใจ รวมทั้งพื้นฐาน
ู
ี
ี
้
่
ิ
ประสบการณเดม ทจะเชอมโยงกับความรใหม่ ท าให้ผู้เรยนเกิดการเรยนรได้
์
ู
้
ื
่
ี
ึ
ึ
2. กฎแห่งการฝก (Law of Exercise) หมายถงการทผู้เรยนได้ฝกหัดหรอ
ี
ี่
ึ
ื
ู
์
ู
ู
้
ี
กระท าซ ้า ๆบ่อย ๆย่อมท าให้เกิดความสมบรณถกต้องและหากได้เรยนรแล้วน าไปใช้อยู่ประจ าก็จะ
ู
้
ท าให้เกิดความรอยู่คงทนถาวร
่
ี
3. กฎแห่งความพอใจ (Law of Effect) หมายถงผลทท าให้เกิดความพอใจ
ึ
ื
ี
ู
ื
ี
้
กล่าวคอ เมอผู้เรยนได้รบความพอใจจากผลการเรยนรหรอการกระท ากิจกรรมก็จะเกิดผลดท าให้
ื
่
ั
ี
้
ี
ี
ั
ี
ี
ึ
ี
่
ู
ผู้เรยนอยากเรยนรเพิ่มข้นในทางตรงกันข้ามหากผู้เรยนได้รบผลทไม่พอใจก็จะท าให้ไม่อยากเรยนร ู ้
ี
่
เบอหน่ายและเปนผลเสยต่อการเรยนร ู ้
ี
ื
็

