Page 51 - สารนิพนธ์
P. 51

39







                                               ี
                                                                                      ิ
                                               ่
                                                                                           ิ
                                 ู
                               ครผู้สอนจะเปนผู้ทมบทบาทส าคัญในการก าหนดเชงม่งหมายเชงพฤตกรรรมของผู้เรยน
                                                                           ิ
                                                 ี
                                                                              ุ
                                                                                                       ี
                                           ็
                                                                          ์
                                                   ื
                                                   ่
                                                                       ิ
                       และอาจเลอกใช้เครองกลหรอเครองมอไฟฟาอเล็กทรอนคสต่าง ๆ เพือประโยชนในการเสรมแรง
                                                            ้
                                                               ิ
                                                       ื
                               ื
                                       ื
                                       ่
                                                                                            ์
                                               ื
                                                                                  ่
                                                                                                     ิ
                       และควบคมการเรยนของผู้เรยนได้ด้วย
                                     ี
                                              ี
                               ุ
                                                                                                   ่
                                                      ์
                               จากค ากล่าวของสกินเนอรข้างต้นนับว่าแนวทางการสอนแบบโปรแกรมและเครองสอน
                                                                                                   ื
                                           ์
                                                        ั
                                                           ุ
                                                                   ิ
                                                                ็
                                                                                                    ี
                                                                              ี
                              ึ
                       รวมไปถงคอมพิวเตอรช่วนสอนในปจจบันเปนส่งท้าทายผู้เรยนอย่างยิ่งทั้งน้   ีเพราะผู้เรยนจะ
                                                                                           ื
                                                                                                ื
                                                            ่
                                                                                           ่
                                       ่
                                       ี
                                                                                                ่
                                                                                                        ี
                                                                      ิ
                                                               ็
                       พยายามตอบก่อนทจะได้รบทราบค าตอบ (ซงเปนตัวเสรมแรง)เสยอก ดังนั้นในเรองเครองสอนน้ส
                                                                             ี
                                             ั
                                                                                ี
                                                            ึ
                                                                                 ื
                                                                  ี
                                                          ี
                                                                                     ี
                                                ื
                                                ่
                              ์
                       กินเนอรได้กล่าวว่าการใช้เครองสอนจะมผลต่อผู้เรยนแต่ละคนเสมอนมผู้สอนเฉพาะตัว (Private
                                                 ี
                                               ์
                                  ิ
                                                     ิ
                                                                        ี
                                                  ิ
                       Tutor ) แนวคดของสกินเนอรมอทธพลต่อการพัฒนาการเรยนการสอนแบบโปรแกรมมากในช่วงป         ี
                                                                 ิ
                                                                                                    ึ
                       ค.ศ.1950 – 1960 ค าว่าโปรแกรม (Program) แรกเร่มนั้นถกน ามาใช้เรยกล าดับขั้นการสอนซงบรรจ ุ
                                                                       ู
                                                                                                    ่
                                                                                 ี
                                                  ู
                       ไว้ในเครองสอน และต่อมาได้ถกพัฒนาน ามาใช้หลายรปแบบ เช่น บทเรยนโปรแกรม การสอน
                              ่
                                                                       ู
                                                                                      ี
                              ื
                                                                           ุ
                                                ี
                                                                         ั
                       แบบโปรแกรม ตลอดจนบทเรยนคอมพิวเตอรช่วยสอนในปจจบัน
                                                             ์

                               6.   ทฤษฎีพฤติกรรมนยม
                                                   ิ
                                                                 ็
                               ทฤษฎพฤตกรรมนยม (Behaviorism) เปนทฤษฎซงเชอว่าจตวิทยาเปนเสมอนการศกษา
                                                                                         ็
                                                                                 ิ
                                                                                                      ึ
                                                                                               ื
                                                                             ื
                                                                          ่
                                                                        ี
                                                                             ่
                                                                          ึ
                                     ี
                                               ิ
                                         ิ
                       ทางวิทยาศาสตรของพฤตกรรมมนษย์ (Scientific Study of Human Behavior) และการเรยนรของ
                                             ิ
                                     ์
                                                                                                  ี
                                                     ุ
                                                                                                      ้
                                                                                                      ู
                                  ิ
                       มนษย์เปนส่งทสามารถสังเกตได้จากพฤตกรรมภายนอก  นอกจากน้           ียังมแนวคดเกียวกับ
                                     ่
                                                                                           ี
                                                                                                 ิ
                                     ี
                                                              ิ
                                                                                                    ่
                         ุ
                              ็
                                                                                       ่
                       ความสัมพันธระหว่างส่งเราและการตอบสนอง (Stimuli and Response) ซงเชอว่าการตอบสนองกับ
                                                                                    ึ
                                                                                       ื
                                             ้
                                                                                    ่
                                          ิ
                                  ์
                                                                                         ่
                                                                                         ื
                           ้
                                                                                                      ู
                                                                                                      ้
                                                                  ่
                                                                  ี
                                            ึ
                        ิ
                                                                                                  ี
                                                   ู
                                  ุ
                       ส่งเราของมนษย์จะเกิดข้นควบค่กันในช่วงเวลาทเหมาะสม  นอกจากน้   ียังเชอว่าการเรยนรของ
                                                                                        ึ
                                                                                        ่
                                                                                             ี
                       มนษย์เปนพฤตกรรมแบบแสดงอาการกระท า(Operant Conditioning) ซงยังมการเสรมแรง
                              ็
                                                                                                    ิ
                                     ิ
                         ุ
                                                                                                       ุ
                       (Reinforcement) เปนตัวการโดยทฤษฎพฤตกรรมนยมน้จะไม่พูดถงความนกคดภายในของมนษย์
                                                                                       ึ
                                                                                         ิ
                                                                               ึ
                                                        ี
                                                                      ี
                                                                  ิ
                                       ็
                                                            ิ
                                                                               ึ
                                             ึ
                       ความทรงจ า ภาพ ความรสก โดยถอว่าค าเหล่าน้เปนค าต้องห้ามซงทฤษฎน้ส่งผลต่อการเรยนการ
                                                    ื
                                            ้
                                            ู
                                                                ี
                                                                  ็
                                                                                                    ี
                                                                                     ี
                                                                                       ี
                                                                               ่
                                                              ็
                                                          ี
                            ี
                                                     ่
                                                                 ุ
                                                     ี
                                                                                ่
                                                                                ึ
                                                                          ิ
                                                                                                       ่
                       สอนทส าคัญในยุคนั้น  ในลักษณะทการเรยนเปนชดของพฤตกรรมซงจะต้องเกิดข้นตามล าดับทแน่
                                                                                                       ี
                            ่
                                                                                            ึ
                                                                                                        ็
                                ่
                                                                                    ี
                                ี
                                                  ุ
                                                                    ี
                                                                               ี
                                   ี
                       ชัด   การทผู้เรยนจะบรรลวัตถประสงค์ได้นั้นผู้เรยนจะต้องมการเรยนตามขั้นตอน ไปเปน
                                              ุ
                                           ่
                          ุ
                                           ี
                       วัตถประสงค์ ๆ ไปผลทได้จากการเรยนขั้นแรกน้จะเปนพื้นฐานของการเรยนในขั้นต่อ ๆ ไปใน
                                                      ี
                                                                 ี
                                                                                       ี
                                                                      ็
                         ุ
                        ี่
                       ทสด
   46   47   48   49   50   51   52   53   54   55   56