Page 50 - สารนิพนธ์
P. 50
38
ู
ี
ี
้
เงอนไข (UCS) แล้วท าให้เกิดการตอบสนองอย่างเดยวกัน การน าหลักการเรยนรของทฤษฎวาง
ื่
ี
่
ื
ี
ั
เงอนไขแบบคลาศสคมาประยุกต์ให้เกิดประโยชนหรอแก้ไขปญหาบางอย่างในการเรยนการสอน
ื
์
ิ
ิ
้
ี
้
ี
ี
ได้ด้วยการสรางพฤตกรรมต่าง ๆ ทพึงประสงค์ให้กับผู้เรยน เช่น การสรางพฤตกรรมให้ผู้เรยนกล้า
ิ
่
ี
ิ
์
่
ื
ี
ี
่
ี
แสดงออกมทัศนคตทดต่อสอบทเรยนคอมพิวเตอรช่วยสอน
ื
(http://watcharaphonchai.blogspot.com/2007/08/watson.html สบค้นเมอวันท 1 ธันวาคม 2552)
ี่
ื่
5. ทฤษฎีการวางเงอนไขแบบการกระท าของสกินเนอร ์
ื่
ี
ิ
ื
ทฤษฎการวางเงอนไขแบบการกระท า (Operant Conditioning) หรอพฤตกรรม
ื่
ิ
์
ี
็
ี
นยม (Behaviorism) ของสกินเนอร (B.F.Skinner, 1904) จัดเปนทฤษฎทเสรมต่อจากทฤษฎสัมพันธ ์
ิ
ี
่
ื
เชองโยงของ ธอรนไดด์ และทฤษฎพฤตกรรมของวัตสัน โดยรวมเอาแนวความคดของทฤษฎทั้ง
ิ
่
์
ิ
ี
ี
ุ
ื
สองเข้าด้วยกัน (ไชยยศ เรองสวรรณ. 2526: 69-72)
ี
ั
ี
หลักการของสกินเนอร เน้นการกระท าของผู้รบการทดลองหรอผู้ทเรยนรมากกว่า
่
์
ู
้
ื
ส่งเราผู้ทดลองหรอผู้สอนก าหนดกกล่าวคอเมอต้องการให้อนทรย์เกิดการเรยนรจากส่งเราส่งใดส่ง
้
ื
ื
่
้
ู
ิ
ิ
ี
ิ
ิ
ื
ี
้
ิ
่
หนงจะให้ผู้เรยนเลอกแสดงพฤตกรรมเองโดยไม่บังคับ
ี
ิ
ื
ึ
่
์
ี
ื
็
ี
สกินเนอรมความเหนในเรองทฤษฎการวางเงอนไขแบบอาการกระท าของเขาใน
่
ื
่
ี
ึ
ื
ฐานะทเปนทฤษฎพื้นฐานของเทคโนโลยีทางการศกษา (ไชยยศ เรองสวรรณ. 2526 : 69-72) ว่าการ
็
ุ
ี
ี
่
ื
น าทฤษฎน้ไปใช้กับสัตว์จะเกิดผลได้ง่ายและชัดเจนมากแต่ถ้าน าทฤษฎน้มาใช้กับมนษย์ในเรองของ
ี
ุ
ี
ี
ื
้
ู
่
ี
ี
ื
การเรยนการสอนหรอการเรยนรแล้วเพือให้เกิดผลดจะต้องใช้เครองมอด้วยลัขั้นตอนต่าง ๆ ในการ
ื
่
ี
สอนจะถกแบ่งออกเปนขั้นย่อย ๆ หรอสั้น ๆ เพือง่ายต่อการเสรมแรง ดังนั้นในการน าหลักการ
็
ู
ื
ิ
่
ี
็
็
ี
ึ
่
ู
ทฤษฎน้ ีมาเปนพื้นฐานของเทคโนโลยีทางการศกษาครผู้สอนควรตอบค าถามต่าง ๆ ทจ าเปน
ต่อไปน้ ให้ได้เสยก่อนคอ
ื
ี
ี
ิ
1. ประสงค์จะให้เกิดพฤตกรรมอะไร
ิ
ี่
2. มตัวเสรมแรงอะไรบ้างทใช้ได้ด ี
ี
3. การตอบสนองอย่างไรจงจะเกิดประโยชน ์
ึ
4. จะจัดตารางก าหนดเสรมแรงอย่างมประสทธภาพได้อย่างไร
ิ
ิ
ิ
ี

