Page 83 - เอกสารคำสอน ประเด็นคัดสรรทางการศึกษา
P. 83

ดังนั้น การจัดทำผลงานด้านวิชาการ ผู้เขียนจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มา หรือกล่าวถึง  การคัดลอกข้อความ หรือผลงานโดยที่ไม่ตั้งใจเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวัง อาจารย์ผู้สอน

                                                                            ู
 แนวคิดของเจ้าของผลงานเดิม และแนวคิดใหม่ของผู้เขียนที่ได้ต่อยอด และต้องเขียนแยกให้  ควรให้ความรู้ความเข้าใจในการทำรายงานการศึกษาค้นคว้าที่ถกต้อง และไม่สนับสนุนผู้เรียน
 เห็นชัดเจนไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นผลงานของผู้เขียน จึงจะเป็นการไม่ผิดจรรยาบรรณ  ให้กระทำการใด ๆ ที่เข้าข่ายการโจรกรรมทางวรรณกรรม จึงจะเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้

 ทางวิชาการ        ผู้เรียนได้สร้างสรรค์ผลงานทางวิชาการในสาขาวิชาของตนเองให้มีความก้าวหน้า เช่นเดียวกับ

                   กัญจนา บุณยเกียรติ (2556, น. 9) ได้ให้ความหมายของ “การลักลอกงานวิชาการและ
 แนวคิดเกี่ยวกับการโจรกรรมทางวรรณกรรม   วรรณกรรม (Plagiarism) หมายถึง การลอกคำ ประโยค เนื้อหา กระบวนการหรือความคิดของ

 ความหมายของการโจรกรรมทางวรรณกรรม   ผู้อื่นที่อยู่ในรูปของตาราง ภาพหรือแผนภูมิ หรือสถิติต่าง ๆ อาจเป็นการคัดลอกคำต่อคำ การ

 ปัญหาที่เกิดขึ้นในการทำรายงานการศึกษาค้นคว้าของผู้เรียนในสถาบันอุดมศึกษา คือ   ลอกเพียงบางส่วน การถอดเนื้อหาสาระหรือการสรุปความแล้วนำมาเสนอให้ดูเหมือนเป็น

 การตัดปะ หรือคัดลอกข้อความ (Copy and Paste) ที่ได้จากการสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เนต  ความคิดและผลงานของตน โดยมิได้ระบุถึงแหล่งที่มาของข้อเขียน หรือแนวคิดนั้นด้วยวิธีการ
 ็
 โดยที่ผู้เรียนยังไม่ได้ทำการศึกษาวิเคราะห์ และสรุปความรู้ตามจุดมุ่งหมายของการทำรายงาน  อ้างอิงที่สมบูรณ์ ชัดเจนและเป็นหลักสากล ทั้งนี้รวมถึงการลักลอกความคิดจากงานวิชาการ
 การศึกษาค้นคว้า ประกอบกับผู้เรียนขาดความรู้ความเข้าใจในการอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูล   และวรรณกรรมของผู้อื่นที่อยู่ในรูปข้อเสนอโครงการและต้นฉบับบทความด้วย” และอาจกล่าว

 จนทำให้ผู้เรียนเกิดการโจรกรรมทางวรรณกรรมโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งถือเป็นความผิดทาง  ได้ว่า การลักลอกผลงาน หมายถึง การใช้ผลงานหรือแนวคิดของบุคคลอื่นเพื่อทำให้ดูเหมือน

 ศีลธรรมและกฎหมาย จึงเป็นหน้าที่ของอาจารย์ผู้สอนที่ต้องช่วยให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกบ  เป็นงานของตนเอง ซึ่งเป็นการทำผิดศีลธรรมของนักวิชาการ และอาจนำไปสู่เป็นการทำผิด
 ั
 จรรยาบรรณและจริยธรรมทางวิชาการ นอกเหนือจากการมอบหมายให้ผู้เรียนทำรายงาน  กฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์ผลงานวิชาการ (มานิตย์ จุมปา, 2556, น. 98)

                                                                                                     ั
 การศึกษาค้นคว้าในรายวิชาต่าง ๆ ตามหลักสูตรการศึกษา   สรุปได้ว่า การโจรกรรมทางวรรณกรรม (Plagiarism) หมายถึง การคัดลอก การลก
 จรรยาบรรณและจริยธรรมทางวิชาการ มีความสำคัญอย่างยิงในการควบคุมคุณภาพ  ลอกผลงานเขียนทางวิชาการในลักษณะต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าผลงานนั้นเป็นของ
 ่
 และมาตรฐานทางวิชาการ ทำให้งานวิชาการมีคุณค่า เป็นที่ยอมรับของสังคมทั้งในระดับชาติ  ตน โดยที่ไม่มีการอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลให้ถูกต้อง ถือเป็นความผิดทางจริยธรรมและ

 และนานาชาติ ผู้เรียนจึงมีหน้าที่ศึกษาค้นคว้า และปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ เพื่อไม่ให้  กฎหมาย

 เกิดปัญหาทางจริยธรรมในการสร้างสรรค์งานวิชาการ ซึ่งต้องอาศัยความกล้าหาญใน
 การศึกษาค้นคว้า และการยึดมั่นแนวทางที่ถูกต้อง การรับผิดชอบต่อการแสดงความคิดเห็นใน  สาเหตุของการโจรกรรมทางวรรณกรรม

 ์
 ผลงานเขียนและนำเสนอผลงาน หรือข้อค้นพบอย่างตรงไปตรงมา (กุสลวัฒน์ คงประดิษฐ,   การโจรกรรมทางวรรณกรรม มี 2 สาเหตุใหญ่ ๆ คือ 1) ผู้เรียนขาดความรู้ความเข้าใจ
 2558, น. 117-121) ในการนำเสนอรายงานการศึกษา   ในการสร้างสรรค์ผลงานทางวิชาการ ขาดความระมัดระวัง และความตระหนักในการกระทำ
 การโจรกรรมทางวรรณกรรม (Plagiarism) คือ การขโมยความคิด หรือการลอกเลียน  ความผิดทางจริยธรรมทางวิชาการ รวมถึงการรับรู้ถึงระดับความผิดและบทลงโทษในการ

                                                                                                     ่
 และการคัดลอกงานเขียนที่เป็นแนวคิด ทฤษฎีและผลงานวิจัยของผู้อื่นที่ได้มาจากแหล่งข้อมล  โจรกรรมทางวรรณกรรม 2) อาจารย์และสถาบันการศึกษา ขาดการรณรงค์ เกรงกลัววา
 ู
 ใดข้อมูลหนึ่ง หรือหลาย ๆ แหล่งนำไปใช้ประโยชน์ส่วนตน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของ  ตนเองจะเสียชื่อเสียง และไม่ให้ความสำคัญในการป้องกันการโจรกรรมทางวรรณกรรม
 ผลงาน หรือไม่ได้อ้างอิงระบุถึงแหล่งที่มาให้ถูกต้อง ซึ่งมีความผิดทางกฎหมายลิขสิทธิ์และ  (Scanlon & Neumann, 2002) และส่วนมากเกิดจากปัจจัยส่วนบุคคล เช่น 1) ขาดความเกรง

 ความผิดทางจริยธรรมทางวิชาการ (Batovski, 2006, p. I; Glick, 2006, p. 140; Mallon, 1989,   กลัวที่จะถูกจับได้ และได้รับโทษสถานเบา หากถูกจับได้ 2) ขาดความรู้ความเข้าใจในการ

 p. 11) ข้อมูลความรู้ต่าง ๆ เหล่านั้นถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของผู้เขียนที่จะละเมิดไม่ได้ และ  อ้างอิงที่มาและการสรุปย่อความที่ถูกต้อง 3) ขาดความอดทนในศึกษาวิเคราะห์สรุปและบันทึก
                                                                                                     ่
                                                                                ็
 การไม่อ้างอิงถือเป็นการไม่ให้เกียรติเจ้าของผลงานเดิม แสดงถึงความไม่ซื่อสัตย์ทางวิชาการ   ความรู้เป็นของตนเอง 4) นิยมความสะดวกสบายในการใช้อินเทอร์เนตสืบค้นข้อมูลจากแหลง
 (นฤมล กิจไพศาลรัตนา, 2557, น. 347-348)    ต่าง ๆ 5) ใช้วิธีการตัดปะและคัดลอกในการพิมพ์รายงาน โดยไม่ได้อ้างอิงและระบุแหล่งที่มา



 เอกสารคำสอน รายวิชา 161423 ประเด็นคัดสรรทางการศึกษา 3(3-0-6)  เรียบเรียงโดย ผศ.ดร.รักษิต สุทธิพงษ์     หน้า 54   เอกสารคำสอน รายวิชา 161423 ประเด็นคัดสรรทางการศึกษา 3(3-0-6)  เรียบเรียงโดย ผศ.ดร.รักษิต สุทธิพงษ์     หน้า 55
                                        ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รักษต สทธิพงษ | เอกสารค�าสอน ประเด็นคัดสรรทางการศกษา    55

                                                                                                   ึ
                                                                     ์
                                                               ุ
                                                            ิ
   78   79   80   81   82   83   84   85   86   87   88