Page 85 - เอกสารคำสอน ประเด็นคัดสรรทางการศึกษา
P. 85

์
 จากการวิเคราะหสาเหตุหลักที่มีการกระทำการลักลอกงานวิชาการและวรรณกรรม   3. การคัดลอกผลงานของตนเอง (Self-plagiarism) เป็นการนำผลงานของตนเองที ่
 สามารถสรุปได้ 4 ประการ ดังนี้ 1) ไม่เข้าใจความหมายและรูปแบบการเขียน 2) ไม่เข้าใจ  ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ทางวิชาการไปแล้ว นำกลับมาแก้ไขเล็กน้อยให้ดูเหมือนกับเป็นงาน
 ความหมายของแหล่งอ้างอิงต่าง ๆ 3) ไม่รู้วิธีการอ้างอิงและการระบุแหล่งอ้างอิง 4) ไม่มีเวลา  เขียนใหม่และตีพิมพ์เผยแพร่ซ้ำในแหล่งอื่น เกินความจำเป็น (Redundant Publication) และ

 พอและกลัวส่งงานไม่ทันเวลาที่กำหนด (กัญจนา บุณยเกียรติ, 2556, น. 29) จากสาเหตุ  ตีพิมพ์ซ้ำ (Duplicate Publication) รวมถึงการแบ่งซอยงานออกเป็นส่วน ๆ (Salami Slicing) แล้ว

 ดังกล่าวทำให้เกิดการโจรกรรมทางวรรณกรรม ซึ่งเป็นความไม่ซื่อสัตย์ต่อสาขาวิชาชีพและ  ส่งตีพิมพ์ ทั้งนี้มีข้อยกเว้นว่าหากนำไปเผยแพร่ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษในวารสารต่างกัน
 สถาบันการศึกษา อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นว่าผู้เรียนขาดความรู้ ความสามารถทางวิชาการและ  จะต้องได้รับการอนุญาตจากบรรณาธิการทั้งสองภาษาจึงสามารถกระทำได้

 ขาดจริยธรรมทางวิชาการ จึงไม่สมควรที่จะได้รับปริญญาในระดับการศึกษานั้น ๆ และอาจทำ  4. การนำผลงานของผู้อื่นที่ยังไม่ได้ตีพิมพ์เผยแพร่ไปเผยแพร่ เป็นการนำเอาผลงาน

                                                                               ์
 ให้ผู้เรียนถูกตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง นำไปสู่การถอดถอนปริญญา และอาจต้องรับผิดชอบ  ทางวิชาการของผู้อื่นที่ดำเนินการเสร็จแล้วไปรายงานผลและตีพิมพเผยแพร่ โดยการแอบอ้าง
 ทางกฎหมายด้วย (นฤมล กิจไพศาลรัตนา, 2557, น. 348-350; Auer & Kruper, 2001, p.   ผลงานเป็นของตน ทั้ง ๆ ที่เจ้าของผลงานไม่ทราบและไม่ได้อนุญาตให้เผยแพร่ และหากมีการ

 417; Lathrop & Foss, 2000, p. 1; Schmidt, 2010)   อนุญาตแล้วแต่ก็ไม่ได้มีการระบุอ้างอิงแหล่งที่มาให้ถูกต้อง

 สรุปได้ว่า การโจรกรรมทางวรรณกรรม มีสาเหตุมาจากผู้เรียนขาดจริยธรรมทาง  5. การอ้างอิงผลงานไม่ถูกต้อง เป็นการระบุแหล่งที่มาของข้อมูลที่ไม่ถูกต้องตาม
 วิชาการ ขาดความตระหนักในการหลีกเลี่ยงการคัดลอกผลงาน ขาดความรู้ ความเข้าใจในการ  ลักษณะของแหล่งข้อมูลในแต่ละประเภทที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า หรือจงใจไม่อ้างอิงชอเจ้าของ
                                                                                              ื่
 เขียนงานวิชาการและการอ้างอิงแหล่งที่มาตามหลักบรรณานุกรม   ผลงานและแหล่งที่มาของข้อมูลให้ครบถ้วน หรือไม่ได้ระบุชื่อสมาชิกกลุ่มให้ครบในรายงาน

                   อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าผลงานนั้นเป็นของตนทั้งหมด

                                                                                                     ่
 ลักษณะของการโจรกรรมทางวรรณกรรม   ดังนั้น เพื่อให้ผู้เรียนไม่ถูกกล่าวหาว่ากระทำโจรกรรมทางวรรณกรรม ด้วยการยอ
 ลักษณะของการโจรกรรมทางวรรณกรรม คือ การนำผลงานทางวิชาการในลักษณะ  ความ (Summary) สรุปความ (Paraphrase) หรือการคัดลอกข้อความโดยตรง (Direct
 ต่าง ๆ ของผู้อื่นมาเปลี่ยนชื่อ หรือแอบอ้างว่าเป็นของตน ซึ่งอาจกระทำโดยการคัดลอกคำ   Quotation) ในการทำรายงานการศึกษาค้นคว้า ผู้เรียนจะต้องมีการอ้างอิงถึงแหล่งที่มาของ

 โครงสร้างประโยค แนวความคิดของผู้อื่นมาทั้งหมด หรือนำมาเป็นบางส่วนโดยใช้วิธีการ  ข้อมูลทุกครั้ง ซึ่งหลักการเขียนรายการอ้างอิงและบรรณนุกรม ผู้เรียนสามารถศึกษาได้จาก

 เปลี่ยนคำบางคำทำให้เกิดการเข้าใจผิด หรือมีจำนวนข้อความที่มีความเหมือนมากเกินไป โดย  คู่มือสารนิพนธ์มหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. 2554 หรือในเว็บไซต์ของสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ได้
 ไม่ได้อ้างอิงและระบุที่มาของแหล่งข้อมูลให้ถูกต้องเหมาะสมตามหลักวิชาการ (นฤมล กิจ  สรุปได้ว่า  ลักษณะของการโจรกรรมทางวรรณกรรม มี 5 ลักษณะ คือ การคัดลอก

 ไพศาลรัตนา, 2557, น. 345-346) ซึ่งสามารถจำแนกการคัดลอกผลงานเขียนแบบต่าง ๆ จาก  แนวคิด การคัดลอกข้อความ การคัดลอกผลงานของตนเอง การนำผลงานของผู้อื่นไปเผยแพร่

 แหล่งข้อมูลใดข้อมูลหนึ่ง หรือหลายแหล่งได้ 5 รูปแบบ (กัญจนา บุณยเกียรติ, 2556, น. 11;   และการอ้างอิงไม่ถูกต้อง
 นฤมล กิจไพศาลรัตนา, 2557, น. 351-353; มานิตย์ จุมปา, 2556, น. 101-106; ลัดดา กล
 ุ
 มานันท์, 2540, น. 8-9; Schmidt 2010, p. 8) ดังนี  ้  ความผิดของการโจรกรรมทางวรรณกรรม

 1. การคัดลอกแนวความคิด (Plagiarism of Ideas) เป็นการคัดลอก หรือลอกเลียน  การโจรกรรมทางวรรณกรรม เป็นความผิดที่อาจเกิดขึ้นได้จากความตั้งใจและความไม่
 แนวคิดและทฤษฎีของผู้อื่นจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ทั้งหมด หรือบางส่วนมาเป็นของตนเอง โดย  ตั้งใจในการทำรายงานการศึกษาค้นคว้าของผู้เรียน ซึ่งทำให้ผู้อ่านไม่สามารถสืบค้น

 ไม่ได้อ้างอิงถึงแหล่งที่มาของข้อมูล     แหล่งข้อมูลต้นฉบับของผู้เรียนได้ ระดับความผิดเล็กน้อย คือ ผู้เรียนไม่ได้มีเจตนาในการ

 2. การคัดลอกข้อความ (Plagiarism of Text) เป็นการคัดลอกเนื้อหาชนิดคำต่อคำ หรือ  โจรกรรมทางวรรณกรรม แต่อาจเกิดจากความไม่รู้วิธีการเขียนการอ้างอิงให้ถูกต้อง ผลที ่
 เป็นบางคำนำมารวมกัน โดยไม่ได้ใส่เครื่องหมายอัญประกาศ เป็นการคัดลอกข้อเท็จจริง   เกิดขึ้นตามมา คือ อาจารย์ตรวจพบว่าผู้เรียนคัดลอกผลงานเขียนของผู้อื่นมาเป็นของตน

 ตัวเลข รูปภาพ กราฟและตารางของผู้อื่น โดยไม่ได้อ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูล    เพื่อให้ได้คะแนนในรายวิชานั้น ๆ อาจารย์มีสามารถปรับคะแนนให้ผู้เรียนตกในรายวิชานั้นได้



 เอกสารคำสอน รายวิชา 161423 ประเด็นคัดสรรทางการศึกษา 3(3-0-6)  เรียบเรียงโดย ผศ.ดร.รักษิต สุทธิพงษ์     หน้า 56   เอกสารคำสอน รายวิชา 161423 ประเด็นคัดสรรทางการศึกษา 3(3-0-6)  เรียบเรียงโดย ผศ.ดร.รักษิต สุทธิพงษ์     หน้า 57

                                        ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รักษต สทธิพงษ | เอกสารค�าสอน ประเด็นคัดสรรทางการศกษา    57
                                                                                                   ึ
                                                            ิ
                                                                     ์
                                                               ุ
   80   81   82   83   84   85   86   87   88   89   90