Page 87 - เอกสารคำสอน ประเด็นคัดสรรทางการศึกษา
P. 87

และหากผู้เรียนได้กระทำความผิดในระดับรุนแรง คือ ผู้เรียนมีเจตนาโจรกรรมทางวรรณกรรม   ผลกระทบที่เกิดจากการลักลอกผลงานทางวิชาการทั้งที่ผู้เรียนไม่มีเจตนาและมีเจตนา

 โดยที่ผู้เรียนมีความรู้อยู่แล้วนั้น และจงใจที่จะไม่อ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูล หรือเป็นผู้ว่าจ้าง  จะทำให้ผลงานของผู้เรียนไม่ได้รับการยอมรับ ทำให้ถูกปรับคะแนนตก หรืออาจถูกถอน
 รับจ้างทำผลงานทางวิชาการ ผลที่เกิดขึ้นตามมา คือ อาจารย์ตรวจพบว่า ผู้เรียนจงใจกระทำ  ปริญญา และอาจถูกประณามในสังคมวิชาการได้ (มานิตย์ จุมปา, 2556, น. 107-112) ดังนั้น

 ่
 ความผิดในการเป็นผู้ว่าจ้าง หรือรับจ้างทำรายงานการศึกษาค้นคว้า หรือทำวิทยานิพนธ์เพือ  ผู้เรียนต้องมีความตระหนักในการทำรายงานการศึกษาค้นคว้า และผู้สอนต้องสร้างมาตรการ
 การค้า อาจถูกพักการศึกษา หรือถูกไล่ออกและถอดถอนปริญญาได้ (Charles Lipson, 2008,   ป้องกันการคัดลอกผลงาน โดยให้แรงเสริมทางบวกในการศึกษาค้นคว้า สร้างความภูมิใจใน
 ั
 p. 42) จากการศึกษาความผิดและโทษของการโจรกรรมทางวรรณกรรม สามารถสรุประดบ  ตนเอง และใช้โปรแกรมการตรวจสอบความซ้ำซ้อนของผลงาน (Plagiarism Detection
 ความผิดและโทษได้ 2 ระดับ (กัญจนา บุณยเกียรติ, 2556, น. 12-13; นฤมล กิจไพศาลรัตนา   Software) เพื่อป้องกันการคัดลอกโดยไม่ได้เจตนา เช่น โปรแกรม Turnitin ตลอดจนกำหนด

 2550, น. 109-128, 2557, น. 354-360) ดังนี  ้  บทลงโทษให้ชัดเจนและสร้างความรู้ความเข้าใจในการสร้างสรรค์ผลงานทางวิชาการให้ถูกต้อง
 1. ระดับความผิดเล็กน้อย คือ ไม่มีเจตนาโจรกรรมทางวรรณกรรม (Unintentional   และเน้นย้ำความซื่อสัตย์และการมีจริยธรรมทางวิชาการเป็นสำคัญเพื่อไม่ให้ผู้เรียนต้องรับโทษ

 Plagiarism) แต่เกิดจากความไม่รู้วิธีการอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ   สรุปได้ว่า การโจรกรรมทางวรรณกรรม มีระดับความผิด 2 ระดับ คือ ระดับความผิด

 เช่น การไม่ระบุชื่อผู้แต่ง ชื่อหนังสือ วารสาร ไม่ใส่ปีที่พิมพ์ เลขหน้าของข้อความที่คัดลอกหรือ  เล็กน้อย เป็นการโจรกรรมทางวรรณกรรมโดยไม่ได้เจตนา อาจถูกตักเตือนด้วยวาจา หรือหัก
 ได้สรุปความมา ไม่ระบุอ้างอิงข้างท้าย (References) ทั้งที่มีการอ้างเนื้อหาในเล่ม (In-text   คะแนนในรายวิชา และระดับความผิดรุนแรง เป็นการโจรกรรมทางวรรณกรรมที่ตั้งใจ อาจถูก

 Citation) หรือมีการระบุอ้างอิงที่ไม่ถูกต้องตามลักษณะของข้อมูล เช่น ไม่ได้ระบุ URL ของ  พักการเรียน และรับโทษทางกฎหมาย ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้นกับผู้เรียนในทุกระดับการศึกษา

 แหล่งข้อมูลที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ระบุสถานที่พิมพ์และมีรูปแบบการอ้างอิงไม่คงเส้นคงวา

 ตลอดทั้งเล่ม บทลงโทษระดับความผิดเล็กน้อย คือ การตักเตือน การหักคะแนนรายงาน หรือ  แนวทางหลีกเลี่ยงการโจรกรรมทางวรรณกรรม
 การปรับตกในรายวิชานั้น ๆ หากเป็นความผิดครั้งแรกอยู่ที่ดุลยพินิจของอาจารย์ผู้สอนใน  การทำรายงานการศึกษาค้นคว้า บางครั้งอาจจำเป็นต้องมีการคัดลอกข้อความ

 รายวิชานั้น ๆ และให้มีการปรับแก้ไขรายงานให้ถกต้องก่อนนำมาส่งใหม่ครั้งต่อไป ทั้งนี้ผู้สอน  แนวคิดและทฤษฎีของผู้อื่นมาศึกษาเป็นพื้นฐานของความรู้เพื่อใช้ในการวิเคราะห์และสร้าง
 ู
 ควรสอดแทรกความรู้เรื่องคุณธรรมจริยธรรมทางวิชาการให้กับผู้เรียนเพิ่มเติมด้วย   ข้อสรุป คำถาม คือ ทำอย่างไรให้การเขียนของตนไม่เข้าข่ายโจรกรรมทางวรรณกรรม
 2. ระดับความผิดรุนแรง คือ มีเจตนาโจรกรรมทางวรรณกรรม (Deliberated   (Plagiarism) สามารถสรุปแนวทางเป็น 2 ส่วน (นฤมล กิจไพศาลรัตนา, 2557, น. 361-366;

 Plagiarism) เกิดจากความตั้งใจและความไม่ตระหนักในระดับความผิดและบทลงโทษ ผู้เรียน  Lipson, 2008, pp. 43-44; Suarez & Martin, 2001, p. 548) ดังนี  ้

 บางคนนิยมความสะดวกสบายในการศึกษาค้นคว้าโดยไม่ได้สนใจความรู้ที่จะได้จากการศึกษา   ส่วนที่ 1 ให้ผู้เรียนยึดหลักการสำคัญของจริยธรรมทางวิชาการ คือ การศึกษาและ
 ็
 และใช้ประโยชน์จากคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เนตในการสืบค้นข้อมูลเพื่อการคัดลอกผลงาน  เขียนผลงานการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง อ้างอิงแหล่งที่มาให้ถูกต้อง ตามรูปแบบการอ้างอิง
 ของผู้อื่นมาเป็นของตน เป็นพฤติกรรมการหลอกลวงทางวิชาการ เช่น การคัดลอกบทความ   และนำเสนอผลงานการศึกษาค้นคว้าด้วยข้อมูลที่ถกต้อง ซึ่งรูปแบบการเขียนอ้างอิงในเนื้อหา
                                                                ู
 รายงานการศึกษาค้นคว้า วิทยานิพนธ์มาจากเว็บไซต์ หรือฐานข้อมูลออนไลน์ต่าง ๆ โดยทำ  (Citing References in Text) มี 2 ลักษณะ (เทอดศักดิ์ ไม้เท้าทอง, 2562, น. 9-10) คือ

 การตัดปะ เปลี่ยนแปลงคำ สำนวนและภาษาโดยไม่ใส่เครื่องหมายคำพูด หรือเครื่องหมาย  1. ชื่อผู้แต่งและปีที่พิมพ ปรากฏก่อนข้อความที่คัดลอก ถอดความหรือสรุปความ เช่น
                                               ์
 อัญประกาศ ไม่ได้ระบุแหล่งอ้างอิง ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าผลงานนั้นเป็นของผู้เรียน ถือ  รักษิต สุทธิพงษ์ (2563) กล่าวว่า ประเด็นคัดสรรทางการศึกษาช่วยเสริมสร้างและพัฒนา

 เป็นการโจรกรรรมทางวรรณกรรม บทลงโทษความผิดขั้นรุนแรง คือ การปรับตกในรายวิชานั้น   วิสัยทัศน์การศึกษาศตวรรษที่ 21

 ๆ ถือเป็นความผิดเช่นเดียวกับการทุจริตการสอบ บางกรณีอาจถึงขั้นให้พ้นสภาพผู้เรียน และ  2. ชื่อผู้แต่งและปีที่พิมพ์ ปรากฏท้ายข้อความที่คัดลอก ถอดความหรือสรุปความ เช่น
 ถอดถอนปริญญาได้ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้สอนควรตรวจสอบและกำกบ  ประเด็นคัดสรรทางการศึกษาช่วยเสริมสร้างและพัฒนาวิสัยทัศน์การศึกษาศตวรรษที่ 21
 ั
 ติดตามการศึกษาค้นคว้าของผู้เรียนเป็นระยะ ให้คำปรึกษาทางวิชาการ และดูแลอย่างใกล้ชิด   (รักษิต สุทธิพงษ์, 2563)



 เอกสารคำสอน รายวิชา 161423 ประเด็นคัดสรรทางการศึกษา 3(3-0-6)  เรียบเรียงโดย ผศ.ดร.รักษิต สุทธิพงษ์     หน้า 58   เอกสารคำสอน รายวิชา 161423 ประเด็นคัดสรรทางการศึกษา 3(3-0-6)  เรียบเรียงโดย ผศ.ดร.รักษิต สุทธิพงษ์     หน้า 59

                                        ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รักษต สทธิพงษ | เอกสารค�าสอน ประเด็นคัดสรรทางการศกษา    59
                                                                     ์
                                                                                                   ึ
                                                            ิ
                                                               ุ
   82   83   84   85   86   87   88   89   90   91   92