Page 240 - tiwakorn-marketing-black-press3 ลิขสิทธิ์
P. 240
210
จากภาพที่ 11.4 สรุปรายละเอียดได๎ดังนี้
ื
ั
ยุคที่ 1 Marketing 1.0 เป็นยุคอุตสาหรรม ผลิตอะไรมาก็ขายได๎ เพราะลูกค๎ายังไมํมีตวเลอกมาก
ุ
ี
ิ
ํ
ั
ี่
นัก การตลาดจึงต๎องเริ่มที่ตัวสินค๎าเป็นหลัก ซึ่งกลยุทธ์การตลาดทเป็นหวใจของการทาธรกจ เรยกวา 4Ps
(Product/Price/Place/Promotion) ที่ใช๎กันอยูํในแบบเรียนในสมัยนั้น
ิ
ู
๎
ยุคที่ 2 Marketing 2.0 เมื่อมีการผลตมากขึ้น ธุรกิจก็เริ่มมีการแขํงขันมากขึ้น และลกคาก็เริ่มมี
ู
ตัวเลือก ดังนั้นกลยุทธ์จึงเริ่มเน๎นไปที่การตอบโจทย์กลมลกค๎า หรอความต๎องการของลูกค๎ามากอนนั่นเอง
ื
ํ
ุํ
เกิดกลยุทธ์ 4Cs (Customer/Cost/Convenience/Communication) เริ่มมีการวางตาแหนํงของ
ผลิตภัณฑ์ในตลาด ก าหนดกลุํมลูกค๎าเป้าหมาย และการสร๎างความสัมพันธ์กับลูกค๎า
ยุคที่ 3 Marketing 3.0 มการเตบโตของโลกออนไลน์ และโซเชียลมีเดย เป็นยุคทข๎อมูลขําวสาร
ี
ิ
ี่
ี
ู๎
แพรํหลายอยํางรวดเร็วในโลกออนไลน์ ผู๎บริโภคยุคใหมํใชเวลากับมือถือ และ Internet เพิ่มขึ้น ผผลตเริ่ม
ิ
ํ
ิ
ํ
ิ
ี
็
์
เขาสํโลกออนไลน์ มีการขายสินค๎า และบรการผํานเวบไซต์ (E-Commerce) ใช๎กลยุทธท่ชํวยสงเสรม
ู
๎
ั
ิ
ํ
ั
ภาพลักษณ์ที่ดี เชน การทาเพื่อสงคมตางๆ CSR (Corporate Social Responsibility), การรบผดชอบตอ
ํ
ํ
ิ
๎
สิ่งแวดล๎อม ลดโลกร๎อน Green Marketing ส่งตํางๆ ภาพลักษณ์ท่ดีเหลํานี้ ชํวยในการสรางแบรนด์ และ
ี
ลูกค๎าก็อยากสนับสนุนผู๎ผลิต หรือบริษัทตํางๆ เหลํานั้น
ยุคที่ 4 Marketing 4.0 ยุคที่มีการล๎นของข๎อมลขําวสาร เป็นชวงทมการเตบโตของโลกออนไลน์
ู
ี
ิ
่
ํ
ี
ิ
ี่
ูํ
ู
สง เพราะเป็นยุคทใครๆ ก็เข๎าสโลกออนไลน์ มีเครื่องไม๎เครื่องมือสนับสนุนการเตบโตของธุรกิจบนโลก
ออนไลน์คํอนข๎างมากมาย รวมถึงต๎นทุนที่ถูกลง มีธุรกิจ SME และ Startup เกิดใหมํขึ้นมากมาย ซึ่งเน๎นไป
ในแนวทางให๎ความรู๎ และแรงบันดาลใจแกํคนรุํนใหมํ สวนบริษัทยุคเกําทปรับตวไมํทนกับพฤตกรรมของ
ั
ิ
ี่
ํ
ั
ู
๎
ลูกค๎าที่เปลี่ยนไปก็เริ่มถดถอย หรือปรับเปลี่ยนหันไปท าอยํางอื่นกันไปเลย การแขํงขันทสงขึ้น และลกคามี
ู
ี่
๎
ื
ู
ี่
ตวเลอกมากขน ดังนัน เมอลูกค๎าไปอยํบนโลกออนไลน์ ผ๎ผลิตจึงหลีกเลยงไมํไดทจะตองเข๎าสสอสงคม
ึ
๎
ื
้
ู
ื่
ั
ูํ
้
ั
ี
่
่
ออนไลน์อยํางเต็มตัว รวมถึงการท าการตลาดออนไลน์เพื่อเข๎าถึงกลุํมลูกค๎ามากขึ้นนั่นเอง
2. แนวคิดการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้
2.1 ความหมายของรูปแบบ ได๎มีนักวิชาการหลายทํานได๎ให๎ความหมาย ไว๎ดังนี้
ิ
ู
ทิศนา แขมมณ (2559:218) รูปแบบเป็นรปธรรมของความคดทเป็นนามธรรม ซึ่งบุคคลแสดง
ี
่
ี
ํ
ั
ิ
็
ื
ออกมาในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง เชํน เป็นคาอธบาย เปนแผนผง ไดอะแกรมหรอแผนภาพ เพื่อชวยให๎
ตนเองและบุคคลอื่นสามารถเข๎าใจได๎ชัดเจนขึ้นรูปแบบเป็นเครื่องมือทางความคดทบุคคลใชในการสบสอบ
๎
ี่
ิ
ื
หาค าตอบความรู๎ ความเข๎าใจในปรากฏการณ์ทั้งหลาย
ํ
อุทุมพร จามรมาน (2555:22) รูปแบบหมายถึงโครงสร๎างของความเกี่ยวข๎องของหนํวยตางๆ หรือ
ตัวแปรตํางๆ ดังนั้น รูปแบบจึงนําจะมีมากกวําหนึ่งมิต หลายตัวแปร และตัวแปร ตํางๆ มีความเกี่ยวข๎องซึ่ง
ิ
กันและกันในเชิงความสัมพันธ์และเชิงเหตุและผล
บทที่ 11 แนวคิดการจัดการเรยนรู๎ทางการตลาด
ี
ั
ื
ดร.ทิวากร เหล่าลือชา | หลักการตลาดเพ่อพฒนาการเรียนรู้และการจัดการเรียนรู้ทางการตลาดของชุมชน 239

