Page 244 - tiwakorn-marketing-black-press3 ลิขสิทธิ์
P. 244

214



                                                       ี
                                                  ู๎
                         2)  มีความสมพันธ์ระหวํางผเรียนดขึ้น (More positive  relationships among students)
                                    ั
                                                ู๎
                                                                                ็
                                                                                   ุ
                                         ํ
                                                                                       ํ
                  การเรียนรู๎แบบรํวมมือชวยให๎ผเรียนมีน้ าใจนักกีฬามากขึ้น ให๎เหนคณคาของความแตกตาง
                                                                                                       ํ
                                     ิ
                                        ี
                                                                                                    ู๎
                                                                                              ํ
                             ี
                               ุ
                         3) มสขภาพจตดขึ้น (Greater psychological health) การเรียนรู๎แบบรํวมมือ ชวยให๎ผเรียนมี
                                         ึ
                          ิ
                                                                                       ึ
                  สขภาพจตดขึ้น มีความรู๎สกทดเกี่ยวกับตนเองและมความเช่อม่นในตนเองมากขน นอกจากนั้นยังชํวย
                   ุ
                                                               ี
                                                                                       ้
                                                                        ั
                                                                      ื
                                             ี
                                           ี่
                             ี
                                                            ิ
                  พัฒนาทักษะทางสังคมและความสามารถในการเผชญกับความเครียดและความผันแปรตํางๆ

                        2.3.3 ประเภทของกลุ่มการเรียนรู้แบบร่วมมือกลุํมการเรียนรู๎ที่ใช๎กันอยูํโดยทั่วไปมี 3 ประเภท ดังนี้
                                                                                                        ํ
                          1) กลุํมการเรียนรู๎แบบรํวมมืออยํางเป็นทางการ (Formal cooperative learning groups) กลุม
                                                   ั
                                  ้
                              ู
                                                                     ์
                                                                       ิ
                               ั
                                                         ี
                                  ึ
                  ประเภทนี ครจดขนโดยการวางแผน จดระเบยบ กฎเกณฑ วธีการ และเทคนิคตางๆ เพื่อให๎ผเรียนได๎
                                                                                                   ู๎
                           ้
                                                                                        ํ
                  รํวมมือกันเรียนรู๎สาระตํางๆ อยํางตํอเนื่อง ซึ่งอาจเป็นหลาย ๆ ชั่วโมงติดตอกันหรือหลายสปดาห์ตดตอกัน
                                                                                             ั
                                                                               ํ
                                                                                                      ํ
                                                                                                   ิ
                  จนกระทั่งผู๎เรียนเกิดการเรียนรู๎และบรรลุจุดมุํงหมายตามที่ก าหนด
                               ุํ
                         2) กลมการเรียนรู๎แบบรํวมมืออยํางไมํเป็นทางการ (Informal cooperative learning groups)
                                                                                     ิ
                  กลุํมประเภทนี้ครูจัดขึ้นเฉพาะกิจเป็นครั้งคราว โดยสอดแทรกอยูํในการสอนปกตอื่นๆ โดยเฉพาะการสอน
                                         ั
                                            ุํ
                                                                                         ู๎
                                                                                   ํ
                  แบบบรรยาย ครูสามารถจดกลมการเรียนรู๎แบบรํวมมือสอดแทรกเข๎าไปเพื่อชวยให๎ผเรียนมุํงความสนใจ
                  หรือใช๎ความคิดเป็นพิเศษในสาระบางจุด
                                                                                        ุํ
                                                                                                        ุํ
                         3) กลุํมการเรียนรู๎แบบรํวมมืออยํางถาวร (Cooperative base groups) กลมประเภทนี้เป็นกลม
                  การเรียนรู๎ที่สมาชิกกลุํมมีประสบการณการทางาน/การเรียนรู๎รํวมกันมานานจนกระทงเกิดสมพันธภาพท ี่
                                                  ์
                                                                                         ั่

                                                                                               ั
                  แนํนแฟ้น สมาชิกกลุํมมีความผูกพัน หํวงใย ชํวยเหลือกันและกันอยํางตํอเนื่อง
                                                                             ี

                                      ๎
                                                                                     ็
                                      ู
                         สรุปการเรยนรแบบรวมมือมักจะมีกระบวนการด าเนินงานท่ต๎องทาเปนประจ า เชํน การเขยน
                                  ี
                                           ํ
                                                                                                       ี
                                                                                                        ั
                                                              ็
                  รายงาน การเสนอผลงานกลม การตรวจผลงาน เปนตน ในการทางานทเป็นกิจวัตรดงกลาว ครูควรจด
                                                                                           ั
                                                                ๎
                                                                                ี่
                                           ุ
                                           ํ
                                                                                              ํ

                                                                                            ํ
                  ระเบียบขั้นตอนการท างาน หรือฝกฝนให๎ผเรียนดาเนินงานอยํางเป็นระบบระเบียบเพื่อชวยให๎งานเป็นไป
                                                     ู๎

                                              ึ

                             ิ
                                                    ๎
                                                  ี่
                  อยํางมีประสทธิภาพ กระบวนการทใชหรือดาเนินการเป็นกิจวัตรในการเรียนรู๎แบบรํวมมือนี้เรียกวํา
                                                                        ํ
                                                                                                    ั
                  Cooperative learning scripts ซึ่งหากสมาชิกกลุํมปฏิบัติอยํางตอเนื่องเป็นเวลานาน จะเกิดเป็นทกษะท ี่
                  ช านาญในที่สุด

                                                                                                     ู
                                                                                                     ๎
                                                                                                  ี
                                                                         ู
                        2.3.4 การประยุกต์ใช้ทฤษฎีในการจัดการเรียนการสอน ครสามารถน าหลกการของการเรยนรแบบ
                                                                                    ั
                                                                                        ์
                  รํวมมือ ไปจัดการเรียนการสอนของตนได๎ โดยการพยายามจัดกลุํมการเรียนรู๎ให๎มีองคประกอบ 5 ประการ
                           ๎
                  ดงกลําวขางตน และใชเทคนิค วธการตางๆ ในการชํวยใหองค์ประกอบท้ง 5  สมฤทธิ์ผล โดยทวไป
                                                                                                      ั่
                    ั
                                                ี
                                                                                  ั
                                      ๎
                                               ิ
                                                                     ๎
                                                                                         ั
                              ๎
                                                     ํ
                  การวางแผนบทเรียนและการจัดการเรียนการสอนให๎ผู๎เรียนได๎เรียนรู๎แบบรํวมมือมีประเด็นที่ส าคัญ ดังนี้
                         1) ด้านการวางแผนการจัดการเรียนการสอน มีดังนี้
                                                                 ๎
                             1.1) ก าหนดจุดมุํงหมายของบทเรียนทั้งทางดานความรู๎และทักษะกระบวนการตํางๆ
                                                                  ็
                             1.2) ก าหนดขนาดของกลุํม กลุํมควรมีขนาดเลก ประมาณ 3-6 คน กลุํมขนาด 4 คนจะเป็น
                  ขนาดที่เหมาะทสุด
                               ี่
                  บทที่ 11 แนวคิดการจัดการเรยนรู๎ทางการตลาด
                                     ี


                                                              ั
                                                            ื
                             ดร.ทิวากร เหล่าลือชา  |  หลักการตลาดเพ่อพฒนาการเรียนรู้และการจัดการเรียนรู้ทางการตลาดของชุมชน  243
   239   240   241   242   243   244   245   246   247   248   249