Page 243 - tiwakorn-marketing-black-press3 ลิขสิทธิ์
P. 243

213


                                                    ั
                               ุํ
                                                          ํ
                                                                                          ี่
                                                                       ิ
                                                                 ๎
                บุคคลและของกลมขึ้นอยูํกับกันและกัน ดงนั้นแตละคนตองรับผดชอบในบทบาทหน๎าทของตนและใน
                                         ิ
                                                    ๎
                                   ื
                      ี
                             ํ
                                                                                        ํ
                                                                                              ู๎
                                                                                  ุํ
                ขณะเดยวกันก็ชวยเหลอสมาชกคนอื่น ๆ ดวย เพื่อประโยชน์รํวมกัน การจดกลมเพื่อชวยให๎ผเรียนมีการ
                                                                              ั
                                                      ํ
                            ื
                                                                               ี

                                                                                            ู๎
                พึ่งพาชวยเหลอเกื้อกูลกันนี้ทาไดหลายทาง เชน การให๎ผเรียนมีเป้าหมายเดยวกัน หรือให๎ผเรียนก าหนด
                                                               ู๎
                                           ๎
                      ํ
                                                                                        ๎
                                                                                            ั
                เป้าหมายในการท างาน/การเรียนรู๎รํวมกัน (Positive goal interdependence) การใหรางวลตามผลงาน

                                                                             ุ
                      ํ
                                                                                      ี่
                                                                                    ์
                                                                                       ุ
                                                                                            ๎
                ของกลุม (Positive  reward interdependence)  การให๎งานหรือวัสดอุปกรณททกคนตองทาหรือใช    ๎
                รํวมกัน (Positive resource interdependence) การมอบหมายบทบาทหน๎าที่ในการท างานรํวมกันให๎แต ํ
                ละคน (Positive role interdependence)
                                  ึ
                                         ื
                                            ั
                                               ํ
                                                      ิ
                                                     ๎
                                                                                                 ่
                              2) การปรกษาหารอกนอยางใกลชด (Face-to-face promotive interaction) การทีสมาชิก
                ในกลุํมมีการพึ่งพาชํวยเหลือเกื้อกูลกัน เป็นปัจจัยที่จะสํงเสริมให๎ผเรียนมีปฏิสมพันธ์ตอกันและกันในทางท ี่
                                                                     ู๎
                                                                               ั
                                                                                      ํ
                                               ิ
                                                                                 ํ
                                 ุ
                จะชวยให๎กลมบรรลเป้าหมาย สมาชกกลมจะหํวงใย ไว๎วางใจ สงเสริม และชวยเหลอกันและกันในการ
                                                                                       ื
                                                                      ํ
                                                  ุํ
                          ุํ
                   ํ
                ทางาน

                                                     ๎
                                           ี่
                           3) ความรับผิดชอบทตรวจสอบไดของสมาชกแตละคน (Individual accountability) สมาชิก
                                                              ิ
                                                                  ํ
                ในกลํมการเรยนรทุกคนจะต๎องมหน๎าท่รบผิดชอบ และพยายามท างานท่ได๎รบมอบหมายอยางเตม
                                                                                   ั
                           ี
                                             ี
                                                    ั
                                                                                                 ํ
                                                  ี
                     ุ
                                                                                                     ็
                               ๎
                               ู
                                                                                ี
                                    ี
                                    ่
                ความสามารถ ไมมใครทจะได๎รบประโยชน์โดยไมท าหน๎าท่ของตน ดังนั้นกลมจึงจ าเปนตองมระบบการ
                                                                                           ๎
                                                         ํ
                                                                                        ็
                                          ั
                                                                                ํ
                                ี
                                                                                              ี
                              ํ
                                                                 ี
                                                                                ุ
                                                                                   ุ
                ตรวจสอบผลงาน ทงทเป็นรายบุคคลและเป็นกลม วิธีการทสามารถสงเสริมให๎ทกคนได๎ท าหน๎าท่ของตน
                                ั้
                                                        ุํ
                                                                          ํ
                                                                  ี่
                                   ี่
                                                                                                 ี
                                                                                   ๎
                อยํางเต็มที่มีหลายวิธี เชํน การจัดกลุํมให๎เล็ก เพื่อจะได๎มีการเอาใจใสกันและกันไดอยํางทวถึง การทดสอบ
                                                                                         ั่
                                                                        ํ
                                                                                        ุํ
                                                                       ู๎
                เป็นรายบุคคล การสุํมเรียกชื่อให๎รายงาน ครูสังเกตพฤติกรรมของผเรียนในกลม ก ให๎กลมมีผสงเกตการณ์
                                                                                              ั
                                                                                ุํ
                                                                                            ู๎
                                                                                    ุ
                                                                                    ํ
                                                                    ั

                                                                                      ํ
                                              ั
                                                        ํ
                                  ั
                          4) การใชทกษะการปฏิสมพันธ์ระหวางบุคคลและทกษะการทางานกลมยอย (Interpersonal
                                 ๎
                and small-group skills)  การเรียนรู๎แบบรํวมมือจะประสบความสาเรจได๎ ต๎องอาศยทักษะท่ส าคัญๆ
                                                                                                ี

                                                                                        ั
                                                                             ็
                หลายประการ เชํน ทักษะทางสังคม ทักษะการปฏิสัมพันธ์กับผู๎อื่น ทักษะการท างานกลุํม ทักษะการสื่อสาร
                และทกษะการแก๎ปัญหาขัดแย๎ง รวมทงการเคารพ ยอมรับ และไว๎วางใจกันและกัน ซึ่งครูควรสอนและ
                     ั
                                                ั้
                ฝึกให๎แกํผู๎เรียนเพื่อชํวยให๎ด าเนินงานไปได  ๎
                                                                           ุํ
                         5) การวเคราะห์กระบวนการกลม (Group processing) กลมการเรียนรู๎แบบรํวมมือจะตองมี
                                                                                                   ๎
                                                    ํ
                                                    ุ
                                ิ

                การวิเคราะห์กระบวนการทางานของกลมเพื่อชวยให๎กลมเกิดการเรียนรู๎และปรับปรุงการทางานให๎ดขึ้น
                                                               ุํ

                                                                                                    ี
                                                  ุํ
                                                        ํ
                                                                 ี
                           ์
                                         ุ
                                                  ุ
                การวิเคราะหกระบวนการกลมครอบคลมการวิเคราะหเกยวกับวิธีการทางานของกลม พฤตกรรมของ
                                                                                        ํ
                                                                                        ุ
                                                                 ่
                                                                                              ิ
                                         ํ

                                                               ์
                สมาชิกกลุํมและผลงานของกลุํม การวิเคราะห์การเรียนรู๎นี้อาจทาโดยครู หรือผเรียน หรือทงสองฝายการ

                                                                                            ั้
                                                                                                 ่
                                                                                 ู๎
                                                                                               ๎
                วิเคราะห์กระบวนการกลมนี้เป็นยุทธวิธีหนึ่งทสงเสริมให๎กลมตงใจทางาน เพราะรู๎วําจะไดรับข๎อมูล
                                                         ํ
                                                        ี่
                                      ุํ

                                                                       ั้
                                                                    ุํ
                ป้อนกลับ และชํวยฝึกทักษะการรู๎คิด (Metacognition) คือสามารถที่จะประเมินการคิดและพฤติกรรมตน

                      2.3.2 ผลดีของการเรียนรู้แบบร่วมมือ การเรียนรู๎แบบรํวมมือได๎รับความนิยมอยํางแพรํหลายมาก
                ผลจากการวิจัยตําง ๆ พบวําการเรียนรู๎แบบรํวมมือสํงผลดีตํอผู๎เรียนในหลายด๎าน ดังนี้
                                                            ึ
                       1) มความพยายามทจะบรรลเป้าหมายมากข้น (Greater efforts to achieve) การเรียนรู๎แบบ
                                        ่
                                        ี
                           ี
                                               ุ
                             ู๎
                       ํ
                                                                                      ั
                                                ี่

                                                               ุ
                รํวมมือชวยให๎ผเรียนมีความพยายามทจะเรียนรู๎ให๎บรรลเป้าหมาย เป็นผลทาให๎ผลสมฤทธิ์ทางการเรียน
                สูงขึ้น และมีผลงานมากขึ้น การเรียนรู๎มีความคงทนมากขึ้น (Long-term retention) มีแรงจูงใจภายใน
                และแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ มีการใช๎เวลาอยํางมีประสิทธิภาพ ให๎เหตุดีขึ้น และคิดอยํางมีวิจารณญาณมากขึ้น
                                  ี
                บทที่ 11 แนวคิดการจัดการเรยนรู๎ทางการตลาด


           242  หลักการตลาดเพ่อพฒนาการเรียนรู้และการจัดการเรียนรู้ทางการตลาดของชุมชน  |  ดร.ทิวากร เหล่าลือชา
                              ั
                            ื
   238   239   240   241   242   243   244   245   246   247   248