Page 248 - tiwakorn-marketing-black-press3 ลิขสิทธิ์
P. 248
218
จากภาพที่ 11.5 มีขั้นตอนดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 การสราง หรือพัฒนารูปแบบ ในขั้นตอนนี้ผวิจยจะสร๎างหรือพัฒนารูปแบบขึ้นมา
ู๎
ั
้
ิ
ิ
ํ
ู
กอนเป็นรปแบบตามสมมตฐาน (Hypothesis Model) โดยศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และผลการวจัยที ่
ํ
ู๎
ื
ี
่
็
ั
เกี่ยวข๎อง นอกจากนี้ผวิจยอาจจะศกษารายกรณีหนํวยงานท่ด าเนินการในเรองนั้นๆ ได๎เปนอยางดี ซึ่งผล
ึ
ั
้
ั
๎
การศึกษาจะน ามาใชก าหนดองคประกอบหรือตวแปรตางๆ ภายในรปแบบ รวมทงลกษณะความสมพนธ ์
ู
์
ั
ั
ํ
ั
ระหวํางองค์ประกอบหรือตัวแปรเหลํานั้น หรือล าดับกํอนหลังของแตํละองค์ประกอบในการพัฒนารูปแบบ
ั
ในขนตอนนี้จะต๎องอาศัยหลกการของเหตผลเป็นรากฐานสาคญ ซึ่งโดยทวไปการศกษาในขั้นตอนนี้จะมี
ั่
ุ
ั
ึ
้
ั
ขั้นตอนยํอย ๆ ดังนี้
ี่
ึ
ั
1. การศกษาเอกสารและงานวิจยทเกี่ยวข๎อง เพื่อน าสารสนเทศทไดมาวิเคราะห์ และ
ี่
๎
สังเคราะห์เป็นรํางกรอบความคิดการวิจัย
2. การศึกษาจากบริบทจริงในขั้นตอนนี้อาจจะด าเนินการได๎หลายวิธี ดังนี้
2.1 การศึกษาสภาพและปัญหาการด าเนินการในปัจจุบันของหนํวยงาน โดยศึกษาความ
คิดเห็นจากบุคคลที่เกี่ยวข๎อง (Stakeholder) ซึ่งวิธีศึกษาอาจจะใช๎วิธีการสัมภาษณ การสอบถาม
์
การส ารวจ การสนทนากลุํม เป็นต๎น
ี
2.2 การศึกษารายกรณ (Case Study) หรือพหุกรณี หนํวยงานที่ประสบผลส าเร็จ หรือ
มีแนวปฏิบัติที่ดีในเรื่องที่ศึกษา เพื่อน ามาเป็นสารสนเทศที่ส าคัญในการพัฒนารูปแบบ
์
2.3 การศึกษาข๎อมูลจากผู๎เชี่ยวชาญหรือผู๎ทรงคุณวุฒิ วิธีศึกษาอาจจะใช๎วิธีการสัมภาษณ
การสนทนากลุํม (Focus Group Discussion) เป็นตน
๎
ั
ู๎
๎
3. การจัดท ารูปแบบ ในขั้นตอนนี้ผวิจยจะใชสารสนเทศทไดในข๎อ 2.1-2.3 มาวิเคราะห์และ
๎
ี่
ั
สังเคราะห์เพื่อก าหนดเป็นกรอบความคิดการวิจัย เพื่อน ามาจัดท ารูปแบบอยํางไรก็ตามในงานวิจยบางเรื่อง
๎
๎
ิ
ึ
ั
ั
ู๎
ิ
ี
ํ
่
ั
ึ
นอกจากจะศกษาตามข้นตอนทกลาวมาแลว ผวิจยยังอาจจะศกษาเพิ่มเตมโดยใชกระบวนการวจยแบบ
ุํ
ู
เดลฟาย (Delphi Technique) หรือการสนทนากลม (Focus Group Discussion) ในการพฒนารปแบบ
ั
ได๎
่
ี
ู
ั
ู
ั
ขั้นตอนที่ 2 การทดสอบความเที่ยงตรงของรปแบบ ภายหลงทไดพฒนารปแบบในข้นตอนแรก
๎
ั
ี่
ั
แล๎วจ าเป็นที่จะต๎องทดสอบความเทยงตรงของรูปแบบดงกลาว เพราะรูปแบบทพัฒนาขึ้นถึงแม๎จะพัฒนา
ี่
ํ
ู
่
ื
ิ
ี
โดยมรากฐานจากทฤษฎ แนวความคดรปแบบของบุคคลอน และผลการวจัยทีผานมา แตก็เป็นเพียง
่
ิ
ํ
ี
ํ
รูปแบบตามสมมติฐาน ซึ่งจ าเป็นที่จะตองตรวจสอบความเทยงตรงของรูปแบบวํามีความเหมาะสมหรือไมํ
ี่
๎
็
์
ี่
เป็นรูปแบบที่มีประสิทธิภาพตามทมุํงหวังหรือไมํ การเกบรวบรวมข๎อมลในสถานการณจรงหรอทดลองใช ๎
ู
ื
ิ
์
รูปแบบในสถานการณ์จริงจะชํวยให๎ทราบอิทธิพลหรือความสาคญขององคประกอบยํอยหรือตวแปรตางๆ
ั
ํ
ั
ิ
ํ
ี
ื
่
ในรปแบบผวจยอาจจะปรบปรงรปแบบใหมโดยการตดองคประกอบหรอตวแปรทพบวาไมมอทธพลหรอ
ิ
ํ
ี
ิ
ู
ื
ู
ุ
ั
์
ั
ั
ู
ั
๎
ํ
ี
ึ
ิ
มีความส าคัญน๎อยออกจากรูปแบบ ซึงจะทาใหไดรปแบบทมความเหมาะสมยงข้นการทดสอบรูปแบบอาจ
่
๎
ี
๎
่
ู
่
กระท าได๎ใน 4 ลักษณะ ดังนี้
ู
๎
ู
ิ
1. การทดสอบรปแบบดวยการประเมนตามมาตรฐานทกาหนด การประเมนผลของรปแบบ
่
ิ
ี
ทพัฒนาโดย The Joint Committee on Standards of Educational Evaluation ภายใต๎การด าเนินงาน
ี่
ของ Stuffle beam และคณะ ได๎น าเสนอหลักการประเมินเพื่อเป็นบรรทัดฐานของกิจกรรมการตรวจสอบ
รูปแบบ ประกอบด๎วยมาตรฐาน 4 ด๎าน ดังนี้
บทที่ 11 แนวคิดการจัดการเรยนรู๎ทางการตลาด
ี
ั
ดร.ทิวากร เหล่าลือชา | หลักการตลาดเพ่อพฒนาการเรียนรู้และการจัดการเรียนรู้ทางการตลาดของชุมชน 247
ื

