Page 211 - Dictionary of Buddhism by Bhikkhu P. A. Payutto
P. 211
หมวด 7 211 [289]
ที่จะปฏิบัติตอบุคคลนั้นๆ ดวยดี วาควรจะคบหรือไม จะใช จะตํ าหนิ ยกยอง และแนะนํ าสั่ง
สอนอยางไร เปนตน — Puggala¤¤utà: knowing the individual; knowing the
different individuals)
ภิกษุผูประกอบดวยสัปปุริสธรรม 7 ขอนี้ ชื่อวา เปนผูประกอบดวยสังฆคุณครบ 9 แมพระ
อรหันตสัมมาสัมพุทธเจาและพระเจาจักรพรรดิ ก็ทรงประกอบดวยธรรมเหลานี้ (ทานแสดงไว
เฉพาะขอหลัก 5 ขอ คือ ขอ 1, 2, 4, 5, 6 องฺ.ปฺจก.22/131/166; A.III.148) จึงทรงยังธรรมจักรและ
อาณาจักรใหเปนไปดวยดี.
D.III.252,283; A.IV.113. ที.ปา.11/331/264; 439/312; องฺ.สตฺตก.23/65/114.
2
[,,,] สัปปุริสธรรม 7 ดู [301] สัปปุริสธรรม 8.
[,,,] สมบัติของอุบาสก 7 ดู [260] อุบาสกธรรม 7.
[,,,] องคคุณของกัลยาณมิตร 7 ดู [278] กัลยาณมิตรธรรม 7.
[288] อนุสัย 7 (กิเลสที่นอนเนื่องอยูในสันดาน — Anusaya: latent tendencies)
1. กามราคะ (ความกํ าหนัดในกาม, ความอยากไดติดใจในกาม — Kàmaràga: lust for
sensual pleasures)
2. ปฏิฆะ (ความขัดใจ, ความหงุดหงิดขัดเคือง คือ โทสะ — Pañigha: repulsion; irritation;
grudge)
3. ทิฏฐิ (ความเห็นผิด, การยึดถือความเห็น เอาความคิดเห็นเปนความจริง — Diññhi: wrong
view; speculative opinion)
4. วิจิกิจฉา (ความลังเล, ความสงสัย — Vicikicchà: doubt; uncertainty)
5. มานะ (ความถือตัว — Màna: conceit)
6. ภวราคะ (ความกํ าหนัดในภพ, ความอยากเปน อยากยิ่งใหญ อยากยั่งยืน — Bhavaràga:
lust for becoming)
7. อวิชชา (ความไมรูจริง คือ โมหะ — Avijjà: ignorance)
อนุสัย 7 นี้ เรียกอีกอยางหนึ่งวา สังโยชน 7
D.III.254, 282; A.IV.8; Vbh.383. ที.ปา.11/337/266; องฺ.สตฺตก.23/11/8; อภิ.วิ.35/1005/517.
1
[289] อปริหานิยธรรม 7 ของกษัตริยวัชชี หรือ วัชชีอปริหานิย-
ธรรม 7 (ธรรมอันไมเปนที่ตั้งแหงความเสื่อม เปนไปเพื่อความเจริญฝายเดียว สํ าหรับหมู
ชนหรือผูบริหารบานเมือง — Vajjã-aparihàniyadhamma: things leading never to
decline but only to prosperity; conditions of welfare)
1. หมั่นประชุมกันเนืองนิตย (to hold regular and frequent meetings)
2. พรอมเพรียงกันประชุม พรอมเพรียงกันเลิกประชุม พรอมเพรียงกันทํ ากิจที่พึงทํ า (to

