Page 227 - Dictionary of Buddhism by Bhikkhu P. A. Payutto
P. 227

หมวด 9                                      227                                    [312]




                  knowledge of the appearance as terror)
                  4. อาทีนวานุปสสนาญาณ (ญาณอันคํ านึงเห็นโทษ คือ เมื่อพิจารณาเห็นสังขารทั้งปวงซึ่งลวน

                  ตองแตกสลายไป เปนของนากลัวไมปลอดภัยทั้งสิ้นแลว ยอมคํ านึงเห็นสังขารทั้งปวงนั้นวาเปนโทษ
                  เปนสิ่งที่มีความบกพรอง  จะตองระคนอยูดวยทุกข —  âdãnava¤àõa:  knowledge of

                  contemplation on disadvantages)

                  5. นิพพิทานุปสสนาญาณ (ญาณอันคํ านึงเห็นดวยความหนาย  คือ  เมื่อพิจารณาเห็นสังขารวา
                  เปนโทษเชนนั้นแลว ยอมเกิดความหนาย ไมเพลิดเพลินติดใจ — Nibbidà¤àõa: knowledge of

                  contemplation on dispassion)
                  6. มุญจิตุกัมยตาญาณ (ญาณอันคํ านึงดวยใครจะพนไปเสีย คือ เมื่อหนายสังขารทั้งหลายแลว

                  ยอมปรารถนาที่จะพนไปเสียจากสังขารเหลานั้น — Mu¤citukamyatà¤àõa: knowledge of the
                  desire for deliverance)

                  7. ปฏิสังขานุปสสนาญาณ (ญาณอันคํ านึงพิจารณาหาทาง คือ เมื่อตองการจะพนไปเสีย จึง

                  กลับหันไปยกเอาสังขารทั้งหลายขึ้นมาพิจารณากํ าหนดดวยไตรลักษณเพื่อมองหาอุบายที่จะปลด
                  เปลื้องออกไป — Pañisaïkhà¤àõa: knowledge of reflective contemplation)

                  8. สังขารุเปกขาญาณ (ญาณอันเปนไปโดยความเปนกลางตอสังขาร คือ เมื่อพิจารณาสังขาร
                  ตอไป  ยอมเกิดความรูเห็นสภาวะของสังขารตามความเปนจริง  วามีความเปนอยูเปนไปของมัน

                  อยางนั้นเปนธรรมดา  จึงวางใจเปนกลางได  ไมยินดียินรายในสังขารทั้งหลาย  แตนั้นมองเห็น
                  นิพพานเปนสันติบท  ญาณจึงแลนมุงไปยังนิพพาน  เลิกละความเกี่ยวเกาะกับสังขารเสียได —

                  Saïkhàrupekkhà¤àõa: knowledge of equanimity regarding all formations)

                  9. สัจจานุโลมิกญาณ หรือ อนุโลมญาณ (ญาณอันเปนไปโดยอนุโลมแกการหยั่งรูอริยสัจจ
                  คือ เมื่อวางใจเปนกลางตอสังขารทั้งหลาย ไมพะวง และญาณแลนมุงตรงไปสูนิพพานแลว ญาณ

                  อันคลอยตอการตรัสรูอริยสัจจ ยอมเกิดขึ้นในลํ าดับถัดไป เปนขั้นสุดทายของวิปสสนาญาณ ตอ
                  จากนั้นก็จะเกิดโคตรภูญาณมาคั่นกลาง  แลวเกิดมรรคญาณใหสํ าเร็จความเปนอริยบุคคลตอไป

                  — Anuloma¤àõa:  conformity-knowledge; adaptation-knowledge)
                       ธรรมหมวดนี้  ทานปรุงศัพทขึ้น  โดยถือตามนัยแหงคัมภีรปฏิสัมภิทามรรค  นํ ามาอธิบาย

                  พิสดารในวิสุทธิมรรค แตในอภิธัมมัตถสังคหะ ทานเติม สัมมสนญาณ (ญาณที่กํ าหนดพิจารณา
                  นามรูป คือ ขันธ 5 ตามแนวไตรลักษณ — Sammasana¤àõa: comprehension-knowledge)

                  เขามาเปนขอที่ 1 จึงรวมเปน วิปสสนาญาณ 10 และเรียกชื่อญาณขออื่นๆ สั้นกวานี้ คือ เรียก
                  อุทยัพพยญาณ ภังคญาณ ภยญาณ อาทีนวญาณ นิพพิทาญาณ มุญจิตุกัมยตาญาณ ปฏิสังขา-

                  ญาณ สังขารุเปกขาญาณ อนุโลมญาณ

                       ดู [285] วิสุทธิ 7; [345] ญาณ 16

                  Ps.I.1; Vism.630–671;Comp.210.                            ขุ.ปฏิ.31/1/1; วิสุทฺธิ.3/262–319; สงฺคห.55.

               [312] สัตตาวาส 9 (ภพเปนที่อยูแหงสัตว — Sattàvàsa: Abodes of Beings)
   222   223   224   225   226   227   228   229   230   231   232