Page 222 - Dictionary of Buddhism by Bhikkhu P. A. Payutto
P. 222

[303]                                       222                       พจนานุกรมพุทธศาสตร





               [303] พุทธคุณ 9 (คุณของพระพุทธเจา — Buddhaguõa: virtues or attributes of
                  the Buddha)

                  อิติป  โส  ภควา  (แมเพราะอยางนี้ๆ  พระผูมีพระภาคเจานั้น — Thus indeed is he, the
                  Blessed One,)

                  1. อรหํ (เปนพระอรหันต คือ เปนผูบริสุทธิ์ ไกลจากกิเลส ทํ าลายกํ าแหงสังสารจักรไดแลว เปน

                  ผูควรแนะนํ าสั่งสอนผูอื่น  ควรไดรับความเคารพบูชา  เปนตน —  Araha§:  holy; worthy;
                  accomplished)

                  2. สมฺมาสมฺพุทฺโธ (เปนผูตรัสรูชอบเอง — Sammàsambuddho: fully self-enlightened)

                  3. วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน (เปนผูถึงพรอมดวยวิชชา คือความรู และจรณะ คือ ความประพฤติ
                  — Vijjàcaraõa-sampanno: perfect in knowledge and conduct)

                  4. สุคโต (เปนผูเสด็จไปดีแลว คือ ทรงดํ าเนินพระพุทธจริยาใหเปนไปโดยสํ าเร็จผลดวยดี พระ
                  องคเองก็ไดตรัสรูสํ าเร็จเปนพระพุทธเจา  ทรงบํ าเพ็ญพุทธกิจก็สํ าเร็จประโยชนยิ่งใหญแกชนทั้ง

                  หลายในที่ที่เสด็จไป  และไดประดิษฐานพระศาสนาไว  แมปรินิพพานแลวก็เปนประโยชนแก
                  มหาชนสืบมา — Sugato: well-gone; well-farer; sublime)

                  5. โลกวิทู  (เปนผูรูแจงโลก  คือ  ทรงรูแจงสภาวะอันเปนคติธรรมดาแหงโลกคือสังขารทั้งหลาย

                  ทรงหยั่งทราบอัธยาศัยสันดานแหงสัตวโลกทั้งปวง  ผูเปนไปตามอํ านาจแหงคติธรรมดาโดยถอง
                  แท เปนเหตุใหทรงดํ าเนินพระองคเปนอิสระ พนจากอํ านาจครอบงํ าแหงคติธรรมดานั้น และทรง

                  เปนที่พึ่งแหงสัตวทั้งหลายผูยังจมอยูในกระแสโลกได — Lokavidå: knower of the worlds)
                  6. อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ (เปนสารถีฝกบุรุษที่ฝกได ไมมีใครยิ่งไปกวา คือ ทรงเปนผูฝก

                  คนไดดีเยี่ยม  ไมมีผูใดเทียมเทา —  Anuttaro purisadammasàrathi:  the incomparable
                  leader of men to be tamed)
                  7. สตฺถา  เทวมนุสฺสานํ  (เปนศาสดาของเทวดาและมนุษยทั้งหลาย —  Satthà deva-


                  manussàna§: the teacher of gods and men)
                  8. พุทฺโธ  (เปนผูตื่นและเบิกบานแลว  คือ  ทรงตื่นเองจากความเชื่อถือและขอปฏิบัติทั้งหลายที่

                  ถือกันมาผิดๆ ดวย ทรงปลุกผูอื่นใหพนจากความหลงงมงายดวย อนึ่ง เพราะไมติด ไมหลง ไม
                  หวงกังวลในสิ่งใดๆ  มีการคํ านึงประโยชนสวนตนเปนตน  จึงมีพระทัยเบิกบาน  บํ าเพ็ญพุทธกิจ

                  ไดถูกตองบริบูรณ  โดยถือธรรมเปนประมาณ  การที่ทรงพระคุณสมบูรณเชนนี้  และทรงบํ าเพ็ญ
                  พุทธกิจไดเรียบรอยบริบูรณเชนนี้ ยอมอาศัยเหตุคือความเปนผูตื่น และยอมใหเกิดผลคือทํ าให

                  ทรงเบิกบานดวย — Buddho: awakened)

                  9. ภควา (ทรงเปนผูมีโชค คือ จะทรงทํ าการใด ก็ลุลวงปลอดภัยทุกประการ หรือ เปนผูจํ าแนก
                  แจกธรรม — Bhagavà: blessed; analyst)
                       พุทธคุณ 9 นี้ เรียกอีกอยางวา นวารหาทิคุณ (คุณของพระพุทธเจา 9 ประการ มี อรหํ

                  เปนตน) บางทีเลือนมาเปน นวรหคุณ หรือ นวารหคุณ แปลวา “คุณของพระพุทธเจาผูเปน
   217   218   219   220   221   222   223   224   225   226   227