Page 234 - Dictionary of Buddhism by Bhikkhu P. A. Payutto
P. 234

[320]                                       234                       พจนานุกรมพุทธศาสตร





                  vain talk or gossip)
                  ค.มโนกรรม 3 (การกระทํ าทางใจ — Manokamma: mental action)

                  8. อนภิชฺฌา (ความไมคิดเพงเล็งอยากไดของเขา — Anabhijjhà: non-covetousness)

                  9. อพฺยาปาท (ความไมคิดรายตอผูอื่น — Abyàpàda: non-illwill)

                  10. สมฺมาทิฏิ (ความเห็นชอบ ถูกตองตามคลองธรรม — Sammàdiññhi: right view)

                  D.III.269,290.                                                      ที.ปา.11/360/284; 471/337.
                                                 2
               [320] กุศลกรรมบถ 10  (ทางแหงกุศลกรรม, ทางทํ าความดี, กรรมดีอันเปนทางนํ าไป
                  สูความสุขความเจริญหรือสุคติ — Kusala-kammapatha: wholesome course of action)

                  วาโดยขอธรรมสมบูรณ (แปลตัดเอาแตใจความ) ดังนี้

                  ก.กายกรรม 3 (การกระทํ าทางกาย — bodily action)
                  1. ปาณาติปาตํ ปหาย ฯเปฯ สพฺพปาณภูตหิตานุกมฺป โหติ (ละการฆาการเบียดเบียน มี

                  เมตตากรุณาชวยเหลือเกื้อกูลกัน — to avoid the destruction of life and be anxious for
                  the welfare of all lives)

                  2. อทินฺนาทานํ  ปหาย  ฯเปฯ  อทินฺนํ  เถยฺยสงฺขาตํ  อนาทาตา  โหติ  (ละอทินนาทาน

                  เคารพกรรมสิทธิ์ในทรัพยสินของผูอื่น — to avoid stealing, not violating the right to
                  private property of others)

                  3. กาเมสุมิจฺฉาจารํ ปหาย ฯเปฯ น จาริตฺตํ อาปชฺชิตา โหติ (ละการประพฤติผิดในกาม
                  ไมลวงละเมิดประเพณีทางเพศ — to avoid sexual misconduct, not transgressing sex

                  morals)

                  ข.วจีกรรม 4 (การกระทํ าทางวาจา — verbal action)
                  4. มุสาวาทํ ปหาย ฯเปฯ น สมฺปชานมุสา ภาสิตา โหติ (ละการพูดเท็จ ไมยอมกลาวเท็จ

                  เพราะเหตุตนเอง  ผูอื่น  หรือเพราะเห็นแกผลประโยชนใดๆ   —  to avoid lying, not
                  knowingly speaking a lie for the sake of any advantage)

                  5. ปสุณํ วาจํ ปหาย ฯเปฯ สมคฺคกรณึ วาจํ ภาสิตา โหติ (ละการพูดคํ าสอเสียด ชวย
                  สมานคนที่แตกราวกัน  สงเสริมคนที่สมัครสมานกัน  ชอบกลาวถอยคํ าที่สรางสามัคคี —  to

                  avoid malicious speech, unite the discordant, encourage the united and utter

                  speech that makes for harmony)
                  6. ผรุสํ วาจํ ปหาย ฯเปฯ พหุชนมนาปา ตถารูป วาจํ ภาสิตา โหติ (ละคํ าหยาบ พูดแต

                  คํ าสุภาพออนหวาน — to avoid harsh language and speak gentle, loving, courteous,
                  dear and agreeable words)
                  7. สมฺผปฺปลาป ปหาย ฯเปฯ กาลวาที ภูตวาที อตฺถวาที ธมฺมวาที วินยวาที นิธานวตึ

                  วาจํ  ภาสิตา  โหติ  ฯเปฯ  (ละการพูดเพอเจอ  พูดแตคํ าจริง  มีเหตุผล  มีสารประโยชน  ถูก
   229   230   231   232   233   234   235   236   237   238   239