Page 243 - Dictionary of Buddhism by Bhikkhu P. A. Payutto
P. 243

หมวด 10                                     243                                    [329]




               [328]  วิปสสนูปกิเลส 10 (อุปกิเลสแหงวิปสสนา,  ธรรมารมณที่เกิดแกผูไดตรุณ-
                  วิปสสนา หรือวิปสสนาออนๆ ทํ าใหเขาใจผิดวาตนบรรลุมรรคผลแลว เปนเหตุขัดขวางใหไมกาว

                  หนาตอไปในวิปสสนาญาณ —  Vipassanåpakilesa:  imperfections or defilements of
                  insight)

                  1. โอภาส (แสงสวาง — Obhàsa: illumination; luminous aura)

                  2. ญาณ (ความหยั่งรู — ¥àõa: knowledge)
                  3. ปติ (ความอิ่มใจ — Pãti: rapture; unprecedented joy)

                  4. ปสสัทธิ (ความสงบเย็น — Passaddhi: tranquillity)

                  5. สุข (ความสุขสบายใจ — Sukha: bliss; pleasure)

                  6. อธิโมกข (ความนอมใจเชื่อ,  ศรัทธาแกกลา,  ความปลงใจ —  Adhimokkha:  fervour;
                  assurance; resolution)

                  7. ปคคาหะ (ความเพียรที่พอดี — Paggàha: exertion; well-exerted energy)

                  8. อุปฏฐาน (สติแกกลา, สติชัด — Upaññhàna: established mindfulness)
                  9. อุเบกขา (ความมีจิตเปนกลาง — Upekkhà: equanimity)

                  10. นิกันติ (ความพอใจ, ติดใจ — Nikanti: delight)

                       ดู [285] วิสุทฺธิ 7 โดยเฉพาะขอ 5 คือ มัคคามัคคญาณทัสสนวิสุทธิ

                  Vism.633.                                                                      วิสุทฺธิ.3/267.

               [,,,] ศีล 10 ดู [242] ศีล 10.
                                          1
               [329] สังโยชน 10  (กิเลสอันผูกใจสัตว, ธรรมที่มัดสัตวไวกับวัฏฏทุกข หรือผูกกรรมไว
                  กับผล — Sa§yojana: fetters; bondage)
                  ก.โอรัมภาคิยสังโยชน 5  (สังโยชนเบื้องตํ่ า  เปนอยางหยาบ  เปนไปในภพอันตํ่ า —  Oram-

                  bhàgiya~: lower fetters)

                  1. สักกายทิฏฐิ (ความเห็นวาเปนตัวของตน  เชน  เห็นรูป  เห็นเวทนา  เห็นวิญญาณ  เปนตน

                  เปนตน — Sakkàyadiññhi: personality-view; false view of individuality)
                  2. วิจิกิจฉา (ความสงสัย, ความลังเล ไมแนใจ — Vicikicchà: doubt; uncertainty)

                  3. สีลัพพตปรามาส (ความถือมั่นศีลพรต โดยสักวาทํ าตามๆ กันไปอยางงมงายเห็นวาจะบริสุทธิ์

                  หลุดพนไดเพียงดวยศีลและวัตร — Sãlabbataparàmàsa: adherence to rules and rituals)
                  4. กามราคะ (ความกํ าหนัดในกาม, ความติดใจในกามคุณ — Kàmaràga: sensual lust)

                  5. ปฏิฆะ (ความกระทบกระทั่งในใจ, ความหงุดหงิดขัดเคือง — Pañigha: repulsion; irritation)

                  ข.อุทธัมภาคิยสังโยชน 5  (สังโยชนเบื้องสูง  เปนอยางละเอียด  เปนไปแมในภพอันสูง —
                  Uddhambhàgiya~: higher fetters)
   238   239   240   241   242   243   244   245   246   247   248