Page 241 - Dictionary of Buddhism by Bhikkhu P. A. Payutto
P. 241

หมวด 10                                     241                                    [327]



                  ใหควรเปนตัวอยาง และเปนที่เคารพนับถือของประชาราษฎร มิใหมีขอที่ใครจะดูแคลน — Sãla:

                  high moral character)

                  3. ปริจจาคะ (การบริจาค  คือ  เสียสละความสุขสํ าราญ  เปนตน  ตลอดจนชีวิตของตน  เพื่อ
                  ประโยชนสุขของประชาชน และความสงบเรียบรอยของบานเมือง — Pariccàga: self-sacrifice)

                  4. อาชชวะ (ความซื่อตรง คือ ซื่อตรงทรงสัตยไรมารยา ปฏิบัติภารกิจโดยสุจริต มีความจริงใจ

                  ไมหลอกลวงประชาชน — âjjava: honesty; integrity)
                  5. มัททวะ (ความออนโยน  คือ  มีอัธยาศัย  ไมเยอหยิ่งหยาบคายกระดางถือองค  มีความงาม

                  สงาเกิดแตทวงทีกิริยาสุภาพนุมนวล  ละมุนละไม  ใหไดความรักภักดี  แตมิขาดยํ าเกรง —
                  Maddava: kindness and gentleness)

                  6. ตปะ (ความทรงเดช คือ แผดเผากิเลสตัณหา มิใหเขามาครอบงํ ายํ่ ายีจิต ระงับยับยั้งขมใจได

                  ไมยอมใหหลงใหลหมกมุนในความสุขสํ าราญและความปรนเปรอ มีความเปนอยูสมํ่ าเสมอ หรือ
                  อยางสามัญ  มุงมั่นแตจะบํ าเพ็ญเพียร  ทํ ากิจใหบริบูรณ —  Tapa:  austerity; self-control;

                  non-indulgence)
                  7. อักโกธะ (ความไมโกรธ  คือ  ไมกริ้วกราดลุอํ านาจความโกรธ  จนเปนเหตุใหวินิจฉัยความ

                  และกระทํ าการตางๆ ผิดพลาดเสียธรรม มีเมตตาประจํ าใจไวระงับความเคืองขุน วินิจฉัยความ
                  และกระทํ าการดวยจิตอันราบเรียบเปนตัวของตนเอง — Akkodha: non-anger; non-fury)

                  8. อวิหิงสา (ความไมเบียดเบียน คือ ไมบีบคั้นกดขี่ เชน เก็บภาษีขูดรีด หรือเกณฑแรงงานเกิน

                  ขนาด ไมหลงระเริงอํ านาจ ขาดความกรุณา หาเหตุเบียดเบียนลงโทษอาชญาแกประชาราษฎรผูใด
                  เพราะอาศัยความอาฆาตเกลียดชัง — Avihi§sà: non-violence; non-oppression)

                  9. ขันติ (ความอดทน คือ อดทนตองานที่ตรากตรํ า ถึงจะลํ าบากกายนาเหนื่อยหนายเพียงไร ก็
                  ไมทอถอย  ถึงจะถูกยั่วถูกหยันดวยคํ าเสียดสีถากถางอยางใด  ก็ไมหมดกํ าลังใจ  ไมยอมละทิ้ง

                  กรณียที่บํ าเพ็ญโดยชอบธรรม — Khanti: patience; forbearance; tolerance)

                  10. อวิโรธนะ (ความไมคลาดธรรม  คือ  วางองคเปนหลักหนักแนนในธรรม  คงที่ไมมีความเอน
                  เอียงหวั่นไหวเพราะถอยคํ าที่ดีราย ลาภสักการะ หรืออิฏฐารมณ อนิฏฐารมณใดๆ สถิตมั่นในธรรม

                  ทั้งสวนยุติธรรม คือ ความเที่ยงธรรม ก็ดี นิติธรรม คือ ระเบียบแบบแผนหลักการปกครอง ตลอด
                  จนขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม ก็ดี ไมประพฤติใหเคลื่อนคลาดวิบัติไป — Avirodhana: non-

                  deviation from righteousness; conformity to the law)
                       ราชธรรม 10 นี้ พึงจดจํ างายๆ โดยคาถาในบาลี ดังนี้
                                     ทานํ สีลํ ปริจฺจาคํ          อาชฺชวํ มทฺทวํ ตป

                                     อกฺโกธํ อวิหึสฺจ            ข  น  ฺติฺจ อวิโรธนํ.


                  J.V.378.                                                                    ขุ.ชา.28/240/86.

               [327] วัตถุประสงคในการบัญญัติพระวินัย 10 (เหตุผลที่พระพุทธเจา
   236   237   238   239   240   241   242   243   244   245   246