Page 264 - Dictionary of Buddhism by Bhikkhu P. A. Payutto
P. 264

[346]                                       264                       พจนานุกรมพุทธศาสตร




                  15) ‘นิโรธานุปสฺสี อสฺสสิสฺสามี’ติ สิกฺขติ,
                       ‘นิโรธานุปสฺสี ปสฺสสิสฺสามี’ติ สิกฺขติ;

                  16) ‘ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสี อสฺสสิสฺสามี’ติ สิกฺขติ,

                       ‘ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสี ปสฺสสิสฺสามี’ติ สิกฺขติ.


                  13) เธอสํ าเหนียกวา เราจักพิจารณาเห็นความไมเที่ยง หายใจเขา
                       เธอสํ าเหนียกวา เราจักพิจารณาเห็นความไมเที่ยง หายใจออก

                  14) เธอสํ าเหนียกวา เราจักพิจารณาเห็นความคลายออกได หายใจเขา

                       เธอสํ าเหนียกวา เราจักพิจารณาเห็นความคลายออกได หายใจออก

                  15) เธอสํ าเหนียกวา เราจักพิจารณาเห็นความดับกิเลส หายใจเขา
                       เธอสํ าเหนียกวา เราจักพิจารณาเห็นความดับกิเลส หายใจออก

                  16) เธอสํ าเหนียกวา เราจักพิจารณาเห็นความสลัดคืนได หายใจเขา

                       เธอสํ าเหนียกวา เราจักพิจารณาเห็นความสลัดคืนได หายใจออก

                  13. He trains thus: “Contemplating impermanence, I shall breathe in”;
                       he trains thus: “Contemplating impermanence, I shall breathe out”.

                  14. He trains thus: “Contemplating fading away, I shall breathe in”;

                       he trains thus: “Contemplating fading away, I shall breathe out”.

                  15. He trains thus: “Contemplating cessation, I shall breathe in”;
                       he trains thus: “Contemplating cessation, I shall breathe out”.

                  16. He trains thus: “Contemplating relinquishment, I shall breathe in”;

                       he trains thus: “Contemplating relinquishment, I shall breathe out”.
               ขอควรทราบ:


                  ก) คํ าวา หายใจเขา และ หายใจออก นั้น พึงทราบวา เปนคํ าที่มีการแปลตางกัน คือ อรรถกถาแหง

                  พระวินัยแปล อสฺสาส วา “หายใจออก” และ ปสฺสาส วา “หายใจเขา” สวนอรรถกถาแหงพระสูตรแปล
                  กลับตรงขาม คือแปล อสฺสาส วา “หายใจเขา” และ ปสฺสาส วา “หายใจออก” ในที่นี้ถือตามคํ าแปล

                  ของอรรถกถาแหงพระสูตร ผูศึกษาทราบอยางนี้แลว จะใชแบบใดก็ได พึงเลือกตามปรารถนา
                  ข) “สํ าเหนียกวา” เปนคํ าแปลตามสํ านวนเกา หมายถึงคํ าบาลีวา สิกฺขติ จะแปลแบบทับศัพทเปน

                  “ศึกษาวา” ก็ได

                  ค) ธรรมหมวดนี้ เรียกตามบาลีแหงคัมภีรปฏิสัมภิทามัคควา   โสฬสวัตถุกอานาปานสติ   (เชน ขุ.ปฏิ.
                  31/361/244; 386/260=Ps.I.162; 173   คํ าบาลีเดิมเปน โสฬสวตฺถุกา อานาปานสฺสติ บาง โสฬสวตฺถุโก

                  อานาปานสฺสติสมาธิ  บาง   บางทีอรรถกถาก็เรียกยักเยื้องไปวา  โสฬสวตฺถุกา   อานาปานสฺสติ-
                  สมาธิภาวนา บาง โสฬสวตฺถุกํ อานาปานสฺสติกมฺมฏานํ บาง) แปลแบบรักษาศัพทวา “อานา-

                  ปานสติมีวัตถุ 16”  แตในที่นี้เลือกแปลตามคํ าอธิบายในคัมภีร  ปรมัตถมัญชุสา  มหาฎีกาแหง
   259   260   261   262   263   264   265   266   267   268   269