Page 265 - Dictionary of Buddhism by Bhikkhu P. A. Payutto
P. 265
หมวดเกิน 10 265 [347]
วิสุทธิมัคค (วิสุทฺธิ.ฏีกา2/34) วา “อานาปานสติ 16 ฐาน” เพราะในภาษาไทย คํ าวา ฐาน เปนคํ าที่คุน
และชวยสื่อความหมายของคํ าวา วัตถุ ในที่นี้ไดดี แตจะแปลวา “อานาปานสติ 16 หลัก” หรือ
“อานาปานสติ 16 หัวขอ (หรือ 16 ขอ)” ก็ได บางทีก็เรียกใหฟงเปนลํ าดับวา “อานาปานสติ 16 ขั้น”
ง) 16 ฐาน หรือ 16 หลัก หรือ 16 หัวขอ หรือ 16 ขอ หรือ 16 ขั้นนั้น ทานจัดเปน 4 จตุกกะ
คือเปนหมวดสี่ 4 หมวด ดังนี้
1. กายานุปสสนาจตุกกะ (หมวดสี่แหงกายานุปสสนา)
2. เวทนานุปสสนาจตุกกะ (หมวดสี่แหงเวทนานุปสสนา)
3. จิตตานุปสสนาจตุกกะ (หมวดสี่แหงจิตตานุปสสนา)
4. ธัมมานุปสสนาจตุกกะ (หมวดสี่แหงธัมมานุปสสนา)
เปนการระบุชัดวา สวนไหนเปนสติปฏฐานขอใด
จ) วาโดยไตรสิกขา ระหวางปฏิบัตินั้น
• ความมีกายวาจาตั้งอยูในความสงบสํ ารวม โดยมีเจตนาอันปลอดจากการละเมิดหรือ
เบียดเบียน (กายิกวาจสิกอวีติกกมะ) เปน ศีล
• การมีสติกํ าหนด ดวยจิตที่ตั้งมั่นมีอารมณหนึ่งเดียวตามที่กํ าหนด (จิตตัสเสกัคตา) เปน
สมาธิ
• ความมีสัมปชัญญะรูทั่วพรอม มองเห็นตามสภาวะ เปน ปญญา
ฉ) ในการปฏิบัตินี้ ศีลเปนเพียงฐานที่รองรับอยู สวนธรรมที่ปฏิบัติซึ่งจะเจริญขึ้นไป คือ สมาธิ
และปญญา อันไดแก สมถะ และวิปสสนา ในขอตอไป
ช) ในการปฏิบัติทั้งหมดนี้ สามจตุกกะแรก มีทั้ง สมถะ และ วิปสสนา แตจตุกกะที่ ๔ เปน
วิปสสนา ลวน
ฌ) โสฬสวัตถุกอานาปานสติ นี้ พระพุทธเจาตรัสแสดงบอย พบไดหลายแหงในพระไตรปฎก
แตที่ประมวลเรื่องเกี่ยวของและขอความแวดลอมไวครบถวน ซึ่งรูจักกันดีและเปนที่อางอิงกันทั่ว
ไป คือ อานาปานสติสูตร (ม.อุ.14/282–291/190–202=MIII.78–88) นอกจากนั้นยังมีคํ าอธิบายโดย
พิสดารในพระไตรปฎก ปรากฏใน ปฏิสัมภิทามัคค (ขุ.ปฏิ.31/361–422/244-299; = Ps.I.162–196) สวนใน
ชั้นอรรถกถา ก็มีอธิบายหลายแหง โดยเฉพาะที่คนควาไดสะดวก คือ วิสุทธิมัคค (วิสุทธิ.2/52-88=
Vism.266–293)
Vin.III.70; M.I.425; M.III.82; S.V.311; วินย.1/178/132; ม.ม.13/146/140; ม.อุ.14/287/193;
A.V.111; Ps.I.162. สํ.ม.19/1305/394; อง.ทสก.24/60/119; ขุ.ปฏิ.31/361/244.
[347] อุปกิเลส หรือ จิตตอุปกิเลส 16 (ธรรมเครื่องเศราหมอง, สิ่งที่ทํ าใหจิตขุน
มัว รับคุณธรรมไดยาก ดุจผาเปรอะเปอนสกปรก ยอมไมไดดี — Upakkilesa: mental
defilements)
1. อภิชฌาวิสมโลภะ (คิดเพงเล็งอยากได โลภไมสมควร, โลภกลา จองจะเอา ไมเลือกควรไม

