Page 95 - Dictionary of Buddhism by Bhikkhu P. A. Payutto
P. 95

หมวด 3                                      95                                       [92]




                  อยากเอา — Taõhà: craving; selfish desire)
                  2. ทิฏฐิ (ความคิดเห็น ความเชื่อถือ ลัทธิ ทฤษฎี อุดมการณตางๆ ที่ยึดถือไวโดยงมงายหรือโดย

                  อาการเชิดชูวาอยางนี้เทานั้นจริง  อยางอื่นเท็จทั้งนั้น  เปนตน  ทํ าใหปดตัวแคบ  ไมยอมรับฟงใคร
                  ตัดโอกาสที่จะเจริญปญญา หรือคิดเตลิดไปขางเดียว ตลอดจนเปนเหตุแหงการเบียดเบียนบีบคั้น
                  ผูอื่นที่ไมถืออยางตน,  ความยึดติดในทฤษฎี  ฯลฯ  ถือความคิดเห็นเปนความจริง —  Diññhi:

                  view; dogma; speculation)

                  3. มานะ (ความถือตัว, ความสํ าคัญตนวาเปนนั่นเปนนี่ ถือสูงถือตํ่ า ยิ่งใหญเทาเทียม หรือดอย

                  กวาผูอื่น, ความอยากเดนอยากยกชูตนใหยิ่งใหญ — Màna: conceit)
                       ในคัมภีรวิภังค เรียกปปญจะ 3 นี้เปน ฉันทะ (คือตัณหา) มานะ ทิฏฐิ

                     1
                  Nd  280; Vbh.393; Nett. 37–38.                      ขุ.ม.29/505/337; อภิ.วิ.35/1034/530; เนตฺติ. 56–57.

               [92]  ปริญญา 3 (การกํ าหนดรู,  การทํ าความรูจัก,  การทํ าความเขาใจโดยครบถวน —
                  Pari¤¤à: full understanding; diagnosis)

                  1. ญาตปริญญา (กํ าหนดรูดวยใหเปนสิ่งอันรูแลว, กํ าหนดรูขั้นรูจัก, กํ าหนดรูตามสภาวลักษณะ
                  คือ  ทํ าความรูจักจํ าเพาะตัวของสิ่งนั้นโดยตรง  พอใหชื่อวาไดเปนอันรูจักสิ่งนั้นแลว  เชนรูวา  นี้

                  คือเวทนา  เวทนาคือสิ่งที่มีลักษณะเสวยอารมณ  ดังนี้เปนตน —  ¥àta-pari¤¤à: full
                  knowledge as the known; diagnosis as knowledge)

                  2. ตีรณปริญญา (กํ าหนดรูดวยการพิจารณา,  กํ าหนดรูขั้นพิจารณา,  กํ าหนดรูโดยสามัญลักษณะ

                  คือ  ทํ าความรูจักสิ่งนั้นพิจารณาเห็นโดยความเปนของไมเที่ยง  เปนทุกข  เปนอนัตตา  เชนวา
                  เวทนาไมเที่ยง  มีความแปรปรวนไปเปนธรรมดา  ไมใชตัวไมใชตน  ดังนี้เปนตน —  Tãraõa-


                  pari¤¤à: full knowledge as investigating; diagnosis as judgment)
                  3. ปหานปริญญา (กํ าหนดรูดวยการละ, กํ าหนดรูถึงขั้นละได, กํ าหนดรูโดยตัดทางมิใหฉันทราคะ

                  เกิดมีในสิ่งนั้น คือรูวาสิ่งนั้นเปนอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาแลว ละนิจจสัญญาเปนตน ในสิ่งนั้นเสีย
                  ได — Pahàna-pari¤¤à: full knowledge as abandoning; diagnosis as abandoning)

                       ปริญญา 3 นี้ เปนโลกิยะ มีขันธ 5 เปนอารมณ เปนกิจในอริยสัจจขอที่ 1 คือทุกข ในทาง

                  ปฏิบัติ จัดเขาใน วิสุทธิ ขอ 3 ถึง 6 คือ
                  ก.ตั้งแตนามรูปปริจเฉทญาณ ถึง ปจจยปริคคหญาณ เปนภูมิแหงญาตปริญญา (= 3. ทิฏฐิ-

                  วิสุทธิ และ 4. กังขาวิตรณวิสุทธิ)

                  ข. ตั้งแตกลาปสัมมสนญาณ ถึง อุทยัพพยานุปสสนาญาณ เปนภูมิแหงตีรณปริญญา (= 5. มัคคา-
                  มัคคญาณทัสสนวิสุทธิ)

                  ค.ตั้งแตภังคานุปสสนาญาณ ขึ้นไป เปนภูมิแหงปหานปริญญา (= 6. ปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธิ)

                       ดู [205] กิจในอริยสัจจ 4; [285] วิสุทธิ 7; [311] วิปสสนาญาณ 9.
                     1
                  Nd 53; Vism.606.                                                    ขุ.ม.29/62/60; วิสุทฺธิ.3/230.
   90   91   92   93   94   95   96   97   98   99   100