Page 13 - วิจัยชั้นเรียน เปลี่ยนครู หมอวิจารณ์
P. 13
ี
ื
เปรียบเสมือนพ้นท่เปิดประเด็นการเรียนรู้ และวิพากษ์ความหมายของ
ิ
การศึกษาอย่างท้าทายเป็นอย่างย่ง หรืออาจพูดได้ว่า“แรงและทวนกระแส
�
ี
ความคิด” ท่ครอบงา ความล้าหลังของระบบการศึกษาในสังคมไทยปัจจุบัน
ึ
�
ี
ี
เป็นอย่างมาก มีคาส�าคัญหลายคาในหนังสือเล่มน้ท่ควรหยิบยก ข้นมา
�
ี
ื
ทาความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เช่นในบทท่ ๒ เร่องการหาประเด็นส�าคัญ ท่าน
�
เน้นว่าหัวใจส�าคัญคือ “การท�าความเข้าใจระบบคุณค่าของตนเอง” ส�าหรับ
�
ี
นามาใช้กาหนดโจทย์วิจัยโดยการ “ใคร่ครวญสะท้อนคิด” “ความมีใจท่เปิดรับ”
�
“การเทใจ” “ความรับผิดชอบทางปัญญา” และ “ความสนใจใคร่รู้ทางปัญญา”
ี
�
ี
ึ
เป็นต้น คาแรกท่น่าใคร่ครวญเก่ยวกับระบบคุณค่าท่ท่านยกข้นมากล่าวถึง
ี
ก็คือเร่องความเข้าใจ หรือจุดยืน หรือปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวเราเองกับการ
ื
ศึกษานั้นมีสภาพเป็น “คุณค่ากาหนด” คือเป็นนามธรรม ขึ้นกับการให้คุณค่า
�
โดยตัวเราเอง และการให้คุณค่าโดยสังคมรอบตัว หมายความว่าการศึกษา
ี
ึ
จะเป็นอย่างไรน้นข้นอยู่กับว่าตัวเราคิดอย่างไร และผู้เก่ยวข้องคิดอย่างไร
ั
ต่อการศึกษา
ื
�
ื
ี
ี
ประเด็น เร่องการกาหนดคุณค่า ของการศึกษาน้ เป็นเร่องท่เหมือน
เส้นผมบังภูเขาส�าหรับบุคลากรทางการศึกษาไทยตั้งแต่ครู ผู้บริหารในระดับ
ี
ต่าง ๆ จนกระท่งผู้ปกครอง ก็ไม่มีใครท่จะเปิดใจใคร่ครวญและสร้างปฏสมพนธ์
ั
ั
ิ
ั
กับการศึกษาด้วยตนเอง กล่าวคือ ต่างละเลยท่จะนาตนเองให้เป็นผู้กาหนด
�
�
ี
�
ี
และให้ความหมายของการศึกษาในระดับคุณค่าแท้ ท่แตกต่างจากระบบอานาจ
ี
�
ั
โดยส้นเชิง การจะทาเช่นน้นได้ต้องใช้สติปัญญาใคร่ครวญ ดังเช่นท่ผู้สอน
ิ
เขียนงานวิจัยตนเอง อย่างตรงไปตรงมาและลึกซึ้ง จึงจะบังเกิดผล หากท�าได้
จะเกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ต่อระบบการศึกษาไทย ซึ่งจะท�าให้ผู้เรียน
ก็มี ความสุข ผู้สอนก็มีความสุข และบังเกิดผลงดงามในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น
วิจัยชั้นเรยนเปลี่ยนคร 12
ู
ี

