Page 137 - วิจัยชั้นเรียน เปลี่ยนครู หมอวิจารณ์
P. 137
ี
�
การนาข้อมูลจากห้องเรยนและจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนต่อ
นักเรียน และปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนกับครู มาตีความหาความหมายเชิงลึก
ช่วยการคิดอย่างลึกซึ้งอย่างมืออาชีพ และมีการใคร่ครวญสะท้อนคิดต่อการ
�
ี
ปฏิบัติของตนอย่างแน่นอน แต่เมื่อคิดแล้วจะนาความคิดท่ได้ไปปฏิบัติหรือ
ไม่นั้นไม่มีกลไกบังคับ
ื
ข้อพึงระวังอีกอย่างหน่งในการใช้การวิจัยแนวตีความเพ่อการวิจัย
ึ
ห้องเรียน โดยครูผู้สอนเป็นผู้ตีความเอง คือ ความถูกต้อง (validity) ของการ
ึ
ตีความ ซ่งสามารถยืนยันความถูกต้องได้จากข้อมูลท่มีคุณภาพ และมีการ
ี
ตีความด้วยหลายทฤษฎี รวมทั้งมีคู่คิดหรือกัลยาณมิตรเป็นผู้ตีความด้วย
แต่ก็ยังมีจุดอ่อนตรงท่ข้อมูลมักไม่สามารถบันทึกประเด็นเชิงอารมณ์
ี
ความตึงเครียด (tension) และวาระซ่อนเร้น (hidden agenda) ได้
การวิจัยแนวตีความจะช่วยเพิ่มความเป็นอิสระให้แก่ครูหรือไม่
�
ิ
คาตอบแบบฟันธง คือ “ช่วยเพ่ม” การวิจัยแบบตีความจะช่วยให้คร ู
เชื่อมโยงความรู้เชิงทฤษฎีกับความรู้เชิงปฏิบัติเข้าหากัน โดยท่ครูต้องไม่ลืม
ี
�
ว่าความรู้ปฏิบัติต้องเป็นตัวนา
ี
ในการวิจัยแบบตีความน้ครูสามารถเป็นได้ท้งครูและนักวิจัยไป
ั
ิ
พร้อม ๆ กัน โดยมีข้อพึงระวังอย่างย่ง คือ ในเมื่อครูเป็นนักวิจัยห้องเรียน
ของตนเอง จึงต้องมี “กระบวนการประเมินหรือทบทวนแบบร่วมมือกัน”
(co-operative review process) ซึ่งบ่อยครั้งใช้นักวิจัยจากภายนอกโรงเรียน
หรือนอกบริบท ของการวิจัยมาทาหน้าท่ตรวจสอบช่องว่างทางความรู้
�
ี
(knowledge gap) และหรือช่องว่างของการปฏิบัติ (practice-based gap)
วิจัยชั้นเรยนเปลี่ยนคร 136
ู
ี

