Page 136 - วิจัยชั้นเรียน เปลี่ยนครู หมอวิจารณ์
P. 136
ี
ั
ผู้เขียนเกิดความตระหนักว่าท้งครูและนักเรียนไม่ใช่สิ่งของท่มี
ี
ี
ลักษณะแน่นอนตายตัวหรือคงท่ ท้งนักเรียนและครูเป็นสิ่งมีชีวิตท่มีหลายหน้า
ั
(multi-facet), หลายความถนัด (multi-talent), มีการเปลี่ยนแปลง (changing),
มีความคิด (thinking) และมีการเปลี่ยนแปลงระดับรากฐาน (transforming)
ผู้เขียนเกิดความตระหนักว่าข้อมูลจากห้องเรียน จากพฤติกรรมของ
นักเรียนต่อเพื่อนและต่อครูต่างคน หากมีการเก็บบันทึกรายละเอียดสามารถ
นามาตีความหาความหมายได้เป็นอย่างดี และจะช่วยการพัฒนาการเรียนรู้
�
ของนักเรียนได้มาก
จึงเห็นได้ว่าการวิจัยแบบตีความเอื้อต่อการให้ความหมายต่อความรู้
อย่างเป็นธรรมชาติ และต่อการเรียนรู้แบบพัฒนาการคล้ายมีชีวิต (organic
growth) คือ มีลักษณะร่วมมือ มีปฏิสัมพันธ์ และมีมิติของความเป็นมนุษย์
นอกจากน้นการวิจัยแบบตีความยังยอมรับความหลากหลายของ “การรู้”
ั
�
และให้ความสาคัญต่อสุนทรียเสวนา (dialogue)
แต่ในฐานะครูผู้สอนมีข้อจากัดว่าไม่สามารถเป็นผู้ปฏิบัติและ
�
ผู้ตีความการปฏิบัติน้นในเวลาเดียวกันได้ เหมือนกับท่นักฟุตบอลไม่
ี
ั
สามารถท�าหน้าที่ทั้งผู้เล่นและผู้วิจารณ์การเล่นฟุตบอลนั้นในเวลาเดียวกันได้
การวิจัยแนวตีความจะเปิดโอกาสให้ฉันคิดอย่างมืออาชีพ และ
ปฏิบัติตามด้วยการใคร่ครวญสะท้อนคิดต่อวิธีปฏิบัติของตนหรือไม่
คาตอบแบบฟันธงคือ “มีผล” แต่มีผลในเชิงความคิดหรือทฤษฎ ี
�
เท่านั้น ไม่มีผลในเชิงปฏิบัติ
135 วิจัยชั้นเรยนเปลี่ยนคร ู
ี

