Page 32 - รายงานการวิจัยการบริหารจัดการขยะทั่วไป ของโรงเรียนบ้านแม่งาวใต้โดยใช้หลักการบริหารแบบมีส่วนร่วม 5 ร
P. 32

24

          ดวงใจ ปินตามูล (2555) กล่าวว่าการมสี ว่ นรว่ มของประชาชน คือกระบวนการส่ือสาร สอง
ทางระหว่างบุคคลกลมุ่ บคุ คล ชมุ ชน หรือประชาชน กับเจา้ หนา้ ทขี่ องรัฐผูด้ าเนินโครงการ หรือ นโยบาย
สาธารณะ หรือการจดั การทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งการมสี ว่ นร่วมของประชาชนจะเกย่ี วข้องกบั การร่วมใน
กระบวนการตดั สินใจ การร่วมในกระบวนการดาเนนิ การ และรว่ มรับผลประโยชนโ์ ดย มีเปา้ หมายของการ
มสี ่วนร่วมของประชาชน คือการแลกเปลีย่ นขอ้ มูลข่าวสารระหว่างประชาชนและ ผู้ดาเนนิ โครงการ โดย
การให้ข้อมลู ต่อประชาชน และประชาชนแสดงความคดิ เห็นต่อโครงการหรือ นโยบายเพ่อื ประโยชนต์ ่อการ
ดารงชพี ทางเศรษฐกิจและสังคม

          แนวคิด ทฤษฎเี กีย่ วกับการมสี วนรวมของประชาชนในการจดั การมูลฝอยการมีสวนรวม ของทกุ
ภาคสวนน้ัน เปนสวนหนึ่งของการพัฒนาเศรษฐกิจ สงั คม การเมืองประเทศชาติไปในทิศทาง ท่ีดีขึ้น
แนวคดิ การมีสวนรวมน้นั เกิด และอยูเคยี งคูกบั การปกครอง ระบอบประชาธปิ ไตย เน่อื งจากอานาจอธปิ ไตย
เปนอานาจสูงสุด ในการปกครองประเทศ มาจากประชาชน และประชาชนเปนผูใหฉันทานมุ ัติตางๆ กับ
ภาครฐั ในการบริหารจัดการ เพ่ือใหเกิดความ โปรงใส และเปนไป ตามความตองการแทจริงของประชาชน ซ่งึ
ถอื วาเปนการเขาไปมีสวนรวมอยางแทจริง (Authentic participation) ดังกลาวขางตน จึงไดนามาเป
นแนวทางในการกาหนดยทุ ธศาสตร ในการพฒั นาประเทศ ตามแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมแหงชาติฉบบั ท่ี
11 (พ.ศ.2555 - 2559) ซ่ึงมเี ปาหมายการพฒั นาภายใตกระบวนการมีสวนรวมของผูเกีย่ วของ จากทกุ ภาคสวน
ในสังคมไทย ทไี่ ดรวมพลังกันระดมความคิดกาหนดวสิ ัยทัศน รวมกนั ของสังคมไทย มุงพัฒนาสู “สังคมเขมแข็ง
และมดี ุลยภาพ” ใน 3 ดาน คือ สังคมคณุ ภาพ สงั คมแหงภูมิปญญา การรับรู สังคมสมานฉันท และ เอื้อ
อาทรตอกัน เพอื่ เสริมสรางระบบการบรหิ ารจัดการท่ดี ีในทุกภาคสวนของสังคมไทย สนับสนุน กระบวนการ
กระจายอานาจใหองคกรปกครองสวนทองถิน่ และชมุ ชน มีบทบาทในการพฒั นาทองถน่ิ ของตนเอง ภายใตระบบ
บรหิ ารจัดการภาครฐั ที่มปี ระสิทธิภาพ ยึดหลกั การมีสวนรวม โปรงใส และพรอมทีจ่ ะรับการตรวจสอบจาก
สงั คมโดยรวมการพฒั นาประเทศในอนาคต เพื่อสรางโอกาสใหคนไทยคิดเปนทาเปน มีเหตุผล สามารถรบั รู
ไดตลอดชีวิต พรอมรบั การเปลี่ยนแปลง สงั คมสมานฉันท และเออื้ อาทรตอกนั ทีด่ ารงไวซึ่งคณุ ธรรม คณุ คา
ของเอกลักษณท่ี พ่ึงพาเก้ือกลู กัน ตลอดจนมีจารีตประเพณที ี่ดงี าม ในการพฒั นาอยางตอเน่ือง และการ
ทางานแบบพหุภาคี สามารถประยุกต ใชในการทางานเชิงรุก เพ่ือเสริมสร างความเข มแข็ง ไดอยางมี
ประสิทธิผลท่ัวถึงใน ทุกพ้ืนที่ การมีสวนรวมถือวาเปนกลยทุ ธทส่ี าคัญเพอ่ื จุดมุงหมายในการพัฒนาที่ยัง่ ยนื มี
บทบาทอยางมากเปนหวั ใจสาคญั เพ่อื ตอบสนองความตองการไดตรงจดุ มากท่สี ดุ อยางเปนรูปธรรมอนั จะนาไป
สูความอยูดีมีสุขของคนไทยทุกคน

          ความหมายของการมีส่วนร่วม การมีสวนรวมเปนเปาหมายของการพฒั นาสังคมเพอ่ื
สบื ทอดความยั่งยนื ใหเกิดข้ึนอยางตอเนอื่ ง เปนองคประกอบสาคญั ในกจิ กรรมท่จี ะสรางความเจริญ ก
าวหนาใหเกิดข้ึน สาหรับ ความหมายของการมีสวนรวมนนั้ มนี ักวิชาการหลายทานนาเสนอไวดังนี้

          อาภรณพนั ธ จนั ทรสวาง (2552 : 19 ) ใหความหมายวาการมีสวนรวมน้นั กอใหเกดิ การ
รวมตัวทีส่ ามารถจะกระทาการตัดสินใจใชทรพั ยากร และมีความรับผิดชอบในกจิ กรรมท่จี ะกระทา ในกลุ
มเปนการเปดโอกาสใหไดรวมในการคิดริเริม่ การตัดสินใจ รวมลงมอื ปฏิบตั แิ ละรวมรบั ผิดชอบในเรื่องราวต
างๆ เพื่อแกไขปญหาและนามาซ่ึงความเปนอยูที่ดีขึ้น เพ่ือตอบสนองความ ตองการของประชาชนที่จะช
วยใหประสบความสาเรจ็ ตามเปาหมายได การมีสวนรวมเปนผลมาจากการเห็นพอง ตองกันในเรื่องราวของ
   27   28   29   30   31   32   33   34   35   36   37