Page 151 - บิสมาร์ค (Bismark) ชะตากรรม...ตำนาน
P. 151
ํ
ั
ํ
ั
ี
่
ิ
้
ั
จะใชรปกระบวนเรยงเฉียง (Form “O”....ATP.1A Vol.1) นับเปนเรืองบงเอญสาหรบเรอรบเยอรมนทงสองลา
ู
ื
ั
้
ั
ั
้
ั
ั
่
ื
่
ั
่
ั
ํ
ื
เปนหลก เพือไมใหบงทางปนเรอลาหลง รวมทงเพอความ ทีแมจะมีขนาดระวางขบนําตางกนถึง ๓ เทา แตกลับมีรูป
่
่
ื
่
ั
สะดวกในการสงการดวยธงสญญาณในขณะแลนดวย ลักษณะคลายคลึงกันมาก คอ “สีปอม-หนึงปลอง-สองเสา”
ั
ิ
ความเรวสงดวย จงเปนเรืองสดวิสยทฝายอังกฤษจะสามารถพสจนทราบ
่
็
ู
ี
ั
ึ
่
ู
ุ
ํ
ํ
่
ิ
ื
ื
ู
ี
ั
่
ื
ั
หมเรอเยอรมนก็เคลอนตวตฝาขามทะเลเหนอส ู ดวยสายตาทีระยะขอบฟาไดวา ลาใดเปนบสมารค? ลาใด
ิ
้
ั
ิ
๊
ี
ชายฝงเกาะกรนแลนดเขาผานชองแคบเดนมารก ดวยรูป เปน ปรนซ ออยเกน? และหลงเขาใจในขนตนวา บสมารค
ู
ื
ื
ี
ื
่
ิ
ี
ิ
ื
่
กระบวนดงกลาวโดยมบสมารคเปนเรอนา แตเมอไดถูก คอเรอทแลนนําหนาในฐานะ ผบ.หมเรอ (ตามหลักปฏบัต ิ
ื
ั
ํ
ื
ํ
ู
ํ
่
ั
ั
ื
่
ู
ื
ิ
เรอลาดตระเวนองกฤษ ๒ ลา ตรวจพบและตดตามอยาง ทวไปสาหรบรปกระบวนเขารบ ซึงเรอ ผบ.หม จะเปนเรอนา
ํ
ั
ั
่
ั
่
ี
้
่
ั
ไมลดละ มหลายครงท ผบ.หมเรอ ไดสงการให ผบ.เรอ เพือความสะดวกในการสงการดวยธงสญญาณ : ผูเขียน)
ื
ี
ู
ั
ื
่
ี
้
็
้
ิ
ั
ู
ื
ั
ื
ุ
ื
ั
บสมารคนําเรอหนเลยวฉกาจ วกกลับพงเขาโจมตีดวย ดงนน พลเรอโท แลนเชลลอต ฮอลแลนด ผบ.หมเรอ
ึ
้
ิ
ั
ู
ื
็
็
ํ
ุ
ื
ื
ความเรวสงสดแลวระดมยงใสไมยัง แตฝายอังกฤษกใช องกฤษจงสงการใหเรอนา คอเรอประจญบาน Hood
่
ั
ั
ิ
ุ
่
ู
ี
ื
ยุทธวธี “หนหยอกแมว” พาตัวหลบหนรอดไปไดทกครง ั ้ เปดฉากยิงไปทเรอนาของฝายเยอรมัน (ซึงในความจริงคือ
ํ
่
ี
ิ
ื
่
๊
่
ั
ั
ั
แรงอดของมวลอากาศพลงมหาศาลอนเปนผลจาก เรอ ปรนซ ออยเกน) ในทันทีทีไดระยะ ในขณะทีเรือ
ิ
๊
่
ี
็
ั
ั
ี
่
ิ
ั
้
การระดมยงดวยปนใหญหวทง ๒ ปอม ๔ กระบอก ทระยะ ประจญบาน ปรนซ ออฟ เวลส ทแลนตามหลงกเปดฉาก
ั
ี
ั
ี
ิ
่
ุ
ิ
ุ
ยิงไกลสด (มมกระดก ๔๕ องศา) ตดตอกันหลายนัด ทําให ยิงใสบสมารคในทนททไดระยะเชนเดียวกัน
ิ
ื
ิ
ู
ั
่
ั
่
ื
เกิดการสนสะเทอนอยางรนแรงตอเนอง เปนผลใหเรดาร ทางดานหมเรอเยอรมนก็เรมยงตอบโตโดยเรือ
ุ
่
ื
๊
ื
ู
่
ี
ี
้
่
ิ
ั
้
ิ
ํ
ื
ั
ผวนําทตดตงอยดานหนาของกลองวดระยะเหนอหอรบ ปรินซ ออยเกน ทีเปนเรอนาลําเดยวกอน ในขณะที่บิสมารค
ึ
ั
ํ
ื
่
ื
เกิดขดของ เมอเรอนาตาบอด ผบ.หมเรอ จงสงการให ยังคงสงวนทาทีไมตอบโต แตก็เตรียมการทุกอยางพรอม
่
ื
ู
ั
ํ
้
ํ
่
ั
้
ื
เรอลาดตระเวนหนก ปรินซ ออยเกน ขึนมาเปนเรอนาแทน โดยเฉพาะการตังคาขีปนวิธีตาง ๆ ลงในเครืองจักรคานวณ
๊
ื
ี
ิ
ดวยรูปกระบวนเรยงเฉียง โดยขยายระยะตอใหมากกวาเดม
่
่
ซึงการปรบเปลยนรูปกระบวนนก็ได
ั
ี
ี
้
กลายเปนจุดเรมตนของการลวงทาง
ิ
่
ยุทธวธีโดยไมไดตงใจ
้
ั
ิ
ื
ื
่
ู
่
เมอหมเรอทงสองฝายเคลอน
ื
้
ั
ี
่
ั
เขาหากนในระยะสายตาทสดขอบฟา
ุ
(ประมาณ ๑๕ ไมลทะเล) ทามกลาง
ั
ั
ุ
ความขมกขมวของทศนวิสยในยาม
ั
รงสาง (หลังเวลา ๐๕๐๐ เล็กนอย)
ุ
กําลงพลเหลาปนของทงสองฝายตาง
ั
้
ั
ํ
ก็คงจะเรงดาเนินกระบวนการวัดระยะ
และคานวณมมยง พรอมกนไปกบการ
ิ
ั
ุ
ั
ํ
่
พิสจนทราบเพอจาแนกเปาดวยสายตา
ํ
ู
ื
่
ซึงหลกการพิสจนทราบเปาทาง
ั
ู
ั
สายตาทเรยกวา การวิเคราะหภาพเงาตัด (หรอเงาดา) นัน ภาพเงาตัด (เงาดา) ของหมเรอรงควานเยอรมน เมอมองจาก
ํ
ี
ํ
ื
้
ู
ั
ื
่
ื
ี
่
ู
่
ู
่
ั
็
ั
ั
โดยหลกการกจะพยายามสงเกตทสวนประกอบหลกของ ระยะไกลในแนวขอบฟา ซึงเปนการยากมากทีจะถกพิสจนทราบจาก
ี
่
่
ี
ั
ี
ี
โครงสรางเรือ เชน จํานวนปอมปนใหญ จํานวนปลองควัน ฝายตรงขาม ในกรณทมเงารางคลายคลึงกน
ื
ํ
และตาแหนงของเสากระโดงเรอ เปนตน
ิ
ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK) 149

