Page 40 - นาวกศาสตร กมภาพนธ ๒๕๖๕
P. 40
- คงไม่มีใครนิยมชมชอบโลกที่พลิกผัน เพราะเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่มักปฏิเสธความเปลี่ยนแปลง เนื่องจาก
เห็นว่าความสะดวกสบาย ความปลอดภัยเดิมของตนถูกกระทบกระเทือน ความมั่นคง และความมั่นใจสิ่งที่ตนคุ้นชิน
หายไป
ี
ี
ี
- ในโลกท่พลิกผัน คนท่ไม่มีความสามารถ หรือด้อยประสิทธิภาพจะอยู่ยาก โดยเฉพาะในภาคเอกชนท่ม ี
การแข่งขันสูง ส่วนภาคราชการแม้จะดูเหมือนไม่มีผลกระทบมาก แต่ในระยะยาวองค์กรนั้นจะตกต�่า
ี
ั
�
- ลักษณะของโลกท่พลิกผัน ทาให้องค์กรท้งภาครัฐ และเอกชนขาดความเป็นปึกแผ่น ความสามัคคี ความสัมพันธ์
ี
เชิงบวกของบุคคลในองค์กรลดลง ความเป็นปัจเจกชน (Individualism) สูง ประเด็นน้หากเจาะลึกลงไปในกองทัพเรือ
พิจารณาด้วยความเป็นกลางจะเห็นว่าค่อนข้างเป็นจริง ค�าว่า ดอกประดู่เป็นสัญลักษณ์ของทหารเรือ หรือที่กล่าวว่า
ี
ี
ิ
ี
รักกันเหมือนพ่เหมือนน้อง แทบไม่ค่อยได้ยิน แม้ในแวดวงทหารเรือในปัจจุบัน จริงอยู่ส่งเหล่าน้หาใช่เกิดจากโลกท่พลิกผัน
แต่มันรุนแรงขึ้นในปัจจุบัน และมีแนวโน้มจะด�ารงต่อไป เพราะมันได้ก่อตัวมาก่อนหน้านี้นานแล้ว
ี
ิ
�
ี
ั
�
�
- ความรู้ในโลกท่พลิกผัน เปล่ยนไว ดังน้น แม้ความรู้เป็นส่งสาคัญ และจาเป็น แต่คุณค่า (Value) และความสาคัญ
ถูกแซง หรือถูกทาให้ด้อยค่าล้าสมัยได้โดยมีทัศนคติ (Attitude) หรืออุปนิสัยของการใฝ่หาความรู้ และทักษะด้านต่าง ๆ
�
ี
�
�
�
ของคนเป็นปัจจัยสาคัญ ประเด็นน้อาจพอนาไปเปรียบเทียบกับคากล่าวของ Albert Einstein ท่ว่า “จินตนาการ
ี
สาคัญกว่าความรู้ แต่จินตนาการของ Einstein น้น ต้งอยู่บนพ้นฐานของเหตุผลของความรู้ มิใช่จินตนาการแบบ
�
ั
ื
ั
เพ้อฝันไม่มีที่ไปที่มา
- ขอบเขตของความรู้ในโลกท่พลิกผันเปล่ยนแปลงไปจากเดิมค่อนข้างมาก เดิมคนมีความคิดว่ารู้อะไรต้องรู้ให้ลึก
ี
ี
ดังสุภาษิตไทยท่กล่าวว่า “อันความรู้ รู้กระจ่างแต่อย่างเดียว แต่ให้เช่ยวชาญเถิดจะเกิดผล” เปรียบเหมือนลักษณะ
ี
ี
ี
ิ
ึ
ของสัตว์ประเภทเม่น แต่โลกท่พลิกผันกลายเป็นการคิดแบบสุนัขจ้งจอก ซ่งคิดกว้างกว่า น่นคือ “อันความรู้ รู้กระจ่าง
ั
แต่อย่างเดียว ต่อให้เชี่ยวชาญเถิดไม่เกิดผล ต้องรู้ลึก รู้กว้างอย่างแยบยล จึงเป็นคนปรับตัวได้ในโลกา”
ี
�
ิ
ึ
�
ื
�
- เม่อโลกกาลังเผชิญกับความพลิกผัน มีหลายส่งท่อาจจาเป็นต้องปรับ หน่งในจานวนน้นขอยกเป็นตัวอย่าง
ั
ึ
�
สาหรับการพิจารณายุทธศาสตร์ชาติระยะยาว ๒๐ ปี ท่กาหนดไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๐ ซ่งรัฐบาล
�
ี
�
�
ื
ต้องนาไปปฏิบัติ ในเม่อประเทศไทย และโลกกาลังเป็น VUCA World ปัจจัยสาคัญในการกาหนดยุทธศาสตร์
�
�
ปัจจัยหนึ่ง คือ สถานการณ์ทั้งของโลก และภายในประเทศ ดังนั้น จึงขาดตรรกะที่จะก�าหนดยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี
มีหลายหน่วย และบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายคนไม่เห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าว
หน่วยแรก คือ TDRI (สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย) โดยอ้างว่าแม้ยุทธศาสตร์ชาตินี้มีส่วนดีที่ก�าหนด
กรอบและเป้าหมายของประเทศไว้ แต่สถานการณ์ท่พลิกผันไม่น่าจะเหมาะสมนัก นอกจากน้นยังมีหน่วยศึกษาท้งของ
ี
ั
ั
ทหารและของรัฐบางหน่วยมีความคิดเห็นท�านองเดียวกัน
ึ
อีกคนหน่ง คือ นายบรรยง พงษ์พานิช ประธานกรรมการบริหารกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร และ
�
เป็นหน่งในบรรดาท่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เขาให้ข้อคิดเห็นท่น่าสนใจว่าการทาแผนระยะยาว (ยุทธศาสตร์ชาต ิ
ี
ึ
ี
๒๐ ปี) ถ้าหากทาได้เปรียบเหมือนกับการมี “คบไฟ” ไว้นาทาง แต่หากทาไม่ได้เปรียบเหมือนกับ “โซ่ตรวน”
�
�
�
ของประเทศ
สาหรับสถาบันการเงิน เขากล่าวว่า การทาแผนระยะยาว ปกติ ๒ ปี แต่ต้องปรับทุก ๖ เดือน โดยอ้างความสาคัญ
�
�
�
และความจ�าเป็น เนื่องจากตกอยู่ในสถานการณ์ของ VUCA World นั่นเอง
ี
สหรัฐอเมริกายอมรับแล้วว่า ยุทธศาสตร์เดิมท่เคยใช้ปัจจุบันใช้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว แต่สหรัฐอเมริกาไม่ได้แก้ปัญหา
�
ดังกล่าว โดยการกาหนดยุทธศาสตร์ระยะยาวใหม่ แต่เขาปรับใหม่โดยผลจากสถานการณ์จริง และเป็นยุทธศาสตร์
นาวิกศาสตร์ 38
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

