Page 46 - พระราชประวัติ รัชกาลที่ 5
P. 46
ื่
ประจวบคีรีขันธ์ไปยังหัวเมืองมลายู หลังจากนั้นได้เสด็จประพาสเพอเยี่ยมชมความเป็นอยู่ของชาวยุโรปและ
เพื่อทอดพระเนตรสถานที่ส าคัญและศิลปวัฒนธรรม
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงได้ลงพระนามและประทับเพอเป็นแบบให้โรงหล่อ ซุส
ื่
แฟร์ หล่อพระบรมรูปทรงม้า ณ กรุงปารีสแล้ว ได้เสด็จฯ ไปองกฤษเพอเจรจากู้เงินเพอก่อสร้างทางรถไฟจาก
ื่
ั
ื่
ื่
ประจวบคีรีขันธ์ไปยังหัวเมืองมลายู จากนั้นได้เสด็จประพาสเพอเยี่ยมชมความเป็นอยู่ของชาวยุโรปและ
ื่
ทอดพระเนตรสถานที่ส าคัญ ศิลปวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม ตลอดจนการเกษตรในแต่ละที่ เพอเป็นต้นแบบใน
ั
การพฒนา นอกจากนี้การเสด็จพระราชด าเนินไปยุโรปแต่ละครั้งนั้นได้ทรงส่งพระราชโอรสไปศึกษาต่อ ณ
ประเทศยุโรปด้วยเสมอ เพื่อที่จะได้น าความรู้และวิทยาการความก้าวหน้าของประเทศเหล่านั้นกลับมาช่วยกัน
พัฒนาบ้านเมืองให้เจริญทัดเทียมกับนานาประเทศโดยการส่งพระราชโอรสไปเรียนต่อต่างประเทศในแต่ละครั้ง
นั้น เปรียบเสมือนทรงน าพาสยามไปเรียนต่อด้วยนั่นเอง
ตลอด 225 วันพระองค์ได้ทรงมีพระราชหัตถเลขาถึงสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟานิภานภดล กรมขุนอ ู่
้
ทองเขตขัตติยนารี พระราชธิดาซึ่งทรงท าหน้าที่เป็นราชเลขานุการิณีจ านวนทั้งสิ้น 43 ฉบับซึ่งต่อมาได้ทรง
พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้น าพระราชหัตถเลขาทั้งหมดไปตีพิมพ์โดยโปรดเกล้าฯ ให้ใช้ชื่อว่า ไกลบ้าน
ั
ท าไมพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หวจึงต้องเสด็จประพาสยุโรป
การเสด็จประพาสยุโรปของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทั้งสองครั้งนั้น เป็นส่วนหนึ่งของ
พระราชวิเทโศบายในการรักษาเอกราชของชาติ เพราะในขณะนั้นบ้านเมืองก าลังตกอยู่ในภาวะคับขันอัน
เนื่องมาจากแรงกดดันของอิทธิพลลัทธิจักรวรรดินิยมตะวันตกโดยเฉพาะอังกฤษกับฝรั่งเศส การเสด็จฯ ครั้งนี้
ยังมีวัตถุประสงค์ส าคัญเพอเผยแพร่ความเป็นไทยให้นานาประเทศได้รู้จัก เจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศต่างๆ
ื่
ในภาคพื้นยุโรป ในฐานะพระประมุขของประเทศที่มีสถานะเท่าเทียมกันอันเป็นหนทางไปสู่การเจรจาแก้ไข
สนธิสัญญา และข้อตกลงต่างๆ อย่างมีความเสมอภาค ไม่ถูกดูหมิ่นว่าชาวสยามเป็นชนชาติที่ล้าหลังดังขออ้าง
้
ในการเข้ายึดครองอาณานิคมของประเทศมหาอ านาจต่างๆ ซึ่งเป็นปัจจัยส าคัญในการที่จะช่วยรักษาเอกราช
ของชาติไว้ได้
เรือพระที่นั่งมหาจักรี

